กิจกรรมทั้งหมด

Date : 13 / 07 / 2016

  • Date : 13 / 07 / 2016
    เปิดตัวสภาธุรกิจไทย-มาเลเซีย วางใจให้ วิรัตน์ นั่งประธาน

    เปิดตัวสภาธุรกิจไทย-มาเลเซีย วางใจ"วิรัตน์" นั่งประธาน หวังช่วยลดอุปสรรคการค้าของทั้งสองประเทศและสร้างการเติบโตธุรกิจระหว่างกัน ชี้ตลาดมาเลเซียน่าสนใจ เหตุเป็นประตูการค้าสู่ประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาได้ 

    นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานสภาธุรกิจไทย-มาเลเซีย เปิดเผยในงานสัมมนา "Launching of Thailand - Malaysia Business Council"ว่า สภาธุรกิจไทย-มาเลเซียและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวสภาธุรกิจไทย-มาเลเซีย อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นองค์กรที่จะช่วยผลักดันให้เอกชนไทยและมาเลเซียเกิดการค้าการลงทุนต่อกันมากขึ้น และร่วมกับภาครัฐของทั้งสองประเทศลดอุปสรรคทางการค้าโดยเฉพาะกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสองประเทศมากที่สุด

    อย่างไรก็ตามไทยและมาเลเซียเป็นประเทศที่ใกล้กันมาก แต่ขาดการสร้างธุรกิจต่อกัน ทั้งที่มาเลเซียเป็นประตูการค้าสู่ประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาได้ นอกจากนี้มาเลเซียยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยมากเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศจีน ดังนั้นไทยควรเชื่อมโยงธุรกิจกับมาเลเซียให้มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีโอกาส เช่น ยางพารา คอมพิวเตอร์ รถยนต์ อาหารฮาลาล และธุรกิจบริการ เป็นต้น  ซึ่งจะช่วยให้ตลาดการค้าไทยและมาเลเซียเติบโตขึ้นได้อีก 

    ทั้งนี้มาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในอาเซียน โดยในปี 2558 การค้ารวมของไทย-มาเลเซีย มีมูลค่าประมาณ 22,106 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในส่วนของการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ในปี 2558 มีมูลค่าประมาณ 485,758 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่าประมาณ 250,049  ล้านบาท และการนำเข้า 235,709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.31% โดยไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 14,339 ล้านบาท 

    สำหรับสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้า ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ สื่อบันทึกข้อมูล ภาพ เสียง ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์ เครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมและส่วนประกอบ  เป็นต้น ซึ่งด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่มีศักยภาพทางการค้า ได้แก่ ด่านสะเดา ด่านปะดังเบซา ด่านเบตง และด่านสุไหงโกลก 

    นายดำรง ใคร่ครวญ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ กล่าวว่า ไทยมีโอกาสที่จะขยายตลาดไปประเทศตะวันออกกลางได้อีกมาก หากเชื่อมโยงธุรกิจการค้ากับประเทศมาเลเซีย เนื่องจากมาเลเซียเป็นประตูสู่ตะวันออกกลาง มีข้อได้เปรียบทั้งเรื่องภาษาที่สื่อสารได้ถึง 3 ภาษา คือ อังกฤษ จีน  และอาหรับ อีกทั้งยังเป็นประเทศที่ทำการค้าเป็นตัวแทนจำหน่ายที่สำคัญไปยังประเทศต่างๆของโลก และมาเลเซีย ยังต้องการสินค้าวัตถุดิบจากไทยอีกมาก 

    สำหรับสินค้าที่มีโอกาสทางธุรกิจในตลาดมาเลเซียสูง ได้แก่ อาหารฮาลาล น้ำยางพารา อุตสาหกรรมต่อเนื่องกับรถยนต์ และอาหาร  เป็นต้น  

    "เรื่องที่น่าหนักใจที่สุดคือ ไทยและมาเลเซียให้ความสำคัญซึ่งกันและกันน้อยเกินไป โดยมุ่งไปสนใจตลาด CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ทั้งที่โอกาสการค้าการลงทุนในมาเลเซียและไทยยังสามารถขยายได้อีกมาก หากทั้งสองประเทศหันมาดำเนินธุรกิจการค้าต่อกันมากขึ้นเชื่อว่าไทยและมาเลเซียมีโอกาสเติบโตทางการค้าสูงขึ้นอีกมาก"เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ กล่าว

     

Date : 12 / 07 / 2016

  • Date : 12 / 07 / 2016
    พพ.จับมือสอท.จัดงานใหญ่Thailand ESCO Fair 2016 วันที่2ส.ค.นี้

    พพ.จับมือ ส.อ.ท.จัดงานใหญ่ Thailand ESCO Fair 2016  วันที่ 2 ส.ค. 2559 นี้ หวังผลักดันธุรกิจ ESCO ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น ระบุ 3 ปีที่ผ่านมาช่วยให้เกิดการลงทุนแล้ว 288 โครงการ กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ประหยัดพลังงานกว่า 3 พันล้านบาท 

    นายดนัย เอกกมล รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ. และ สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เตรียมจัดงาน Thailand ESCO FAIR 2016 และกิจกรรมกระตุ้นและขยายตลาดธุรกิจ ESCO ในหัวข้อ "ESCO ก้าวหน้า ประชารัฐก้าวไกล พาไทยประหยัดพลังงาน"  ในวันที่ 2 ส.ค. 2559  นี้  ที่ ห้องบอลรูม ชั้น 2 โรงแรมสวิสโซเทล เลอคองคอร์ด โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

    ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการดำเนินธุรกิจและการลงทุนด้านการอนุรักษ์พลังงานตามระบบสากลที่เน้นในมาตรฐานการทำงานของบริษัทจัดการพลังงานไทย และการตรวจวัดพิสูจน์ผล โดยที่ผ่านมา พพ.ได้สนับสนุนโครงการ ESCO ร่วมมือกับ  ส.อ.ท.ตั้งแต่ปี 2550 และได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 9 ซึ่งผลการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานด้วยกลไก ESCO ในช่วงปี พ.ศ. 2556 – 2558 ที่ผ่านมา สามารถผลักดันให้เกิดสัญญาการลงทุนได้ถึง 288 โครงการ เป็นมูลค่า ประมาณ 16,065 ล้านบาท และก่อให้เกิดผลประหยัดพลังงานได้เป็นมูลค่ากว่า 3,338 ล้านบาท หรือคิดเป็น 53.29 กิโลตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ 

    สำหรับงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "ESCO ก้าวหน้า ประชารัฐก้าวไกล พาไทยประหยัดพลังงาน" โดยต้องการมุ่งให้มีการยกระดับความเป็นมืออาชีพและมาตรฐานบริการของบริษัท ESCO ให้เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงขยายผลการดำเนินโครงการ ESCO  ไปยังกลุ่มอาคารของหน่วยงานภาครัฐที่มีศักยภาพในการอนุรักษ์พลังงานและมีความสามารถในการจัดหางบประมาณลงทุนบางส่วนได้ด้วยตัวเอง เช่น โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัย เป็นต้น นอกจากนี้ พพ. ได้มีมาตรการเสริมในการสนับสนุนด้านการลงทุนสำหรับโครงการ ESCO เป็นการเฉพาะ ซึ่งได้แก่ โครงการส่งเสริมการลงทุนผ่านทาง ESCO Revolving Fund โดยจะมีวงเงินส่งเสริมการลงทุน 500 ล้านบาท เพื่อไปส่งเสริมการลงทุนในโครงการ ESCO ควบคู่กันไปด้วย 

    นายหิน นววงศ์ รองประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานThailand ESCO Fair 2016 ในครั้งนี้ ประกอบด้วยงานหลัก 2 ส่วน คือ การจัดสัมมนาและงานนิทรรศการ มุ่งเน้นที่จะเผยแพร่หลักการของธุรกิจบริษัทจัดการพลังงาน ด้วยการแสดงผลงานความสำเร็จของโครงการต่าง ๆ เพื่อให้สถานประกอบการเห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้บริการของบริษัทจัดการพลังงานโดยจะมีการนำเสนอรูปแบบการให้บริการของบริษัทจัดการพลังงาน (ESCO) ทั้งของภาครัฐและเอกชน จัดแสดงเทคนิคการบริหารจัดการ และเทคโนโลยีอุปกรณ์ด้านอนุรักษ์พลังงาน กว่า 20 บูธ

    นายพ้อง เหลืองแสงทอง อุปนายกสมาคมบริษัทจัดการพลังงานไทย กล่าวว่า  สมาคมฯ ขอเชิญชวนผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อพบปะรับข้อมูลข่าวสาร พูดคุยเพื่อรับทราบและทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการการดำเนินการอนุรักษ์พลังงานในรูปแบบ ESCO จากกลุ่มบริษัทจัดการพลังงาน ตลอดจนช่องทางการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่เข้าร่วมออกบูธนิทรรศการ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

Date : 10 / 07 / 2016

  • Date : 10 / 07 / 2016
    IRPCออกหน่วยทำขาเทียม9-15ก.ค.นี้ช่วยผู้พิการจ.ระยอง

    IRPC มอบเม็ดพลาสติก 25 ตันต่อปี ผลิตขาเทียมมอบให้ผู้พิการต่อเนื่องมา 6 ปี กว่า 5 พันคน  พร้อมจัดกิจกรรมออกหน่วยทำขาเทียม 9-15 ก.ค.นี้ ที่จ.ระยอง หวังช่วยผู้พิการอีก220รายเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในปีมหามงคลของชาวไทย

    นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) หรือ  IRPC  เปิดเผยว่า  IRPC  ได้ร่วมมือกับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และจังหวัดระยอง ออกหน่วยเพื่อทำขาเทียมให้กับผู้พิการในพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียงกว่า 220 ราย ระหว่างวันที่ 9-15 ก.ค.นี้  ที่ สมาคมสโมสร ไออาร์พีซี สปอร์ตคอมเพล็กซ์ จังหวัดระยอง เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติในวโรกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 พรรษา และงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 ส.ค. 2559 และยังเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการให้ดีขึ้นด้วย 

    อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี  2554 บริษัท IRPC  ได้บริจาคเม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน ให้แก่มูลนิธิขาเทียมฯ ประมาณ 20-25 ตันต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่า 1 ล้านบาทต่อปี โดยมียอดทำขาเทียมได้ถึง 6,694 ขา ให้กับผู้พิการจำนวน 5,040 คน 

    นอกจากนี้ศูนย์วิจัยผลิตภัณฑ์นวัตกรรม IRPC  ได้พัฒนาพลาสติกเชิงวิศวกรรมที่เรียกว่า อัลตราไฮ โดยเป็นผู้ผลิตรายแรกในไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นำนวัตกรรมพลาสติกดังกล่าวมาผลิตเป็นข้อเข่าเทียมสำหรับเด็ก ข้อสะโพกเทียมและข้อต่อต่างๆตามร่างกาย เนื่องจากมีคุณสมบัติ ลื่น ทนทานต่อการสึกกร่อน เสียดสีและแรงกระแทกสูง รวมถึงไม่ดูดซึมความชื้น การเสื่อมสภาพน้อย มีความคงทนสูง ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความคงทนแข็งแรงมากขึ้น โดยพยายามทดลองให้สำเร็จเร็วที่สุดเพื่อให้นำมาใช้ได้จริงต่อไป 

    สำหรับการออกหน่วยเพื่อทำขาเทียมฯ ครั้งนี้มีกิจกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย อาทิ การจัดทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างเครื่องช่วยผู้พิการระดับ 1 โดยศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดระยอง ซึ่งจัดเป็นครั้งแรก  โดยช่างเหล่านี้บางคนเป็นผู้พิการซึ่งมาทำงานเพื่อสังคม เมื่อผ่านการทดสอบจะได้บรรจุเป็นข้าราชการ  รวมถึงมีการจัดอบรมผู้พิการและญาติ เกี่ยวกับกายภาพบำบัดควบคู่ไปกับการดูแลตอขาและขาเทียม การจัดอบรมอาชีพให้แก่ผู้พิการและญาติ การจัดนิทรรศการกิจกรรมเกี่ยวกับการสร้างโอกาสให้ผู้พิการมีชีวิตที่ดีขึ้น และการจัดนิทรรศการจากสหภาพแรงงาน  IRPC เรื่องการทำประโยชน์ให้สังคม เป็นต้น 



    พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้พิการทั่วประเทศรวม 1.7 ล้านคน ซึ่งกระทรวงฯ ได้เข้าไปดูแลให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปี 2558 กระทรวงฯได้ปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้พิการเพิ่มขึ้นจาก 500 บาทต่อเดือน เป็น 800 บาทต่อเดือนแล้ว และจะพยายามรักษามาตรฐานการช่วยเหลือด้านอื่นๆให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป  อย่างไรก็ตามการที่ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดทำขาเทียมเพื่อผู้พิการจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือสังคมได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะการที่ บริษัท IRPC เข้ามาร่วมสนับสนุนเม็ดพลาสติกเพื่อจัดทำขาเทียม ทำให้ผู้พิการได้รับการประกอบขาเทียมได้รวดเร็วภายใน 1-2วัน นับเป็นการช่วยเหลือสังคมและทำให้บุคลากรของประเทศกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้และเป็นกำลังพัฒนาประเทศต่อไป

Date : 08 / 07 / 2016

  • Date : 08 / 07 / 2016
    กฟผ.ชวนชาวเทพา จัดงานTHEPHA Festival ครั้งที่ 1วันที่13-14ก.ค.นี้

    ชาวอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ร่วมกับ กฟผ. จัดงาน THEPHA Festival  ครั้งที่ 1 “เทพามหาสนุก แหล่งรวมความสุขของทุกคน” ระหว่างวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 9.30-18.00 น. ณ เทพาบีช รีสอร์ท อำเภอเทพา จ.สงขลา เพื่อแสดงอัตลักษณ์และของดีอำเภอเทพาทั้งอาหารการกินประเพณีวัฒนธรรม เมืองแห่งสุขภาพและเมืองแห่งกีฬา ส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเทพา และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบกับการแสดงที่ยิ่งใหญ่จากศิลปินบ่าววี การจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด โดยมีเป้าหมายจัดเป็นงานประจำปี

    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ว่าที่ร้อยตรี ศรายุทธ เจียรมาศ ปลัดอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายวีระชัย ยอดเพชร หัวหน้าโครงการเตรียมงานพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพา ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน THEPHA Festival  ครั้งที่ 1 ประจำปี 2559 “เทพามหาสนุก แหล่งรวมความสุขของทุกคน” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2559 ณ เทพาบีช รีสอร์ท อำเภอเทพา จ.สงขลา โดยมีสื่อมวลชน หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร และผู้นำชุมชนในอำเภอเทพามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

    ว่าที่ร้อยตรี ศรายุทธ เจียรมาศ ปลัดอำเภอเทพา กล่าวว่า อำเภอเทพา และ กฟผ. ร่วมกันจัดงาน THEPHA Festival ซึ่งนับเป็นครั้งแรก เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวันรายออีดิ้ลฟิตรี หรือวันเฉลิมฉลองหลังเดือนรอมฎอน โดยเนรมิต บริเวณเทพาบีชรีสอร์ท สำหรับการจัดงาน ภายในงานมีการแบ่งพื้นที่เป็น 7 โซนหลัก ได้แก่ ส่วนที่ 1 เทพา เมืองอุดมอาหารการกิน “ของดีประจำตำบล”  ส่วนที่ 2 เทพา  เมืองรุ่งเรืองเรื่องทำกิน  “เมืองเกษตร  เมืองปศุสัตว์” ส่วนที่  3 เทพา เมืองมีรากเหง้า “เล่าเรื่องเมืองเทพา”โดยอาจารย์มกุฎ อรฤดี ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2555 สาขาวรรณศิลป์ ส่วนที่ 4 เทพา เมืองพหุวัฒนธรรม “การแสดงพื้นบ้านชายแดนใต้” ส่วนที่ 5  เทพามหาสนุก  “ฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังบ่าววี”  ส่วนที่ 6  เทพาเลื่องลือไก่ทอด “มีการแข่งขันแชมป์ไก่ทอดเทพา” และส่วนที่ 7 เทพา เมืองสุขภาพ “กีฬาชายหาด กีฬาฮาเฮ และ Chairity run” นอกจากนี้จะมีการอ่านบทกวี จิตวิญญาณแห่งเมืองเทพา โดยอาจารย์อนุสรณ์ นินวน นักเขียนชาวเทพา  การเสวนาในหัวข้อ เมืองเทพาก่อนจะถึง 740 ปี การออกร้านนิทรรศการของส่วนราชการ กิจกรรมอำเภอเคลื่อนที่ การแข่งขันกีฬา แข่งขันการทำอาหาร การจำหน่ายสินค้าของดีอำเภอเทพา คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยว กว่า 5,000 คน ทางอำเภอมีความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวก ทั้งในเรื่องสถานที่จัดงาน ที่จอดรถ ไว้เป็นอย่างดี จึงขอเชิญชวนให้ทุกคนมาเที่ยว ในระหว่างวันที่ 13-14 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 9.30-18.00 น.

    ด้านนายสหรัฐ  บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม กล่าวว่า ชาวอำเภอเทพา และ กฟผ. ร่วมกันจัดงาน THEPHA Festival  ครั้งที่ 1 นี้  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องชาวเทพาและจังหวัดใกล้เคียงจะมีความสุขกับของขวัญที่ กฟผ. และอำเภอเทพามีความตั้งใจมอบให้กับทุกคน โดยเฉพาะร้านนิทรรศการของ กฟผ. ได้เตรียมสิ่งดีๆมามอบให้ ทั้งการแสดงกิจกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ กฟผ. ทำร่วมกับชุมชน  มินิเธียร์เตอร์นำเสนอเรื่องราวหลายแง่มุมของ กฟผ. ที่หลายคนไม่เคยรู้ และกิจกรรมที่จะสร้างความบันเทิงอีกมากมาย

    “กฟผ. เป็นหน่วยงานของรัฐ มีภารกิจหลักในการจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอเพื่อความสุขของคนไทย และร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยทุกคน โดยยึดแนวทาง “โรงไฟฟ้าอยู่ที่ใด สังคมอยู่ดีมีสุข” ปัจจุบันจังหวัดสงขลามีโรงไฟฟ้าจะนะเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าที่สำคัญ สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาให้มีความเจริญอย่างมั่นคง ช่วยให้พี่น้องชาวภาคใต้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และในอนาคตอันใกล้นี้ กฟผ. มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างโรงไฟฟ้าเทพาให้เป็นโรงไฟฟ้าของชาวเทพา โดยเปิดโอกาสให้ชาวเทพามีส่วนร่วมในการออกแบบโรงไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน โดย กฟผ. และชุมชนจะเดินหน้าพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพาไปด้วยกัน เพื่อให้เป็นโรงไฟฟ้าแห่งความภาคภูมิใจของชาวเทพาและเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสงขลา นำพาเศรษฐกิจของภาคใต้ให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป”

    นายวีระชัย  ยอดเพชร  หัวหน้าโครงการเตรียมงานพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพา กฟผ. กล่าวว่า งาน THEPHA Festival  เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ชุมชนและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมจัดขึ้นเพื่อแสดงอัตลักษณ์และของดีอำเภอเทพาทั้งอาหารการกินประเพณีวัฒนธรรม  เมืองแห่งสุขภาพเมืองแห่งกีฬา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอำเภอเทพา และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงหลังเทศกาลเดือนรอมฎอนของพี่น้องชาวไทยมุสลิม เป็นงานท่องเที่ยวที่ ชาวอำเภอเทพาตั้งใจจัดขึ้นและต้องการให้อยู่คู่กับอำเภอเทพา จ.สงขลา เพื่อให้อำเภอเทพาเป็นเมืองพักไม่ใช่เมืองผ่านอีกต่อไป และยืนยันว่าโรงไฟฟ้าเทพาจะเป็นโรงไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว และอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างมีความสุข ชุมชนจะมีส่วนร่วมและจะมีการพัฒนาเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนตลอดไป 

    “ขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และทุกจังหวัดมาเที่ยวงาน THEPHA Festival ครั้งที่ 1 “เทพามหาสนุก แหล่งรวมความสุขของทุกคน” ประจำปี 2559 ในวันที่ 13-14  กรกฎาคม 2559 นี้  ตั้งแต่เวลา 9.30 – 18.00 น.”

     

     

  • Date : 08 / 07 / 2016
    สนพ.ออกภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ เราเปลี่ยนชัวร์ รุกสื่อดิจิตอล

    สนพ. ออกภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ “เราเปลี่ยนชัวร์” กระตุ้นคนไทยเปลี่ยนใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าติดฉลากเบอร์ 5  ประหยัดจริง คุ้มยาว

    สนพ. ยังคงรณรงค์แคมเปญ “รวมพลังหาร 2 เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์”อย่างต่อเนื่องร่วมกับผู้ประกอบการ ผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดังทั้ง 10 แห่ง  โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 นอกจากนี้ได้จัดทำภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ในชื่อ “เราเปลี่ยนชัวร์” เพื่อกระตุ้นให้ภาคประชาชนหันมาเลือกใช้อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ฉลากเบอร์ 5 เพื่อลดการใช้พลังงานของประเทศได้อย่างรวดเร็ว และภาคประชาชนสามารถลดค่าไฟได้ทันที  โดยติดตามชมภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุด “เราเปลี่ยนชัวร์” ได้แล้ววันนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ ดิจิตอลทีวี และโซเชียลมีเดีย

    การรณรงค์ประชาสัมพันธ์โครงการอย่างต่อเนื่อง เพราะปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ทำลายสถิติในปีนี้ถึง 7 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 59 มีปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด  ที่ 29,600.8 MW  เนื่องมาจากสภาวะอากาศที่มีอากาศร้อนเป็นเวลานาน กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จึงได้รณรงค์ให้ภาคประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน โดยวิธีการ ที่สามารถลดได้ทันที คือ การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามาเป็นชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงในการประหยัดพลังงาน

    ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่ผ่านมา สนพ. รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ได้แก่ หลอดไฟ LED ที่ประหยัดไฟกว่า 85% เมื่อเปรียบเทียบกับหลอดไส้ ทั้งมีอายุการใช้งานนานกว่า 15,000 ชั่วโมง และเครื่องปรับอากาศ เบอร์ 5 ที่มีค่า SEER สูง สามารถประหยัดไฟมากกว่าถึง 30%   โดยผ่านแคมเปญ “รวมพลังหาร 2 เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์” และได้รับเกียรติจากโค้ชอ๊อต  (นายเกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร)   โค้ชวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติ มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้แก่โครงการ

  • Date : 08 / 07 / 2016
    พพ.เปิดสัมมนา กุญแจสู่ความสำเร็จเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยมาตรการสนับสนุนทางการการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

    วันที่8 ก.ค.2559 นายธรรมยศ ศรีช่วย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนา "กุญแจสู่ความสำเร็จเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยมาตรการสนับสนุนทางการการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ" ณ ห้อง อรพิม ชั้น L (Lobby) โรงแรมสีมาธานี จังหวัด นครราชสีมา เมื่อเวลา 9.30-12.15 น. 

    โดยงานดังกล่าว พพ.ยืนยันความพร้อมที่จะปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 3.5% ผ่านสถาบันการเงิน สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้เปลี่ยนเครื่องจักร อุปกรณ์เป็นรุ่นใหม่ เพื่อลดการใช้พลังงาน คาดวงเงิน 4,489 ล้านบาท อันจะก่อให้เกิดผลประหยัดพลังงาน 4,404 ล้านบาทต่อปี หรือลดการนำเข้าน้ำมันดิบได้ประมาณ 248 ล้านลิตรต่อปี 

    ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ "Key of Success สู่การอนุรักษ์พลังงานด้วยมาตรการสนับสนุนทางการเงิน" ของตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นประโยชน์และแนวทางให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอีกด้วย