กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

25ปี กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน อีกหนึ่งเบื้องหลังความสำเร็จพลังงานไทย

  • Date : 23/05/2017, 10:38.

25ปี กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  อีกหนึ่งเบื้องหลังความสำเร็จพลังงานไทย 

"กองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน" ปัจจุบันมีเงินสะสมเกือบ 4 หมื่นล้าน เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญที่ใช้พัฒนาพลังงานของประเทศมาอย่างต่อเนื่องถึง 25 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2535 ถือเป็นกองทุนฯที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการพลังงานสำคัญของประเทศมากมาย อาทิ การวิจัยศึกษานำพลังงานที่เหลือทิ้งทางการเกษตรมาใช้ผลิตไฟฟ้า ผลิตแก๊สหุงต้ม(LPG)ในครัวเรือน  รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีน้ำร้อนและการอบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น 

นอกจากนี้กองทุนฯ ยังใช้เป็นเครื่องมือทางด้านการเงินเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงาานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โครงการเงินหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ) โครงการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงาน (ESCO Fund) ที่ส่งเสริมให้เกิดการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทจัดการพลังงาน หรือ ESCO กับเจ้าของโรงงาน อาคารที่ประสงค์จะลงทุนประหยัดพลังงานหรือพัฒนาพลังงานหมุนเวียน การสนับสนุนแบบให้เปล่าบางส่วน (Subsidy) สำหรับอุปกรณ์ประหยัดพลังงานและเทคโนโลยีพลังงานทดแทนบางประเภท 

ขณะเดียวกันก็ยังถูกนำไปใช้รณรงค์สร้างจิตสำนึกการประหยัดพลังงาน ผ่านโครงการที่สังคมเริ่มรู้จักกันดีภายใต้ชื่อ “พลังงานหาร 2” รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ อาทิ เรื่อง "ข้าวผัด" ซึ่งเป็นการน้อมนำเอาพระกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ในด้านความพอเพียงมาเป็นแบบอย่างให้กับประชาชน ได้ดำเนินรอยตาม พระองค์ท่าน,  เรื่อง น้ำมันแก๊สโซฮอล ที่ได้จัดทำเป็นหลายเวอร์ชั่นเพื้อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มที่ใช้น้ำมัน และมีประโยคที่สร้างกระแสให้คนจดจำว่า “อะไรๆ ก็โทษแก๊สโซฮอล” ซึ่งได้สร้างความคิดที่ถูกต้องและสร้างความจดจำได้เป็นอย่างดี จนวันนี้กลายเป็นน้ำมันที่ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมืองไปแล้ว  เป็นต้น

และที่หลายคนยังไม่ค่อยรู้คือ กองทุนฯ ยังอยู่เบื้องหลังของโครงการ Thailand Energy Awards และโครงการ ASEAN Energy Awards ซึ่งเป็นโครงการประกวดโรงงาน องค์กรและบุคลากรดีเด่นในด้านต่างๆของพลังงานทั้งในระดับประเทศและอาเซียน สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมากที่สามารถคว้ารางวัลรวมสูงสุดในอาเซียนมาได้ทุกปี  

ปัจจุบันกองทุนฯ มีเงินไหลเข้าปีละกว่า 7,000 ล้านบาท จากการเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซล 25 สตางค์ต่อลิตร ณ สิ้นเดือนเม.ย. 2560 มีเงินสะสมอยู่ 39,750.42 ล้านบาท มีการพิจารณาอนุมัติเงินเพื่อนำไปส่งเสริมโครงการด้านพลังงานต่างๆ ปีละ 6,000-7,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน พิจารณาอนุมัติให้งบสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่ผ่านการกลั่นกรองจากอนุกรรมการกองทุนฯ อย่างรอบคอบ 

ทั้งนี้ในปี  2560 คณะกรรมการกองทุนฯ ได้พิจารณางบประมาณ และได้เห็นชอบจัดสรรเงินกองทุนฯ เพื่อดำเนินโครงการ 101 โครงการ เป็นเงิน 9,884 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 67 โครงการ จำนวน 8,779 ล้านบาท และโครงการในแผนพลังงานทดแทน 32 โครงการ เป็นเงิน 934 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานได้ 816.12 กิโลตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ(Ktoe)ต่อปี คิดเป็นมูลค่ารวม 10,608 ล้านบาทต่อปี และสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากการใช้พลังงานลงได้ 2.72 ล้านตัน 

โดยเป็นโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบงานใหม่ งานสำคัญ และงานต่อเนื่อง (Block Grant) มีจำนวน 8 โครงการ ในวงเงิน 7,415 ล้านบาท คิดเป็น 75% ของงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2560 ดำเนินการโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)

นายทวารัฐ  สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)และในฐานะเลขาธิการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังาน กล่าวว่า ก้าวต่อไปของกองทุนฯ ว่า “จะเดินหน้าขับเคลื่อนภาคพลังงานของประเทศภายใต้แผนบูรณาการพลังงานระยะยาว (TIEB) ตามแนวนโยบาย Energy 4.0 ให้เป็นรูปธรรมตามแผนที่วางไว้ โดยมุ่งส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงาน เช่น โครงการสนับสนุนการออกแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities – Clean Energy) และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อพัฒนาให้ระบบไฟฟ้าสามารถตอบสนองต่อการทํางานได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (Electrical Vehicle : EV) ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมเพื่อให้เกิดการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า จำนวน 1.2 ล้านคัน ภายในปี 2579 พร้อมกับการเร่งสนับสนุนให้เกิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) เพื่อรองรับรถ EV รวมทั้งส่งเสริมการลงทุนพลังงานทดแทนรูปแบบใหม่ เช่น SPP-Hybrid ซึ่งถือเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยีด้านพลังงานของประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาระบบจัดเก็บพลังงานหรือ Energy Storage (ESS) เพื่อให้การใช้พลังงานทดแทนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นงบประมาณที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตในทุกๆก้าวของพลังงานประเทศไทย และก้าวต่อไปสู่การเปลี่ยนแปลงพลังงานที่เน้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สูงขึ้น ดังนั้นเงินทุก 25 สตางค์จากผู้ใช้น้ำมันที่ส่งเข้ากองทุนฯ จึงเป็นส่วนสำคัญทีทำให้วันนี้ประเทศไทยเกิดใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความมั่นคงให้กับพลังงานประเทศต่อไป

กลับสู่กิจกรรมทั้งหมด