กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

โลมาสีชมพู ดูที่โรงไฟฟ้าขนอม

ยังมีคนในสังคมอยู่ไม่น้อยที่เชื่อว่าโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ จะเข้าไปทำลายวิถีชุมชนและสิ่งแวดล้อม   ทำให้โครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หลายๆแห่งถูกจุดกระแสการคัดค้าน โดยอาศัยฐานความเชื่อ ดั้งเดิมของประชาชนในพื้นที่ขึ้นมาได้โดยง่าย  แม้ว่าโครงการเหล่านั้นจะได้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และพร้อมจะปฏิบัติตามกฏหมายที่มีอยู่แล้วก็ตาม

เมื่อวันที่ 2-3 ก.ย. 2559ที่ผ่านมา คณะผู้บริหาร เอ็กโก กรุ๊ป  ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าขนอม ได้นำคณะสื่อมวลชน เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าและพื้นที่ชุมชนโดยรอบ  เพื่อให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่ายังมีโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในชุมชนให้อยู่ร่วมกับโรงไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี  

ดัชนีชี้วัดที่สำคัญคือความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล ติดกับโรงไฟฟ้า ซึ่งยังคงเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้าน  และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวักนครศรีธรรมราช  เพราะมีโลมาสีชมพู ที่ว่ายวนอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาชมไม่ขาดสาย

 เอ็กโก กรุ๊ป ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนอม  หน่วยที่4  ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ท้องเนียน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปี 2556 และเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2559 ที่ผ่านมา โดยเป็นโรงไฟฟ้า ซึ่งสร้างทดแทนโรงไฟฟ้าขนอมโรงเก่า ที่หมดอายุ  มีขนาดกำลังการผลิต 930 เมกะวัตต์  และมีสัญญาขายไฟให้กับกฟผ.เป็นระยะเวลา  25 ปี  โรงไฟฟ้าแห่งนี้นอกจากจะใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงแล้ว ยังสามารถใช้น้ำมันดีเซลผลิตไฟฟ้าได้ในกรณีฉุกเฉิน อีกด้วย

นายชนินทร์ เชาวน์นิรัติศัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า กระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าขนอม จำเป็นต้องใช้น้ำจากทะเลขนอม เพื่อถ่ายเทความร้อนและผลิตไอน้ำเพื่อปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งน้ำทะเลที่ผ่านการใช้งานแล้วจะปล่อยกลับคืนสู่ทะเล พร้อมควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงเกิน 40 องศา โดยให้อยู่ประมาณ 37.41 องศา เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์ทะเล

"โลมาสีชมพู ชอบแวะเวียนมาใกล้โรงไฟฟ้าเสมอ เพราะสภาพน้ำที่ปล่อยออกมาเป็นน้ำอุ่น ทำให้ปลาต่างๆ มาอาศัยอยู่จำนวนมาก และเป็นอาหารชั้นดีของโลมาสีชมพู พนักงานที่นี่เห็นโลมาสีชมพูเป็นประจำ ถือเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่โรงไฟฟ้าขนอมจะดูแลไว้ตลอดไป"

นายพนมวรรณ ตะกี่ ผู้จัดการส่วนบริการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด กล่าวว่า โรงไฟฟ้าขนอม ปัจจุบันเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการผลิตไฟฟ้าที่สำคัญของภาคใต้ โดยแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษาเข้ามาเยี่ยมชมไม่ต่ำกว่า 1-1.5 หมื่นคนต่อปี ซึ่งผู้บริหารเอ็กโก มีแนวคิดจะนำโรงไฟฟ้าขนอมหน่วยที่ 1 ที่หมดอายุแล้ว มาทำเป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าในอนาคต  

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้มีโลมาสีชมพู อาศัยอยู่ในบริเวณท้องทะเลใกล้กับโรงไฟฟ้าในวันนี้ คือ 1.ความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร คือ ปลาขนาดเล็กๆ ที่ชอบมาอาศัยอยู่รอบๆ โรงไฟฟ้า เพราะอุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสม ทำให้โลมาสีชมพูแวะเวียนมาหาอาหารเสมอ 2.ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม มีหญ้าทะเลที่เติบโตเป็นที่อยู่อาศัยที่ดีของสัตว์น้ำ  3.ความปลอดภัย โลมามีความจำที่แม่นยำ หากโดนทำร้ายจะนำฝูงโลมาอพยพไปอยู่ที่อื่นทันที ดังนั้นโรงไฟฟ้าขนอมจึงต้องรณรงค์ให้ชาวบ้านช่วยกันดูแลโลมาให้อยู่อย่างปลอดภัย    

นอกจากนี้โรงไฟฟ้าขนอมยังดูแลชุมชนที่อยู่รอบโรงไฟฟ้า โดยมีโครงการที่เกี่ยวกับการดูแลคุณภาพชีวิตและพัฒนาชุมชนไม่ต่ำกว่า 16 โครงการต่อปี คิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ที่อยู่นอกเหนือจากเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ซึ่งโรงไฟฟ้าส่งเข้ากองทุนฯปีละ 50 ล้านบาทด้วย ทั้งนี้เพื่อให้คุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมของชาวบ้านรอบโรงไฟฟ้าขนอมดีขึ้นและอยู่คู่กับโรงไฟฟ้าได้อย่างลงตัว

นายวิโชติ สุขใส กำนัน ต.ท้องเนียน อ.ขนอม กล่าวว่า การมีโรงไฟฟ้าขนอมทำให้เศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้น เพราะได้รับการช่วยเหลือชุมชนในหลายด้าน หลายโครงการที่เป็นประโยชน์โดยรวมต่อชุมชน และขอยืนยันว่าโรงไฟฟ้าขนอมไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพของน้ำทะเลขนอม ปัจจุบันยังมีกุ้ง หอย ปู ปลา อยู่เหมือนเดิม ไม่ได้แตกต่างจากก่อนที่จะมีโรงไฟฟ้าแต่อย่างใด 

โดยเฉพาะโลมาสีชมพู ที่แสดงให้เห็นถึงการมีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ทางทะเล ทำให้โลมาเข้ามาอยู่อาศัยจำนวนมาก ปัจจุบันที่ทะเลขนอมบริเวณ ต.ท้องเนียนมีโลมา กว่า  50-60 ตัว ซึ่งชาวบ้านได้รวมตัวกันกำหนดกฎเกณฑ์ในการดูแลนักท่องเที่ยว และอนุรักษ์โลกมาไว้ ทำให้วันนี้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมโลมาสีชมพูกว่า 300-500 คนต่อวัน สร้างรายได้ให้ชาวบ้านกว่า 2,500-3,000 บาทต่อเดือนต่อเรือโดยสาร 1 ลำ 

เขามีความเชื่อว่าชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับโรงไฟฟ้าได้ ด้วยการดูแลซึ่งกันและกัน เช่น โรงไฟฟ้าช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน ขณะที่ชุมชนก็ร่วมกันตรวจสอบว่าโรงไฟฟ้าดำเนินการตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ก็ทำให้เกิดโรงไฟฟ้า ซึ่งนำมาซึ่งความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคใต้ด้วย

กลับสู่กิจกรรมทั้งหมด