กิจกรรมทั้งหมด

Date : 21 / 09 / 2017

  • Date : 21 / 09 / 2017
    ปตท.หวังสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการพลังงานชุมชน
     เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นประธาน มอบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน รุ่นที่ 4  โดยปตท.หวังสร้าง “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการพลังงานชุมชน” ภายใต้หลักวิถีพอเพียงเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับชุมชน
     
    เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560  ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลโครงงานเชิงปฏิบัติการ และมอบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน รุ่นที่ 4  พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การจัดการพลังงาน ภายใต้วิถีพอเพียง ทางรอดของชุมชนไทย ศตวรรษที่ 21” โดยมี นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับและร่วมมอบประกาศนียบัตรฯ ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต กทม.
                                                                  
    นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวว่า การอบรม “หลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน (Community Energy Management Program: CEMP)” ครั้งนี้ เป็นการจัดอบรมต่อเนื่องรุ่นที่ 4 และเป็นส่วนหนึ่งใน “โครงการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง” ของ ปตท. ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างรากฐานที่เข้มแข็งจากพลังงานระดับชุมชนเพื่อการพัฒนาประเทศ   จึงมีเป้าหมายสร้าง “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการพลังงานชุมชน” ภายใต้หลักวิถีพอเพียงเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับชุมชน
     
    “หลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนจากภาคส่วนต่างๆ มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องการบริหารจัดการพลังงานระดับชุมชน เพื่อนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์เกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ตลอดจนเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งตลอดระยะเวลาของการอบรม ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน มีโอกาสศึกษาภาคทฤษฏี แลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์และวางแผนพลังงานสำหรับชุมชน  เสริมความรู้เรื่องพลังงานทดแทน อีกทั้งได้ประยุกต์ความรู้ทั้งหมดมาพัฒนาเป็นโครงงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง  ถือเป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับชุมชน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศต่อไป”  นายเทวินทร์กล่าว  
     
    หลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชนสามารถสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมจากความต้องการของชุมชนเองผ่านกระบวนการสนับสนุนองค์ความรู้จาก ปตท. อาทิ 1. โครงงาน “ขยะยิ้มได้” ของชุมชนหมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช โดยนำขยะมาใช้ประโยชน์ตามชนิดประเภท และเพิ่มมูลค่าให้กับขยะ  เช่น นำเศษอาหาร ผลิตเป็นก๊าซชีวภาพใช้หุงต้มในบ้านพักโฮมสเตย์ และนำผลผลิตจากถ่าน มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น  สบู่  ปุ๋ย และถ่านไบโอชาร์  2. โครงงาน “โรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับเตาเผาชีวมวล” ของชุมชนกลุ่มลานกระบือ เพื่อใช้สำหรับอบใบหญ้าแฝกแห้งให้มีคุณภาพได้ตลอดทั้งปี และนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมคุณภาพช่วยส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชน  3. หลากหลายโครงงานพลังงานแสงอาทิตย์  และ โครงงานอื่นๆ
     
    ทั้งนี้การอบรมหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน รุ่นที่ 4 ปี 2560 จัดขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึง เดือนกันยายน มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 54  คน  ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญในงานพัฒนาพลังงาน นักวิชาการ/ นักพัฒนาอิสระ ข้าราชการและพนักงานองค์กรภาครัฐ  เยาวชน และสื่อมวลชน มีลักษณะการอบรมที่มุ่งเน้น “การสร้างองค์ความรู้” และ “การมีส่วนร่วม” เป็นสำคัญ โดยได้รับความร่วมมือทางวิชาการและบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงพลังงาน  มูลนิธิชัยพัฒนา สมาคมพลังงานทดแทนสู่ชุมชนแห่งประเทศไทย  ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ  มูลนิธินโยบายสุขภาวะ  องค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะนาว จ.ลพบุรี และสถาบันการศึกษาต่างๆ
     
     
  • Date : 21 / 09 / 2017
    ผู้ว่ากฟผ.นำทีมปลุกกระแสแฟชั่น"เสื้อยับ"หรือ"เสื้อเบอร์5"จับมือ22บริษัทผลิต1.7ล้านตัว
     
    ผู้ว่ากฟผ.นำทีมผู้บริหารเดินบนแคทวอล์คปลุกกระแสแฟชั่นเสื้อยับ หลังร่วมลงนามกับ22บริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าชั้นนำผลิตเสื้อเบอร์5ที่ซักใส่ได้แบบไม่จำเป็นต้องรีดให้เปลืองค่าไฟ ออกสู่ตลาด 1.7ล้านตัว ในปี2561นี้ 
     
    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า ในช่วงค่ำของวันที่20 กันยายน 2560  พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดงาน “Sparking DSM” และมอบรางวัลการประกวดออกแบบเสื้อยับในระดับอุดมศึกษา พร้อมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือและมอบโล่โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ประจำปี 2560 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม A – C โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว โดยมีนายวิทูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานในฐานะกรรมการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)และผู้บริหารระดับสูงของกฟผ.นำโดยนาย กรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์  ผู้ว่าการกฟผ.ร่วมให้การต้อนรับ  ซึ่งคณะผู้บริหารระดับสูงของกฟผ. ยังได้ร่วมเดินแบบแฟชั่นเสื้อยับบนเวที เป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงานด้วย 
     
    พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  กล่าวในการเปิดงานว่า ถึงแม้ว่ากฟผ.จะเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทหลักในการผลิตไฟฟ้าเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ แต่ในอีกด้านหนึ่ง กฟผ.ก็ได้ดำเนินโครงการการด้านการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ(Demand Side Managemant) มาจนถึงปัจจุบัน ได้24 ปีแล้ว โดยสามารถช่วยให้เกิดการประหยัดพลังงานและลดการสร้างโรงไฟฟ้าไปได้ถึง 4,300 เมกะวัตต์ (เทียบเท่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่1,000 เมกะวัตต์ ที่กฟผ.ลงทุนสร้างประมาณ4 โรง )และช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน   ด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 14.8 ล้านตัน
     
    โดยมาตรการสำคัญของ DSM คือ โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์5 ที่สามารถช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิต นำเข้า จำหน่าย อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง เกิดการประหยัดพลังงานได้มาก ซึ่งในกิจกรรมล่าสุด กฟผ.ได้ลงนามกับ 22 บริษัทเอกชน เพื่อร่วมกันจัดทำ "เสื้อเบอร์ 5" หรือ "เสื้อยับ"ซึ่งเป็นเสื้อที่มีการปรับปรุงเนื้อผ้าให้สามารถใส่สบายโดยไม่ต้องรีด เพื่อให้เกิดการลดใช้ไฟฟ้าในการรีดผ้าลง ทั้งนี้จะมีการทดลองดำเนินการ 1 ปี โดยมีเป้าหมายผลิตเสื้อไม่ต้องรีดประมาณ 1.7 ล้านตัว ออกสู่ตลาด 
    ทั้งนี้หากผู้ประกอบการดำเนินการคิดค้นผลิต "เสื้อยับ"สำเร็จ และผ่านมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ที่กำหนดไว้ รวมทั้งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการของ กฟผ. จะได้รับรางวัลประหยัดไฟเบอร์ 5 ในปี 2561 ซึ่งคล้ายกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับรางวัลและติดฉลากเบอร์ 5 แต่สำหรับเสื้อผ้าจะจัดเป็นประเภท "อุปกรณ์เสื้อยับประหยัดไฟ"แทน
     
    ในสหรัฐอเมริกามีการผลิตเสื้อยับ หรือเสื้อที่ไม่ต้องรีดออกมาจำหน่ายนานแล้ว ซึ่งหากนำมาใช้ในไทยให้เกิดการแพร่หลายจะเป็นจุดที่ประชาชนได้มีส่วนร่วมช่วยกันประหยัดไฟฟ้าลงได้มาก โดยจะมีการเก็บรวมรวมข้อมูลว่าการไม่รีดผ้า 1 ตัวจะช่วยประหยัดไฟฟ้าลงได้เท่าไหร่ต่อไป
    ด้าน นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์  ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปี 2560 มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการติดฉลากเบอร์ 5 แล้ว จำนวน 29 ผลิตภัณฑ์ จ่ายฉลากไปแล้วประมาณ 330 ล้านดวง ซึ่งนับรวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มีการลงนามความร่วมมือไปแล้ว และติดฉลากเบอร์ 5 ในปีนี้ จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ตู้น้ำร้อนน้ำเย็นบริโภค และเครื่องซักผ้าถังตั้ง ถังคู่
     
    โดยในปี 2560 นี้ กฟผ. ได้ดำเนินงานตามรอยพระราชปณิธานด้านการประหยัด แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1) การลงนามข้อตกลงระหว่าง กฟผ. กับผู้ประกอบการในการจัดทำ “เสื้อเบอร์ 5” โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเสื้อ ทั้งจากโรงงานผลิตเสื้อและบริษัทต่าง ๆ รวมจำนวน 22 ราย ในการปรับปรุงเนื้อผ้า เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในการรีด อันจะนำไปสู่การติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ในปี 2561 ซึ่งผู้ประกอบการเสื้ออาจจะนำไปผลิตและขายเสื้อเบอร์ 5 ต่อไป และ 2) การจัดประกวดการออกแบบเสื้อยับในระดับอุดมศึกษา ให้สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน และมีความเหมาะสมในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศส่งผลงานเข้าประกวด ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จำนวน 40 ทีม ทีมละไม่เกิน 3 คน  และทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดออกแบบเสื้อยับ ได้แก่ ทีมจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม จากผลงาน “Nature is calling” ซึ่งได้รับเงินรางวัล จำนวน 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และเกียรติบัตร ทีมจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และทีมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ตามลำดับ รวมทั้ง ทีมจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ก็ได้รับรางวัล Popular Vote ด้วย
     
    สำหรับผู้ประกอบการเสื้อ ที่เข้าร่วมลงนามความร่วมมือโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 จำนวน 22 ราย ได้แก่ บริษัท กู๊ดสตาร์ท จำกัด , บริษัท เกียรติสวัสดิ์เท็กไทล์ จำกัด , ร้าน โกลเด้น การ์เม้นท์ , บริษัท เจ พี เอ็น อินเตอร์ (2016) จำกัด , บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ท็อป เทรดดิ้ง จำกัด , บริษัท ที ที เอช เทรดดิ้ง จำกัด , บริษัท เทพอินทราชัย แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด , บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลลอรี่ จำกัด , บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ไทยสินดีเทรดดิ้ง จำกัด , บริษัท ประชาอาภรณ์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปุณยบุญทิพย์ จำกัด , บริษัท แปซิฟิคการทอ จำกัด , บริษัท พาลาติน เวิร์คแวร์ จำกัด , บริษัท ยูไนเต็ด เท็กซ์ไทล์มิลส์ จำกัด , บริษัท โรงพิมพ์ย้อมผ้าไทย จำกัด (มหาชน) , บริษัท อาร์ ที ดี อุตสาหกรรมสิ่งทอ จำกัด , บริษัท อินเตอร์คอต จำกัด , บริษัท เอาท์ดอร์ อินโนเวชั่น จำกัด , บริษัท แอลฟ่าโปรเซสซิ่ง จำกัด และบริษัท ไอ ดี นิตติ้ง จำกัด
     
     
     

Date : 20 / 09 / 2017

  • Date : 20 / 09 / 2017
    สรุป93วันงานAstana Expo 2017ที่คาซัคสถาน ยอดเข้าชมอาคารศาลาไทย ติดอับดับ4 จาก115ประเทศ

    กระทรวงพลังงานแถลงส่งท้ายงาน Astana Expo 2017 ที่สาธารณรัฐคาซัคสถาน ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน-วันที่ 10 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา รวม93 วัน อาคารศาลาไทย หรือ Thailand Pavilion ขึ้นแท่นพาวิเลียนที่มีคนเข้าชม อันดับ4 แต่ได้ รางวัลขวัญใจมหาชน Honorable Mention สาขา People Choice Awards ที่ได้รับรางวัลจากการโหวตจากเสียงผู้เข้าชมงาน ในขณะที่มาสคอตข้าวโพด “น้องพลัง”ขวัญใจของงาน  ได้รับการเชิญเอาไว้โชว์ใน Hall of Fame  ของงานWorld Expo ที่นครเชี่ยงไฮ้  สาธารณรัฐประชาชนจีน  

    เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2560 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในการแถลงข่าวสรุปผลการจัดงาน Astana Expo 2017  ณ กรุงอัสตนา สาธารณรัฐคาซัคสถาน ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน-วันที่ 10 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งไทย โดยกระทรวงพลังงาน ได้ไปโชว์ศักยภาพความโดดเด่นด้านพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานชีวภาพของประเทศไทย ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการใน อาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) ภายใต้แนวคิด Bioenergy for All โดยมีผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงานและตัวแทนหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)  เข้าร่วมงานด้วย

    โดยพลเอก อนันตพร กล่าวว่า การเข้าร่วมงาน Astana Expo 2017 ช่วยให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในสายตานานาชาติ  แต่ยอมรับว่าไม่มีอะไรที่จะสมบูรณ์100% จึงอยากจะให้ผู้ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องสรุปบทเรียน ทั้งในส่วนที่เป็นจุดแข็ง และจุดอ่อน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น หากมีโอกาสที่จะเข้าร่วมงานในลักษณะนี้ในอนาคต

    อย่างไรก็ตามในภาพรวมของการจัดงาน  อาคารศาลาไทย ถือว่าประสบความสำเร็จเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยสามารถ ขึ้นแท่นติด 1 ใน 4 พาวิลเลียน ยอดนิยมที่มีผู้เข้าชมงานมากที่สุดจาก 115 ประเทศที่เข้าร่วม โดยมีจำนวนผู้เข้าชม ทั้งสิ้น 715,019 คน เฉลี่ยวันละ 7,662 คน คิดเป็น 18%  จากที่ตั้งเป้าไว้ในเบื้องต้นว่าจะมีคนเข้าชม 5แสนคน   ซึ่งพาวิลเลียนที่มีจำนวนผู้เข้าชมสูงสุดคือกลุ่มประเทศในแอฟริกา รองลงมาคือ อียิปต์ และตุรกี นอกจากนี้ อาคารศาลาไทยยังได้รับคัดเลือกเป็นอันดับ 2 ให้เป็นพาวิลเลียนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กและครอบครัว และท้ายสุดรางวัลขวัญใจมหาชน Honorable Mention สาขา People Choice Awards ที่ได้รับรางวัลจากการโหวตจากเสียงผู้เข้าชมงาน  ส่วน ตัวมาสคอตรูปข้าวโพด หรือ”น้องพลัง” ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนที่ใช้ดึงดูดความสนใจให้กับผู้เข้าชมงาน ยังได้รับการเชิญจากเจ้าภาพผู้จัดงาน ให้นำมาเก็บไว้โชว์ใน Hall of Fame  ของงานWorld Expo ที่นครเชี่ยงไฮ้  สาธารณรัฐประชาชนจีน  

    สำหรับการรับรู้เนื้อหาที่ประเทศไทยต้องการสื่อ พบว่า ผู้เข้าชมมีความเข้าใจ และรับรู้เนื้อมากขึ้นโดยเฉพาะการนำเสนอเรื่อง Bioenergy เพิ่มมากขึ้นอย่างเด่นชัด สามารถรับรู้ได้ว่าประเทศไทยใช้พลังงานชีวภาพ เป็นพลังงานทดแทน และรับรู้ถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเป็นพระบิดาแห่งพลังงานไทย และเห็นว่าคนไทยมีความเป็นมิตรที่ดี และมีความสนใจอยากจะมาเที่ยวเมืองไทยสูงถึง 80% อีกด้วย 

    พลเอกอนันตพร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ถ่ายรูปคู่กับมาสคอตข้าวโพด "น้องพลัง"

    ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงานที่เข้าร่วมงานแถลงข่าว 

  • Date : 20 / 09 / 2017
    เผย"สมชาย"และ"สมศักดิ์" ชื่อยอดฮิตในกฟผ.

    เผย”สมชาย”และ “สมศักดิ์” ชื่อยอดฮิตในกฟผ. ในขณะที่ชื่อ”กรศิษฏ์” มีเพียงคนเดียว คือผู้ว่าการกฟผ.

    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า กองสารสนเทศบุคคล ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ได้เปิดเผยข้อมูลซึ่งจัดแสดงในป้ายนิทรรศการ 48ปี กฟผ.”ผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย” ว่า ผู้ปฎิบัติงานของกฟผ.ในปัจจุบัน ซึ่งมีจำนวนรวมทั้งสิ้น22,459 คนนั้น มีคนที่ชื่อซ้ำกันมากที่สุด คือชื่อ “สมชาย” จำนวน 134 คน  รองลงมาคือชื่อ “สมศักดิ์ “ มีจำนวน 127 คน  อย่างไรก็ตามชื่อ”กรศิษฏ์” ซึ่งเป็นของผู้ว่าการกฟผ.นั้น มีอยู่เพียงคนเดียว

    กองสารสนเทศบุคคล ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ยังเปิดเผยด้วยว่า ตำแหน่งที่กฟผ.มีมากที่สุดคือตำแหน่ง “ช่าง” มีจำนวน 9,536 คน รองลงมาคือ “วิศวกร” มีจำนวน 4,162 คน   โดยในปี2512 ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้ง กฟผ. มีจำนวนผู้ปฏิบัติการเริ่มต้นรวมทั้งสิ้น 6,324 คน

    นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. 

Date : 19 / 09 / 2017

  • Date : 19 / 09 / 2017
    ปตท.สผ.ร่วมมือกับ โททาล ในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อประโยชน์ด้านสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
    บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน กับ บริษัท โททาล อี แอนด์ พี ไทยแลนด์ จำกัด  เพื่อประโยชน์ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอนาคต 
     
    เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. โดยนายคณิต แสงวงค์วาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานวิศวกรรมศาสตร์และการพัฒนา และบริษัท โททาล อี แอนด์ พี ไทยแลนด์ จำกัด (TOTAL) โดย Mrs. Emmanuelle Tutenuit ผู้จัดการทั่วไป ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน โดยโครงการแรกภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวคือ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางชีวภาพ เพื่อประโยชน์ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอนาคต พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้น ณ อาคารเอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์
     
    ทั้งนี้ ปตท.สผ. และ โททาล เป็นพันธมิตรมาอย่างยาวนาน โดยความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสำเร็จในการสำรวจปิโตรเลียม รวมถึงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
     
  • Date : 19 / 09 / 2017
    ปตท.หนุนวิสาหกิจชุมชนซื้อเมล็ดกาแฟกะลา

    ปตท.-วิสาหกิจชุมชน-คาเฟ่ อเมซอน จับมือนำร่องซื้อขายเมล็ดกาแฟ สร้างความเข้มแข็งสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม สนองนโยบายรัฐ สร้างการมีส่วนร่วมสร้างธุรกิจของชุมชนให้พึ่งพาตนเอง

    นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการซื้อขายเมล็ดกาแฟกะลา ภายใต้กระบวนการปลูกและการผลิตกาแฟระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ระหว่าง วิสาหกิจชุมชนกาแฟปางขอน และ วิสาหกิจชุมชนกาแฟอาข่าปางขอน กับ บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. และคาเฟ่ อเมซอน ปตท. ณ บ้านปางขอน ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นการส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม ที่ประกอบด้วยการพัฒนาการปลูกและผลิตกาแฟด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดหาเมล็ดกาแฟดิบและเพิ่มช่องทางการจำหน่าย รวมถึงสนับสนุนการจ้างงานชุมชนในท้องถิ่นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง เติบโตไปอย่างเกื้อกูลกัน

    ทั้งนี้ ปตท. มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยจะนำองค์ความรู้และศักยภาพขององค์กรมาช่วยเหลือและสร้างธุรกิจที่ชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ จึงนำมาสู่ความร่วมมือระหว่าง บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด กับวิสาหกิจชุมชนทั้งสองแห่งและคาเฟ่ อเมซอน กาแฟของคนไทย เพื่อคนไทย ด้วยความพร้อมในด้านต่างๆ อาทิ โรงคั่วกาแฟ AICA ที่ทันสมัย ณ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ด้วยกำลังการผลิตถึง 2,700 ตันต่อปี และร้านคาเฟ่ อเมซอนกว่า 1,900 สาขาทั่วประเทศ จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ร่วมมือกับชุมชนในการรับซื้อและพัฒนาคุณภาพเมล็ดกาแฟ เพื่อจะก้าวไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ซึ่งนับเป็นการร่วมสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง ตั้งแต่เสริมสร้างชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการรับซื้อเมล็ดกาแฟในราคาที่เป็นธรรม เกษตรกรได้รับความรู้พัฒนาทักษะอาชีพการเพาะปลูกและการผลิตกาแฟ มีรายได้ที่เหมาะสม ชุมชนเกิดความเข้มแข็งบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

    “ความร่วมมือในครั้งนี้ยังเป็นการส่งเสริมนโยบายภาครัฐที่ให้ภาคเอกชนและประชาชนร่วมแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคม โดยโครงการวิสาหกิจเพื่อสังคมนำร่องอื่นของ บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ ได้แก่ โครงการคาเฟ่ อเมซอนสำหรับผู้ด้อยโอกาส และศูนย์พัฒนาศักยภาพเด็กก่อนประถมวัยซึ่งเป็นโครงการเพื่อสร้างอาชีพให้กลุ่มแม่บ้านรถไฟ ของ ปตท. ให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง เป็นต้น นับเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างต่อเนื่องและเป็นการขับเคลื่อน ปตท. ไปสู่การเป็นองค์กรแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยอย่างแท้จริง” นายสรัญ กล่าวเพิ่มเติม

     

  • Date : 19 / 09 / 2017
    กฟผ.คว้า3รางวัลรัฐวิสาหกิจที่มีความเป็นเลิศจากสำนักงานป.ป.ช.
    กฟผ. รับ 3 รางวัล จาก สำนักงาน ป.ป.ช. ได้แก่รางวัล“รัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน  และ “รัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน”   ส่วนรองผู้ว่าการบริหาร "นายสืบพงษ์  บูรณศิรินทร์ ได้รางวัล บุคคลต้นแบบ” ด้านการมีส่วนร่วมส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตในองค์กร ประจำปี 2560
     
    เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2560  สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ด้านความโปร่งใสและด้านความพร้อมรับผิดชอบในระดับดีเลิศ ประจำปี 2560  ณ โรงแรมริชมอนด์ คอนเวนชั่น ถนนรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี โดยมี พลตำรวจเอก วัชรพล  ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานในพิธี
     
     โดยในปีนี้ กฟผ.สามารถคว้ามา 3 รางวัล  โดย นายสืบพงษ์  บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการบริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รับมอบใบประกาศเกียรติคุณ “บุคคลต้นแบบ” ด้านการมีส่วนร่วมส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตในองค์กร ประจำปี 2560  และในนามองค์กร ได้รับประกาศเกียรติคุณในระดับดีเลิศอีก 2 รางวัล คือ  “รัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน  และ “รัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน”  
     
    นายสืบพงษ์  เปิดเผยว่า  ยินดีและถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นบุคคลต้นแบบด้านการมีส่วนร่วมส่งเสริมธรรมาภิบาล และต่อต้านการทุจริตในองค์กร โดยนับเป็นเกียรติของชาว กฟผ. ทุกคน ส่วนรางวัลด้านความโปร่งใส กฟผ. ได้มีการขับเคลื่อนในการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งได้มีการเปิดเผยข้อมูลและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาถือปฏิบัติตนภายใต้กรอบธรรมาภิบาล รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น  อีกทั้ง กฟผ. ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช.  โดยในส่วนของโรงไฟฟ้า โครงการลดกรด-ด่าง ในการปรับสภาพน้ำในกระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าวังน้อย มีความโดดเด่นจนได้รับรางวัลด้านความพร้อมรับผิดชอบในระดับดีเลิศ   ซี่งโรงไฟฟ้าวังน้อยได้ลดการใช้สารเคมีเพื่อเป็นการปรับสภาพน้ำ   ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และลดความกังวลใจของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า กฟผ. มีวิธีการควบคุมดูแลสภาพน้ำอย่างดีที่สุด  ชุมชนให้ความไว้วางใจและสามารถตรวจสอบการดำเนินงานของ กฟผ. ได้

Date : 18 / 09 / 2017

  • Date : 18 / 09 / 2017
    ปตท.รับ 2 รางวัลดีเลิศ จาก ป.ป.ช.

    ปตท. รับ 2 รางวัล “รัฐวิสาหกิจที่มีแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใส” ประเภทดีเลิศ ประจำปี 2560 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำหรับแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ด้านวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร: Integrity Culture และแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการ ด้านคุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน: Work Integrity โดยมีพลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้มอบรางวัล

    นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.ดำเนินการด้านการผลักดันกระบวนการทำงานภายในองค์กรเพื่อยกระดับด้านความโปร่งใส รวมถึงสนับสนุนคู่ค้าและผู้มีส่วนได้เสียกับ ปตท. ให้เกิดหลักปฏิบัติที่ดี โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ปตท. มุ่งสู่การเป็นองค์กรของคนไทยที่สร้างความภาคภูมิใจควบคู่กับนำการพัฒนามาสู่ประเทศ หรือ PTT Pride and Treasures ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นขึ้นตามลำดับ

    สำหรับ 2 รางวัลระดับดีเลิศ ด้านวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร: Integrity Culture และ ด้านคุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน: Work Integrity ที่ ปตท. ได้รับนั้น เป็นผลลัพธ์มาจากผลงานการนำระบบควบคุมและติดตามตรวจสอบต่อเนื่องมาใช้กับกระบวนการจัดซื้อจนถึงการชำระเงิน (Continuous Control Monitoring & Auditing System)  การพัฒนาระบบการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการทุจริตรองรับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม  การจัดทำนโยบาย แนวทางการกำกับการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบองค์กรเพื่อให้มั่นใจว่ามีความสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ภายนอก การปรับปรุงกระบวนการจัดหาพัสดุเพื่อยกระดับความโปร่งใส  การปลูกฝังวัฒนธรรมจริยธรรมผ่านค่านิยมองค์กร “SPIRIT” และการดำเนินการด้านอื่นๆในการสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อยกระดับความโปร่งใสองค์กร ยกตัวอย่างเช่น การนำโครงการสำคัญประกอบด้วย โครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก เส้นที่ 5 ส่วนที่ 2 (ฉะเชิงเทรา – นนทบุรี) และ โครงการคลังรับก๊าซแอลเอ็นจี (LNG Receiving Terminal) แห่งใหม่ จ.ระยอง เข้าร่วมในโครงการข้อตกลงคุณธรรม หรือ Integrity Pact เป็นต้น

  • Date : 18 / 09 / 2017
    ปตท. ร่วมยินดี 4 ตำบลเครือข่ายคว้ารางวัลสุดยอดคนพลังงาน

    เมื่อเร็วๆ นี้ พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลสุดยอดคนพลังงาน แก่ 16 ตำบลจากทั่วประเทศที่มีผลงานการพัฒนาด้านพลังงานทดแทนในชุมชนโดดเด่นเป็นรูปธรรม ในงาน  "เปิดบ้าน...พลังงานชุมชน" จัดขึ้นโดยกระทรวงพลังงาน ณ ศูนย์การค้า เซียร์ รังสิต โดย คุณโกสุม เมฆมงคลชัย ผู้จัดการฝ่ายกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีกับ 4 ตำบลที่ได้รับรางวัล ซึ่งเป็นชุมชนภาคีเครือข่ายที่ ปตท. ร่วมขับเคลื่อนงานด้านพลังงานชุมชนมายาวนาน อันได้แก่ ต.ท่ามะนาว จ.ลพบุรี ได้รับรางวัลในสาขาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการพลังงานครบวงจรยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ภาคกลาง   ต.แม่ทา จ.เชียงใหม่ ได้รับรางวัลในสาขาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการพลังงานครบวงจรยอดเยี่ยม ระดับภาค ภาคเหนือ ต.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับรางวัลในสาขาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการพลังงานครบวงจรยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ภาคใต้ และ นายโกศล แสงทอง ต.ป่าเด็ง จ.เพชรบุรี ได้รับรางวัลในสาขาอาสาสมัครพลังงานชุมชนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ภาคกลาง