กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

ไทยใช้งบน้อย 300 ล้าน ดันศาลาไทยติด 1 ใน 5 อาคารยอดฮิตใน Astana Expo 2017

กระทรวงพลังงานระบุ 21 วัน มหกรรม Astana Expo 2017 ไทยประสบความสำเร็จแล้ว 80% จากงบก่อสร้างอาคารแสดงผลงานเพียง 300 ล้านบาท น้อยกว่าประเทศใหญ่ๆ ที่ใช้เงินกว่า 1,000 ล้านบาท แต่สามารถดึงดูดผู้ชมสูงสุดติด 1 ใน 5 ประเทศยอดนิยม เด่นด้วยโชว์พืชพลังงาน 9 ชนิดและจำลองการทำไบโอแก๊สจากมูลช้าง เตรียมปรับกลยุทธ์หลังจัดงานครบ 1 เดือน สร้างความแปลกใหม่ดึงความสนใจเพิ่ม

นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน และในฐานะประธานตรวจการจ้างอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) โครงการ Astana Expo 2017 เปิดเผยว่า การประเมินการจัดแสดงนิทรรศการในอาคารศาลาไทย ภายใต้งานมหกรรมโลก Astana Expo 2017  ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถานพบว่า เบื้องต้นถือว่าไทยประสบความสำเร็จแล้ว 80% ทั้งในแง่การสร้างอาคารศาลาไทย ที่สามารถสร้างเสร็จเป็นประเทศแรกจากทั้งหมด 115 ประเทศ รวมทั้งเมื่อพิจารณาจากงบประมาณโครงการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเพียง 300 ล้านบาท แต่สามารถจัดกิจกรรมและดึงดูดผู้เข้าชมงานได้ถึง 110,472 คน ภายในเวลา 21 วัน (10-30 มิ.ย. 2560) หรือติด 1 ใน 5 ประเทศที่คนนิยมเข้าชมมากที่สุด ถือว่าใช้งบได้อย่างคุ้มค่าเมื่อเทียบกับประเทศใหญ่อย่าง จีนและเยอรมัน ที่มีผู้เข้าชมงานจำนวนมาก แต่ใช้งบถึงกว่า 1,000 ล้านบาท ขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างคาซัคสถานใช้งบประมาณกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท

"แม้พื้นที่ตั้งอาคารศาลาไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่จุดเด่น แต่สามารถดึงดูดผู้ชมได้มาก จากการแสดงวัฒนธรรมไทย เช่น การรำ การแสดงโขน การโชว์มวยไทย การนำน้องพลังมาดึงดูดความสนใจจากเด็กๆ เพื่อเชิญชวนเข้าสู่การชมห้องนิทรรศการที่มีการจัดแสดงการ์ตูน 3 มิติ บอกเล่าเรื่องราวพลังงานไทยที่มาจากศาสตร์พระราชาพัฒนาสู่พลังงานหมุนเวียนสำคัญของประเทศได้สำเร็จ โดยเฉพาะพืชพลังงาน 9 ชนิด เช่น ข้าว อ้อย ยางพารา มูลสัตว์และน้ำเสีย เป็นต้น และผู้ชมยังตื่นตากับห้องนิทรรศการที่มีการจำลองช้างและมูลช้างที่สามารถนำมาทำไบโอแก๊สได้จริงอีกด้วย"

อย่างไรก็ ต้องคงต้องรอการประเมินผลระยะยาวอีกครั้ง เนื่องจากโครงการAstana Expo 2017 ครั้งนี้จะจัดเป็นเวลา 3 เดือน (10 มิ.ย.- 10 ก.ย. 2560) ซึ่งจะมีการวัดผลสุดท้ายจากเป้าหมายจำนวนผู้เข้าชมงานต้องไม่น้อยกว่า 10% ของผู้เข้าชมงานทั้งหมด

ทั้งนี้ เมื่อครบระยะเวลาจัดงานได้ 1 เดือนอาจจะต้องปรับกลยุทธ์ เช่น การปรับเปลี่ยนการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยที่น่าสนใจ การนำตัวมาสคอตข้าวโพด "น้องพลัง" ไปเชิญชวนผู้เข้าชมถึงในห้างสรรพสินค้า และการสลับบุคลากรใหม่มาปฏิบัติงาน เนื่องจากผู้บริหารมีความเป็นห่วงทีมงานทั้งด้านสุขภาพ เพื่อให้อาคารศาลาไทยคึกคักและดึงดูดผู้เข้าชมงานได้มากขึ้น

นายชวิศ จงวิลัยวรรณ ผู้ช่วยผู้จัดการอาคารศาลาไทย กล่าวว่า หลังจากจัดงานไปได้ระยะหนึ่งแล้ว จะมีการปรับกิจกรรมการแสดงจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะอาจนำการแสดงที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลลอยกระทง สงกรานต์ ซึ่งมีความสนุกสนานมาแสดง เพิ่มความน่าสนใจให้อาคารศาลาไทย และคาดว่าเมื่อจบงาน Astana Expo 2017 ทางคาซัคสถานประเทศเจ้าภาพจะคัดเลือกไฮไลท์สำคัญของแต่ละประเทศมาจัดแสดงในอาคารพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นประวัติศาสตร์การจัดงาน Astana Expo 2017 โดยในส่วนของไทยคาดว่าคาซัคสถานจะเลือกช้างไปจัดแสดง เพราะช้างจำลองของไทยเป็นที่รู้จักของคนคาซัคสถาน ที่สำคัญยังสามารถแกว่งหางโชว์ได้ด้วย

กลับสู่กิจกรรมทั้งหมด