กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

กฟผ.ประกาศจุดยืนวันสิ่งแวดล้อม พร้อมลงทุนพลังงานทดแทนควบคู่เชื้อเพลิงหลัก ก๊าซและถ่านหิน

กฟผ.ประกาศจุดยืนเป็นผู้นำการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมในยุค 4.0  พร้อมลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 2,000 เมกะวัตต์ ตามแผนที่รอการอนุมัติ จากกระทรวงพลังงาน ควบคู่กับโรงไฟฟ้าหลักที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซและถ่านหิน เพื่อให้คนไทยได้ใช้พลังงานสะอาดที่มีคุณภาพในราคาเหมาะสม

เมื่อวันที่5 มิ.ย2560  นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานเปิดงานวันสิ่งแวดล้อม กฟผ. ประจำปี 2560 “ภารกิจสิ่งแวดล้อม กฟผ. ในยุค 4.0” ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช 1 อาคาร ต.040 สำนักงานใหญ่ กฟผ. อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยมีพนักงาน กฟผ. ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ว่าที่พันตรี ดร.อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ. กล่าวแสดงจุดยืนว่า กฟผ. พร้อมเดินหน้าภารกิจสิ่งแวดล้อม กฟผ.ในยุค 4.0 ตามนโยบายยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 ของรัฐบาล ที่จะใช้พลังงานซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยกฟผ.ได้ปรับแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนขององค์กร ที่อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดของโครงการต่าง ๆ ให้ชัดเจน ก่อนนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเพื่อพิจารณา ให้ กฟผ. เพิ่มสัดส่วนที่รับผิดชอบในแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 – 2579 (AEDP 2015) จากเดิม500 เมกะวัตต์ เป็น 2,000 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 10 ของแผน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ กฟผ. ศึกษาแล้วว่ามีศักยภาพในการดำเนินการ โดยเฉพาะโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีจุดเด่นคือ มีการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ซึ่งการติดตั้งบนน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิของแผงโซล่าเซลล์ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นและลดการระเหยของน้ำ ส่วนการติดตั้งโซล่าเซลล์บนพื้นดินดำเนินการในพื้นที่หน่วยงานของ กฟผ. ดังนั้น จึงไม่เป็นการแย่งพื้นที่ภาคการเกษตรและเอกชน

ทั้งนี้ กฟผ. จะพัฒนาพลังงานหมุนเวียนควบคู่กับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เหมาะสมมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า เช่น การพัฒนาเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) นำร่องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงานสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันผ่านระบบสารสนเทศ การเตรียมพัฒนาพื้นที่สำนักงานใหญ่ กฟผ. จังหวัดนนทบุรี ให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) บนพื้นที่ 300 ไร่ เพื่อเป็นต้นแบบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตไฟฟ้าได้บางช่วงเวลาให้พึ่งพาได้ตลอดเวลา โดยใช้พลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสาน จับคู่แหล่งผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปในรูปแบบ Hybrid ในพื้นที่เดียวกัน เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับและพลังงานลมที่ใช้ระบบ Wind Hydrogen Hybrid ควบคู่กับเซลล์เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่ลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา การวิจัยพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage)ให้พลังงานหมุนเวียนมีเสถียรภาพมากขึ้น เป็นต้น

“ขณะเดียวกันโรงไฟฟ้าหลักก็ยังมีความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้าให้กับประเทศ ซึ่ง กฟผ. ได้ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าหลัก ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติหรือโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยมีการตรวจวัดและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามที่กฎหมายอย่างเคร่งครัด และในโครงการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ กฟผ. ได้เลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนได้ใช้พลังงานที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน”

สำหรับงานวันสิ่งแวดล้อมของ กฟผ. ประจำปี 2560 ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของ กฟผ. และนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในกิจการไฟฟ้าในอนาคต เช่น โครงการนำร่องระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) จังหวัดแม่ฮ่องสอน นโยบายพลังงาน 4.0 การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของ กฟผ. ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนา “ภารกิจ กฟผ. ความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมในยุค 4.0” เพื่อแสดงจุดยืนของ กฟผ. ในการเป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสังคมไทยที่ยั่งยืน

ส่วนหนึ่งของครูและนักเรียนที่เข้าร่วมชมงานวันสิ่งแวดล้อม กฟผ.

กลับสู่กิจกรรมทั้งหมด