กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

เสียงคนกระบี่อยากมีโรงไฟฟ้า

โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดกระบี่ ยังเป็นประเด็นถกเถียงทางสังคม ที่มีทั้งผู้ต่อต้านและสนับสนุน รวมถึงมีการวิเคราะห์และแสดงทรรศนะกันอย่างกว้างขวางของหน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยงานรัฐบาล กลุ่มนักวิชาการ และองค์กรอิสระหลายแห่ง

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้ากระบี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ของชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากโรงไฟฟ้ามีอยู่เดิม ตั้งอยู่ในตำบลคลองขนาน อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2507 โดยใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง มีกำลังการผลิตรวม 60 เมกะวัตต์ ปัจจุบันได้หมดอายุและปลดออกจากระบบไป เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2538 แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ตอนล่าง มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คณะรัฐมนตรี จึงอนุมัติ ให้ กฟผ. สร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อน ขนาด 315 เมกะวัตต์ ทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม เดินเครื่องจ่ายกระแสไฟฟ้าเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2547 โดยใช้น้ำมันเตาและน้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิง

แต่ปัจจุบัน ภาคใต้ของไทยมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) อยู่ที่ 2,713 เมกะวัตต์ แต่มีกำลังการผลิตในพื้นที่ 3,089.5 เมกะวัตต์ และจากจำนวนนี้เป็นโรงไฟฟ้าหลักที่เดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพียง 2,406 เมกะวัตต์ ทำให้จำเป็นต้องส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปเสริมประมาณวันละ 200 – 600 เมกะวัตต์ และเนื่องจากกำลังการผลิตที่ใกล้เคียงกับพีค ทำให้มีความเสี่ยงไฟฟ้าดับหากเกิดกรณีฉุกเฉิน ดังนั้น การมีโรงไฟฟ้าหลักในภาคใต้ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ย่อมจะช่วยสร้างความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้าในพื้นที่ รัฐบาลจึงให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด ขนาด 800 เมกะวัตต์ ในพื้นที่โรงไฟฟ้าเดิม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการ การดำเนินโครงการจึงได้ล่าช้าออกไป

ล่าสุด คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติให้เดินหน้าโครงการต่อ แต่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้มีการทบทวนแก้ไขเพิ่มเติม รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในส่วนของท่าเทียบเรือ และรายงานผลกระทบสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) ในส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ได้ดำเนินการจัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินหน้าโครงการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งกระบวนการนี้ จะทำให้การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ล่าช้ากว่าแผนเดิมที่จะเข้าระบบในปี 2562 เลื่อนไปเป็น 2564-2565 แต่หากต้องกลับไปทำ EIA และ EHIA ใหม่ทั้งหมด โครงการจะล่าช้าไปเป็นปี 2567       

แม้จะยังต้องรอความชัดเจนในการทบทวนแก้ไข IEA และ EHIA แต่ประชาชนบางส่วนในพื้นที่รอบๆ โรงไฟฟ้า จ. กระบี่ ก็ได้สะท้อนความคิดต่อการพัฒนาโรงไฟฟ้ากระบี่ โดยคณะครูโรงเรียนบ้านเกาะไทร จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า “การมีโรงไฟฟ้าไม่เชื่อเรื่องน่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือการไม่มีไฟฟ้าใช้ แล้วส่งผลให้ประเทศไทยไม่ได้รับการพัฒนาทางด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ”

 

 

นายนิพัทธ์ บุญลอย ชาวบ้านหมู่ที่ 8 บ้านคลองเสียด ตำบลปกาสัย อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า “เราอยู่กับโรงไฟฟ้ามาหลายปีแล้ว อยู่มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายไม่เคยพบปัญหาใดเกิดขึ้น ในทางกลับกันพลังงานไฟฟ้าถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การป้องกันที่ดีจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผมสนับสนุนให้มีการสร้างโรงไฟฟ้า เพราะความต้องการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันมีเพิ่มมากขึ้น”

 

ด้านนายสมพร เฉิดโฉม ชาวบ้านหมู่ที่ 2 ตำบลคลองขนาน อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้า โดยห่างไปประมาณ 2 กิโลเมตร กล่าวว่า อยากสนับสนุนให้สร้างโรงไฟฟ้า เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้ต่อไปในอนาคต และเพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียงก็มาร่วมสนับสนุนกันหลายคน

 

อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ที่ต้องการโรงไฟฟ้า จะได้เห็นโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้เกิดขึ้นได้เมื่อใดนั้น คงต้องรอความชัดเจนเกี่ยวกับการทบทวนแก้ไข EIA และ EHAI จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป 

กลับสู่กิจกรรมทั้งหมด