กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

กกพ.เตรียมเคาะค่าสำรองไฟฟ้า เล็งเก็บเฉพาะโซลาร์รูฟท็อปขนาดใหญ่

  • Date : 22/06/2017, 23:16.

กกพ.เตรียม.พิจารณาอัตราเรียกเก็บค่าสำรองไฟฟ้า (backup rate) ผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองและผู้ผลิตไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อป เบื้องต้นเจาะจงกลุ่มที่มีกำลังการผลิตสูงที่ back up ไฟฟ้าจำนวนมากก่อน ส่วนกลุ่มโซลาร์รูฟท็อปเสรีที่มีกำลังผลิตไม่มากจะยังไม่พิจารณา 

นายวีระพล จิรประดิษฐ์ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า กกพ. อยู่ในระหว่างการพิจารณาคิดอัตราเรียกเก็บเงินจากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) เพื่อเป็นค่าแหล่งสำรองไฟฟ้า (backup rate) โดยเบื้องต้นกำหนดให้พิจารณาอัตราเก็บเงินเฉพาะในส่วนของผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองปริมาณมาก รวมถึงผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาดใหญ่ที่มีพฤติกรรมผลิตไฟฟ้าใช้เองได้เฉพาะบางช่วงเวลา เช่น โซลาร์รูฟท็อปที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ในช่วงกลางวัน ส่วนช่วงกลางคืนที่ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ก็จะหันกลับมาใช้ไฟฟ้าจากสายส่งภาครัฐ

ทั้งนี้ ผู้ที่ขออนุญาตใช้ back up ไฟฟ้าจำนวนมากจากภาครัฐดังกล่าว จำเป็นต้องถูกเรียกเก็บเงินเนื่องจากทำให้ยอดใช้ไฟฟ้าโดยรวมของประเทศหายไปจำนวนมากในช่วงเวลากลางวัน และกลับมาใช้ไฟฟ้าสูงมากในช่วงกลางคืน ซึ่งหากในอนาคตเกิดการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น จะยิ่งทำให้ต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้ามารองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นในตอนกลางคืนด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันสำรองไฟฟ้าของประเทศจะมีสูงถึงกว่า 30% ซึ่งสูงกว่าปกติที่เคยสำรอง 15% และยังไม่เกิดปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า แต่ กกพ.ต้องเตรียมมาตรการเพื่อรองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกลุ่มผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเสรีนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาเรียกเก็บเงินแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ติดตั้งผลิตไฟฟ้าในปริมาณไม่มาก และจะดำเนินการสำหรับกลุ่มที่ต้องใช้ back up จำนวนมากก่อน  

“ปัจจุบันมีผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น และติดในปริมาณมาก เช่น ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ ที่ติดตั้งประมาณ 4 เมกะวัตต์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ติดตั้ง 7 เมกะวัตต์ และรายอื่นๆ ซึ่งปกติจะต้องมาขอให้การไฟฟ้า back up ไฟฟ้าให้ในช่วงกลางคืน ซึ่งกลุ่มนี้มีผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าโดยรวมมาก ปัจจุบันมีผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองรวม 60-70 เมกะวัตต์ ในจำนวนนี้มีกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปเสรีที่เข้าระบบอยู่เพียง 5 เมกะวัตต์ ซึ่งการดำเนินการเรียกเก็บค่า backup rate นี้เป็นมาตรการที่จะรองรับปัญหาในอนาคตที่จะเกิดขึ้น และปัจจุบันเริ่มเห็นได้จากยอดการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ที่ระยะหลังไปเกิดในช่วงกลางคืนแทนแล้ว” 


นายวีระพล กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดว่าขนาดการผลิตติดตั้งเท่าใดจึงจะเข้าข่ายต้องถูกเรียกเก็บค่า backup rate รวมถึงกำลังพิจารณาอัตราจัดเก็บที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ต่อมา สำนักงานกกพ. ได้ส่งข่าวชี้แจงสื่อมวลชน  ยืนยันอีกครั้งว่า  กกพ.ไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินค่าสำรองไฟฟ้า คนติด “โซลาร์รูฟท๊อปรายเล็ก” แต่ยอมรับว่า กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนอัตราค่าไฟฟ้า เพื่อรองรับลักษณะการผลิตและการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบไป ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าของประเทศในอนาคต

โดยฝ่ายกลยุทธ์และสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ได้จัดทำข่าวชี้แจง เรื่อง”กกพ. ยืนยันไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินค่าสำรองไฟฟ้า คนติด “โซลาร์รูฟท๊อปรายเล็ก” ส่งถึงสื่อมวลชน เมื่อวันที่23 มิ.ย.2560  ภายหลังจากที่เรื่องของการเรียกเก็บเงินค่าสำรองไฟฟ้ากับกลุ่มโซลาร์รูฟท็อป นั้น กลายเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจและเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสื่อโซเชียลมีเดีย   โดยมีเนื้อหาของข่าว ดังนี้

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวว่า  “กกพ. ไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าสำรองไฟฟ้า (Backup Rate) จากผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา หรือที่เรียกว่า “โซลาร์รูฟท๊อป” ประเภทใช้เองในบ้านอยู่อาศัย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ติดตั้งผลิตไฟฟ้าใช้ในปริมาณไม่มาก

แต่ประเภทกลุ่มโรงงาน มหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า ที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท๊อปขนาดใหญ่ ได้มีเพิ่มมากขึ้น เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองในปริมาณมาก เฉพาะบางช่วงเวลา ซึ่งจะผลิตใช้ในช่วงกลางวัน ส่วนกลางคืนที่ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ก็จะต้องมาขอใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางคืน ซึ่งในกลุ่มนี้หากในอนาคตเกิดการติดตั้งเพิ่มมากขึ้น อาจมีผลกระทบต่อระบบไฟฟ้ารวมและต้นทุนค่าไฟฟ้าของประเทศได้

“ขณะนี้ ทาง กกพ. กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนอัตราค่าไฟฟ้า เพื่อรองรับลักษณะการผลิตและการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบไป ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าของประเทศในอนาคต” นายวีระพล กล่าวย้ำ

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีการสำรองไฟฟ้าสูงถึงกว่า 30% ซึ่งสูงกว่าปกติที่เคยสำรอง 15% และยังไม่เกิดปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า ทั้งนี้ ข้อมูลปัจจุบันมีผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองรวม 60 - 70 เมกะวัตต์ ในจำนวนนี้มีกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปเสรีที่เข้าระบบอยู่เพียง 5 เมกะวัตต์ ซึ่งการดำเนินการคิดอัตราไฟฟ้ารูปแบบใหม่นี้ เป็นมาตรการที่จะรองรับปัญหาในอนาคตที่จะเกิดขึ้น

กลับสู่กิจกรรมทั้งหมด