กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

ลงนามตั้งสภาผู้นำนักธุรกิจสหราชอาณาจักร-ไทย พร้อมหารือนัดแรกก.ย.นี้

ซีอีโอปตท.ในฐานะผู้แทนภาคธุรกิจไทย ลงนามบริษัท โรลส์รอยซ์ ในฐานะผู้แทนภาคธุรกิจ สหราชอาณาจักร  ตั้งสภาผู้นำนักธุรกิจ สหราชอาณาจักร-ไทย พร้อมนัดหารือครั้งแรกที่ไทย เดือนกันยายน นี้ เพื่อแสวงหาโอกาสร่วมมือค้าขาย ลงทุนและข้อเสนอต่อภาครัฐ

เมื่อวันที่12ก.ค.2559 ที่ผ่านมา ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้แทนภาคธุรกิจไทย ได้ลงนามร่วมกับ ลอร์ด ชาว์ลส พาวเวล( Lord Charles Powell of Bayswater) คณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท โรลส์รอยซ์ ในฐานะผู้แทนภาคธุรกิจ สหราชอาณาจักร  ในขณะที่ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทย ลงนามร่วมกับ นายมาร์ค การ์นิเย่ ผู้แทนพิเศษด้านการค้าของนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ว่าด้วยความร่วมมือจัดตั้งสภาผู้นำนักธุรกิจ สหราชอาณาจักร – ไทย เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ และแนวทางความสัมพันธ์ระหว่างกัน

 นายเทวินทร์ เปิดเผยถึงการลงนามครั้งนี้ผ่านทางเฟซบุค Tevin@PTT ว่า ที่ผ่านมากลุ่ม ปตท. มีการลงทุนผ่านบริษัทอังกฤษ ได้เริ่มศึกษาความร่วมมือในด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Bio-based Technology) และกำลังจัดตั้งสำนักงานที่กรุงลอนดอน เพื่อเป็นฐานในการค้าขาย โดยการลงนามจัดตั้งสภานักธุรกิจระหว่างสองประเทศ ครั้งนี้ ได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้เข้าร่วมในพิธีจากภาครัฐและเอกชน เช่น รัฐมนตรี สมาชิกสภา บริษัทชั้นนำของอังกฤษ อาทิ Rolls Royce, GlaxoSmithKline (GSK) และ Tesco และบริษัทชั้นนำของไทย ได้แก่ King Power, Thaibev, คาราบาวกรุ๊ป และ บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ

ทั้งสองประเทศได้หารือกันเบื้องต้นว่า จะจัดประชุมครั้งแรกที่ประเทศไทย ในช่วงเดือนกันยายน เพื่อแสวงหาโอกาสร่วมมือค้าขาย ลงทุน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความท้าทาย และปัจจัยความสำเร็จในธุรกิจ เพื่อจัดทำข้อเสนอต่อภาครัฐต่อไป

นายเทวินทร์ ระบุว่าถึงแม้ว่าสหราชอาณาจักรจะอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) และการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับอังกฤษที่มีมายาวนานกว่า 400 ปี ผมมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย เป็นกลไกผลักดันการค้าและการลงทุนเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกัน และยังจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐให้เกิดความเข้าใจและใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นภายใต้สถานการณ์การเมืองปัจจุบันของทั้งสองประเทศ

กลับสู่กิจกรรมทั้งหมด