กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

พลังงานจังหวัดพิจิตรโชว์ระบบผลิตก๊าซชีวภาพแบบฝาครอบลอย

พลังงานจังหวัดพิจิตร โชว์ระบบก๊าซชีวภาพใช้ในครัวเรือนแบบฝาครอบลอย  ขยายผลในชุมชนไปแล้วกว่า60บ่อ มั่นใจใช้ทดแทนก๊าซหุงต้ม(LPG)ในครัวเรือนได้ทั้งหมด ช่วยประหยัดรายจ่ายได้1,600 – 2,400 บาทต่อปี

ที่ผ่านมาพลังงานจังหวัดพิจิตรมีการส่งเสริมระบบก๊าซชีวภาพครัวเรือนแบบฝาครอบลอยขนาด 4 ลบ.ม. ครั้งแรกที่ ต.วังทับไทร อ.สากเหล็ก และ ต.วังหลุม ต.ตะพานหิน จ.พิจิตร ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน กว่า 7 ระบบยังใช้งานได้ดี

นายขวัญชัย  อนุรักษ์วัฒนะ นายช่างเทคนิคชำนาญงาน สำนักงานพลังงานจังหวัดพิจิตร  กล่าวว่า จุดเด่นของระบบฝาครอบลอยคือ โครงสร้างมีความแข็งแรงทนทาน ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ก่อสร้างได้ด้วยฝีมือช่างชุมชน ใช้งานง่าย อายุการใช้งานยาวนานนับสิบปี ก๊าซที่ผลิตได้มีแรงดันที่ดีไม่แพ้ก๊าซ LPG สามารถต่อขยายใช้ร่วมกันได้สองครัวเรือนต่อ 1 บ่อ

โดยปัจจุบันมีการขยายผลในจังหวัดพิจิตรไปแล้วกว่า 60 บ่อ  ซึ่งช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปล่อยก๊าซมีเทนจากภาคปศุสัตว์ และการใช้พลังงานฟอสซิล  ถือเป็นทางเลือกให้คนในชุมชนหันมาพึ่งพาตนเองมากขึ้น จากพลังงานทดแทน ที่มีอยู่  ซึ่งจะช่วยลดค่าครองชีพ และไม่ต้องกังวลว่าราคาพลังงานโดยเฉพาะก๊าซ LPG จะมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งครัวเรือนที่มีศักยภาพวัตถุดิบมูลสัตว์ เศษอาหารที่เพียงพอต่อการนำมาผลิตก๊าซชีวภาพ  ก็สามารถที่จะลงทุนติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพครัวเรือนแบบฝาครอบลอยขนาด 4 ลบ.ม. นี้ได้

นายขวัญชัย อธิบายถึง ก๊าซชีวภาพ ที่ได้ว่า มาจากการหมักย่อยสลายของสารอินทรีย์ภายใต้สภาวะที่ปราศจากออกซิเจน(anaerobic digestion) โดยทั่วไปจะหมายถึง ก๊าซ มีเทน ที่เกิดจาก การหมัก (fermentation)ของ สารอินทรีย์  มีปฏิกิริยาการเกิดก๊าซชีวภาพ 3 ขั้นตอน  คือขั้นตอนที่ 1 การสลายโมเลกุลใหญ่ สารอินทรีย์ต่างๆ ที่มีโมเลกุลใหญ่ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน จะถูกย่อยสลายโดย เอนไซน์ ที่ปล่อยออกมาจากแบคทีเรีย พวก  Hydrolytic Organisms  ทำให้แตกตัวมีโมเลกุลเล็กลง

ขั้นตอนที่ 2 การผลิตกรดอินทรีย์ สารอินทรีย์ ที่มีโมเลกุลเล็กลงจะถูกเปลี่ยนไปเป็น กรดอินทรีย์ระเหยง่าย และสารอื่นๆ โดยแบคทีเรียพวกสร้างกรด กรดที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ คือ กรดอะซิติก  และกรดไพรพิโอนิค และขั้นตอนที่ 3 การผลิตก๊าซมีเทน กรดอินทรีย์ระเหยง่าย จะถูกย่อยสลายเป็นก๊าซมีเทน และคาร์บอนไดออกไซค์ เป็นส่วนใหญ่ โดยอาจมีก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ ไนโตรเจน และไฮโดรเจน และไอน้ำผสมอยู่ด้วย รวมกันเรียกว่า “ก๊าซชีวภาพ”

โดยที่ สำนักงานพลังงานจังหวัดพิจิตร   มีการส่งเสริม คือระบบบ่อหมักก๊าซแบบฝาลอย (Floating Drum Digesting) เป็นถังหมักแบบอินเดีย ตัวถังทำจากวงบ่อซีเมนต์ ด้านข้างจะเป็นช่องเติมมูลและช่องมูลล้น ด้านบนที่เป็นฝาลอยทำจากโลหะซึ่งเป็นที่สำหรับเก็บก๊าซ สามารถลอยตัวขึ้น-ลง ได้ ขึ้นอยู่กับความดันของก๊าซที่เกิดขึ้น ซึ่งความดันภายในถังหมักสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยยกเพิ่มหรือลดน้ำหนักที่ฝาลอยนี้ จากการทดสอบการใช้จริงก๊าชีวภาพแบบฝาครอบลอยชนิดใส่มูลสัตว์และชนิดในเศษอาหาร(ผสมมูลสัตว์ในการหมักครั้งแรกประมาณ 40 ถังสี) เมื่อเติมครบจำนวนแล้ว ประมาณ 20-30 วัน จะเริ่มเกิดก๊าซชีวภาพ  ความสามารถในการผลิตก๊าซชีวภาพ เฉลี่ยต่อวัน ชนิดใช้มูลสัตว์จะผลิตก๊าซชีวภาพได้   1.67  ลบ.ม. ทดแทนแก๊สหุงต้มได้   0.77  กก. ชนิดใช้เศษอาหารจะผลิตก๊าซชีวภาพได้  1.13 ลบ.ม. ทดแทนก๊าซหุงต้ม (LPG) เฉลี่ยต่อวันได้ 0.52 กก. เพียงพอต่อการทดแทน LPG ในครัวเรือนได้ 100% คิดเป็นมูลค่าปีละ 1,600 – 2,400 บาทต่อปี ลดการปล่อย CO2 ได้ 270 กิโลกรัมต่อปี การลงทุนต่อ 1 ระบบประมาณ 15,000 – 20,000 บาท อายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการเอาใจใส่ดูแลของผู้ใช้งาน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ  ขวัญชัย  อนุรักษ์วัฒนะ นายช่างเทคนิคชำนาญงาน สำนักงานพลังงานจังหวัดพิจิตร โทร. : 089-6389939

 

กลับสู่กิจกรรมทั้งหมด