กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงพลังงานลงนามเดินหน้าขยายระบบท่อส่งน้ำมันภาคอีสาน

กระทรวงพลังงาน เดินหน้าโครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อ ล่าสุดลงนามเอ็มโอยูกับกลุ่มเอสซี หนุนก่อสร้างท่อไปยังภาคอีสาน เงินลงทุน 1 หมื่นล้านบาท คาดแล้วเสร็จ ก.ค. 2563

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558 เห็นชอบให้กระทรวงพลังงานดำเนินโครงการ ขยายระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันของประเทศนั้น ขณะนี้ มีผู้สนใจลงทุนในการขยายระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อทั้ง 2 เส้นทางเรียบร้อยแล้ว และในวันที่ 31 สิงหาคม 2559 กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ซึ่งได้รับมอบหมายจาก กพช. ให้เป็นผู้ดำเนินการพิจารณาสนับสนุนผู้ลงทุนที่จะมาพัฒนาโครงการฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)  กับบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) ภายใต้กลุ่มบริษัท เอส ซี กรุ๊ป (SC Group) เพื่อสนับสนุนโครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้ ธพ. จะดำเนินการประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการวางท่อขนส่งน้ำมัน การออกใบอนุญาตให้ผู้ลงทุน และให้ข้อเสนอแนะ แนะนำ รวมถึงข้อคิดเห็นต่อการดำเนินงาน ให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐ ในโครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยก่อนหน้านี้ทาง ธพ. ได้มีการลงนาม MOU กับทางบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) เพื่อลงทุนก่อสร้างขยายระบบท่อน้ำมันไปยังภาคเหนือแล้ว

สำหรับโครงการขยายระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น จะทำการต่อขยายจากระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อที่มีอยู่เดิมของบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด (THAPPLINE) ที่คลังน้ำมันอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ไปยังคลังน้ำมันปลายทางที่ จังหวัดขอนแก่น เป็นระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งหลังจากที่ ธพ. ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) แล้ว ทางบริษัทฯ จะไปดำเนินการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ต่อไป และคาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ต้นปี 2561และเปิดใช้งานได้ปลายปี 2563 ตามแผน

พล.อ. อนันตพร กล่าวว่า โครงการขยายระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นโครงการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันของประเทศ สร้างความมั่นคงด้านการจัดหาพลังงาน เอื้อต่อนโยบายการเก็บสำรองน้ำมันสำเร็จรูปในคลังส่วนภูมิภาค ส่งผลให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เชื่อถือได้ (Reliable) ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐศาสตร์ต่อประเทศ รวมถึงยังเป็นการรองรับการขยายตัวด้านการใช้น้ำมันในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานของภูมิภาค และยังลดความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในการขนส่ง ลดปัญหาด้านอุบัติเหตุรวมถึงแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

“นอกจากนั้น โครงการฯนี้ ยังเป็นโครงการสำคัญที่มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วยมูลค่าการลงทุน 2 เส้นทาง รวมเกือบ 2 หมื่นล้านบาท” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าว   

กลับสู่กิจกรรมทั้งหมด