กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

"ยิ่งเจริญ"สู่เป้าหมายGreen Market ปี2563

ตลาดยิ่งเจริญสู่เป้าหมายการเป็น Green Market ในปี2563  

การพัฒนา”ตลาดยิ่งเจริญ” ให้กลายเป็นตลาดสีเขียวหรือGreen Market ของคนกรุงเทพฯ  ภายในปี2563 หรืออีก3 ปีข้างหน้านี้ นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายยิ่ง สำหรับนักบริหารรุ่นใหม่ ทายาทของตระกูล” ธรรมวัฒนะ” พร้อมประกาศเป็นตลาดอาหารปลอดภัย(Food Safety)ในวันที่11ส.ค.นี้ซึ่งเป็นวันครบรอบ62ปีของการก่อตั้งตลาดยิ่งเจริญ

ทีมบริหารตลาดยิ่งเจริญ ซึ่งมี  ณฤมล ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการบริหาร เป็นหัวขบวน ตั้งแผนพัฒนาตลาดเอาไว้ 5ปี(2558-2563) สู่การเป็น Green Market  ถ้านับจนถึงขณะนี้ ก็ถือว่าเดินทางมาเกือบถึงครึ่งทางของแผนแล้ว   

เว็บไซต์ศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) มีโอกาสได้นั่งคุยกับ “อริยะ ธรรมวัฒนะ”  หรือ “แบงก์”กรรมการบริหาร ของตลาดยิ่งเจริญ ซึ่งมาพร้อมกับ สายชล สวัสดิชัย “ไอซ์” ผจก.ฝ่ายบริหารกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ เพื่อถอดรหัสการทำงาน ว่าคนหนุ่มรุ่นใหม่ หนึ่งในทีมบริหารตลาดยิ่งเจริญ จะต้องทำอะไรอีกมากน้อยแค่ไหน เพื่อบรรลุเป้าหมายGreen Market ที่เห็นเป็นรูปธรรม ให้ผู้บริโภคสัมผัสได้

 อริยะ บอกว่า  งานที่ทีมบริหารจะต้องบริหารจัดการเพื่อก้าวสู่การเป็น Green Market  มี4 ด้านที่สำคัญคือ1.การพัฒนาด้านกายภาพของตลาด ให้รองรับเส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายสีเขียว ที่ผ่านด้านหน้าของตลาด  การมีที่จอดรถที่เพียงพอ มีแผงร้านค้าที่สะอาด มีสินค้าที่ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแบบ  “ได้ของครบจบในที่เดียว”  2. การแบ่งปันโอกาสให้กับสังคม ภายใต้แนวคิด Y Together โดยY ย่อมาจาก Yingcharoen  ที่จะเติบโตและอยู่ร่วมไปกับชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน  โดยมีโครงการความร่วมมือต่างๆ กับทั้งส่วนราชการสังกัดกรุงเทพมหานคร  กระทรวงสาธารณสุข  กองทัพอากาศ  และชุมชนใกล้เคียง  มาอย่างต่อเนื่อง

3การฝึกอบรมให้ความรู้ กับพ่อค้า แม่ค้า ให้เข้าใจถึงระเบียบวิธีปฎิบัติ ที่จะก้าวไปสู่การเป็น Green Market  ที่ทุกคนจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน   และ4 การให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการอนุรักษ์พลังงาน

ตลาดยิ่งเจริญ  มีพื้นที่ทั้งหมด 35 ไร่ 3 งาน ตั้งอยู่ในเขตสามเหลี่ยมทองคำของกรุงเทพ คืออยู่ติดพื้นที่เขตสายไหม บางเขน และดอนเมือง  และติดลำคลองสาธารณะ ทั้งคลองลำผักชี และคลองบางบัว   กิจกรรมที่ทางทีมผู้บริหารของตลาดให้ความสำคัญคือการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ลำคลองทั้งสองแห่งกลับมาสะอาด  ไม่มีวัชพืชและสิ่งปฏิกูล  โดยตั้งเป้าว่าจะดำเนินการให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้

อริยะ ธรรมวัฒนะ กรรมการบริหารตลาดยิ่งเจริญ

ในขบวนการขับเคลื่อนการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม มีการตั้งเป็นกลุ่มพันธมิตรหัวใจสีเขียว (Green @Heart )เพื่อรณรงค์และปลุกจิตสำนึกให้ทุกคนที่มาใช้พื้นที่ของตลาดยิ่งเจริญ ช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม   การคัดแยกขยะ

 การมีโครงการความร่วมมือกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินโครงการ “ ลด ละ เลิก” การใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร โดยรณรงค์ให้ผู้ค้าในตลาดยิ่งเจริญ ใช้ผลิตภัณฑ์อื่นทดแทน เช่น ภาชีวะ วัสดุธรรมชาติ หรือพลาสติกเกรดดีที่บรรจุอาหารได้ แทน จนการใช้โฟมในปัจจุบันลดเหลือเพียงประมาณ5%

อริยะ บอกด้วยว่า  ทีมผู้บริหารยัง  ตระหนักถึงมาตรฐานของอาหารปลอดภัย โดยมีการกำหนดมาตรการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ สินค้า เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้  และจัดตั้งห้องปฏิบัติงานตรวจสารปนเปื้อน เพื่อเป็นการเฝ้าระวังสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ระบบการจัดจำหน่าย

“เรื่องของอาหารปลอดภัย เป็นนโยบายที่ทีมผู้บริหารให้ความสำคัญ  เพราะต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค  ซึ่งถ้ามีการสุ่มตรวจแล้วพบ ก็จะมีการแจ้งเตือนร้านค้า โดยถ้าหากร้านค้าไม่ปฎิบัติตามแล้วสุ่มตรวจเจออีกเป็นครั้งที่สอง ทีมผู้บริหารตลาดก็จะสั่งพักการขาย “

ที่ตลาดยิ่งเจริญ มีแผงค้าประจำ 1,512 แผงค้า  และ แผงตลาดนัด 400-500 แผง ลานจอดรถแบ่งออกเป็น 3 ส่วน มีรถเข้าออกหมุนเวียนประมาณ 8,000-9,000คันต่อวัน  โดยแบ่งเป็น โซนจำหน่ายอุปกรณ์ไอที เกมส์ โทรศัพท์มือถือ  โซน สินค้าแฟชั่น   โซน ดอกไม้สด ดอกไม้สวยงาม  โซน ร้านค้าประเภทเครื่องครัว,เครื่องสังฆภัณฑ์,ร้านขายยา,ร้านทองรูปพรรณ  โซนจำหน่ายสินค้าสด เพื่อประกอบอาหาร หมู เนื้อ ไก่ และสินค้าแปรรูป ทั้งแบบปลีกและราคาส่ง   โซนจำหน่ายผลไม้ ในประเทศ, ต่างประเทศ  โซนร้านค้าประเภทผักสดและของชำทั้งชำเปียกและชำแห้ง   

“วันที่11ส.ค.2560 นี้ซึ่งจะครบรอบการก่อตั้งตลาดยิ่งเจริญ 62 ปี จะเป็นวันที่ทีมผู้บริหารตั้งใจจะประกาศว่ายิ่งเจริญ เป็นตลาดที่มีอาหารปลอดภัย หรือFood Safety   ทั้งหมด “ อริยะ กล่าว

นอกเหนือจากเรื่องอาหารปลอดภัย ทีมผู้บริหารยังให้ความสำคัญกับการล้างตลาดที่ไม่ใช้สารเคมี ประเภทโซดาไฟ ซึ่งสร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม  ลำคลองสาธารณะทั้งสองสายที่อยู่ติดกับตลาด  โดยการล้างตลาดยิ่งเจริญ ซึ่งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต้องล้างทุกวัน นั้น จะใช้จุลินทรีย์ ที่ไม่เป็นอันตรายแทน  ซึ่งทำให้เกิดปัญหาความหมักหมม   ในส่วนของปัญหาเรื่องของขยะสด ที่เกิดขึ้นทุกๆ วันละประมาณ13-14 ตัน นั้น นอกจากที่ให้ทางกรุงเทพมหานครมารับเหมาจัดเก็บแล้ว ยังมีการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะผลิตเป็นปุ๋ยหรือ แปรรูปเป็นเชื้อเพลิงRDF

ต้องติดตามว่า แผนการพัฒนาตลาดยิ่งเจริญ สู่ Green Market  จะสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ อีก3ปี คงได้คำตอบ 

กิจการกำจัดวัชพืชคลองลำผักชี  ที่ทีมบริหารตลาดยิ่งเจริญร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ

การล้างตลาดโดยใช้จุลินทรีย์แทนสารเคมี(โซดาไฟ)เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลาดยิ่งเจริญในปัจจุบัน

กลับสู่กิจกรรมทั้งหมด