กิจกรรมทั้งหมด

Date : 10 / 08 / 2016

  • Date : 10 / 08 / 2016
    นายกรัฐมนตรีร่วมทดสอบสมรรถนะยานยนต์ไฟฟ้า

    กระทรวงพลังงาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดโชว์ยานยนต์ไฟฟ้า หน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ให้นายกรัฐมนตรีลองขับ ทั้งรถยนต์ รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์  พร้อมสนับสนุนตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า 100 สถานี

     เมื่อวันที่10ส.ค.พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เยี่ยมชมบูธการแสดงยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ซึ่งกระทรวงพลังงาน ได้นำรถยนต์ BMW i3 (Fully EV) พร้อมแท่นประจุไฟฟ้ามาจัดแสดง นอกจากนี้ยังมีรถยนต์จากหน่วยงานต่างๆ มาจัดแสดงด้วย อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า Honda Jazz (ดัดแปลง) จาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รถยนต์ไฟฟ้า BYD จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) รถยนต์ Toyota Prius จาก บมจ.ปตท. พร้อมกันนี้ยังมีรถยนต์ไฟฟ้า จากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เช่น รถยนต์ BMW i8 รถยนต์ Tesla Model s รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า Limoจักรยานยนต์ไฟฟ้า รุ่น EV Neo, รุ่น EV Vino, รุ่น Big E-Bike

     พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมชมยานยนต์ไฟฟ้าว่า กระทรวงพลังงานได้วางกรอบแผนบูรณาการพลังงานแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายที่จะลดความเข้มการใช้พลังงาน (Energy Intensity) ลง 30% ในปี 2579 เมื่อเทียบกับปี 2553 ซึ่งมาตรการหลักของแผน คือ การใช้ลดใช้พลังงานในภาคขนส่ง เนื่องจากเป็นภาคที่ใช้พลังงานมากที่สุด ซึ่งการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาจัดแสดงในวันนี้ ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ภาครัฐได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และในการประชุม กพช. วันนี้(10ส.ค.) กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เสนอโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) เพื่อพิจารณาด้วย ทั้งนี้การสนับสนุนการลงทุนจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า จำนวน 100 สถานี โดยสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Quick Charge จะให้การสนับสนุน 1 ล้านบาท/สถานี และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Normal Charge จะให้การสนับสนุน 1 แสนบาท/สถานี

     พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานยังได้มีการจัดตั้งคณะทำงานและจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย โดยมีหน่วยงานภาครัฐและตัวแทนภาคเอกชนเป็นคณะทำงาน ซึ่งได้กำหนดแนวทางการจดทะเบียนผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า และการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าชั่วคราวเป็นเวลา 2 ปี โดยเน้นให้ราคาการอัดประจุไฟฟ้ากลางวันสูงกว่าการอัดประจุไฟฟ้าในช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้จะมีโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับภาครัฐและเอกชนซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์การสนับสนุนและจะประกาศให้ทราบประมาณภายในเดือนสิงหาคมต่อไป 

     “กระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อม ระบบไฟฟ้าพื้นฐานของประเทศ ให้สามารถรองรับจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งหากมีการชาร์จไฟรถยนต์แบบควิกชาร์จพร้อมๆ กัน ระบบไฟฟ้าพื้นฐานต้องสามารถรองรับได้ ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงพลังงานประมาณการเบื้องต้นจากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่คาดว่าจะมีถึง 1.2 ล้านคันในปี 2579 ณ ตอนนั้นประเทศไทยจะมีปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าตามแผนประมาณ 70,000 เมกะวัตต์ บวกกับกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่ 15-20% ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน” พลเอก อนันตพร กล่าวเพิ่มเติม

  • Date : 10 / 08 / 2016
    คนพลังงานตั้งปณิธานทำดี เพื่อแม่ของแผ่นดิน

    คนพลังงานตั้งปณิธาน เขียนข้อความถึงแม่ของแผ่นดินเนื่องในวันแม่ 12สิงหาคม

    กระทรวงพลังงาน จัดกิจกรรมถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพิธีเปิดนิทรรศการ “84พรรษา ด้วยใจรักและภักดี” โดยมีพลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธี เมื่อวันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ณ บริเวณ Lobby อาคารซี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน

    ภายในงานดังกล่าวมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการและประชาชนทั่วไปได้ลงนามถวายพระพร และเขียนข้อความ ที่เขียนแสดงถึงปณิธานและความมุ่งมั่นของตน ในโอกาสวันแม่ 12 สิงหาคม ซึ่งถูกนำมาแสดงในงานนี้ด้วย ที่น่าสนใจอาทิ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “เราจะมุ่งมั่นตั้งใจและพัฒนาการทำงานให้ดีที่สุดเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติและเพื่อประชาชน"

    พลเอก ธนา วิทยวิโรจน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “ข้าพเจ้าจะทำงานด้วยความสุจริต รักษาเกียรติ และศักดิ์ศรี ต่อไปจนกว่าจะหมดภาระ”

    พลเอก ณัฐพล กนกโชติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน  เขียนข้อความไว้ว่า” ทำดีด้วยใจไม่ใช่ทำเพื่อให้ใครยกย่อง “

    พลเอก สุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “เพราะรักแม่ จึงขอทำความดีเพื่อแม่ของแผ่นดิน “

    นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “ข้าพเจ้าจะเป็นข้าราชการที่ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

    นายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “จัดหาพลังงานเพื่อประชาชน ใช้อย่างพอเพียงและยั่งยืน

    นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “จะเป็นข้าราชการที่ดีเพื่อถวายแด่แม่ของแผ่นดิน”

    และนายยงยุทธ จันทรโรทัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “ขออำนาจพระรัตนตรัย ขอพระองค์ราชินีทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ” 

Date : 07 / 08 / 2016

  • Date : 07 / 08 / 2016
    สนพ.ชวนร่วมสัมมนายานยนต์ไฟฟ้า19ส.ค.นี้

    สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานร่วมกับสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจร่วมสัมมนายานยนต์ไฟฟ้า ในส่วนโครงการ สนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า(Charging Station) 19 ส.ค.2559 นี้

    งานสัมมนายานยนต์ไฟฟ้า จัดขึ้นเวลา09.00-12.00 น.ที่ ห้องประชุม9 ชั้น15 อาคารบี ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์  โดยมีดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) บรรยายพิเศษเรื่องนโยบายส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย  และผศ.ดร.อมรรัตน์ แก้วประดับ หัวหน้าโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า(Charging Station)จะบรรยายแนะนำเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการ   โดยเอกชนผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณชวิศา  วิชัยลักษณ์  ที่หมายเลข 024709273 หรือ 087-977-0707

     อีเมลcharging@evat.or.th

     

  • Date : 07 / 08 / 2016
    กฟผ.ชวนเชียร์นักกีฬาไทยให้ได้เหรียญทองเพิ่ม

    กฟผ. ในฐานะผู้สนับสนุนหลักสมาคมยกน้ำหนัก ตามโครงการ 1 สมาคมกีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ  ชวนคนไทยส่งใจเชียร์นักกีฬาไทยให้ได้เหรียญทองเพิ่ม หลังน้องแนน โสภิตา นักกีฬายกน้ำหนักหญิง คว้าเหรียญทองเหรียญแรกให้ทีมไทย


    นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม ในฐานะโฆษก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า วันนี้ (7 สิงหาคม 2559) เวลา 05.00 น. ตามเวลาประเทศไทย น้องแนน โสภิตา ธนสาร นักกีฬายกน้ำหนักหญิงทีมชาติไทย ได้ลงทำการแข่งขันในรุ่น 48 กิโลกรัม ซึ่งมีจอมพลังสาวจาก 12 ชาติร่วมชิงชัย และโสภิตาก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง สามารถคว้าเหรียญทองแรกให้กับทัพนักกีฬาทีมชาติไทยได้สำเร็จ ณ ริโอ เซนทรัล พาวิลเลียน 2 กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล


    สำหรับการแข่งขันในท่าสแนชท์ ครั้งแรก โสภิตา เรียกน้ำหนักที่  88 กิโลกรัม และสามารถยกผ่านได้อย่างสบาย จากนั้นเรียกน้ำหนัก ครั้งที่ 2 ก็ยกผ่านอีกครั้งที่ 90 กิโลกรัม ตามด้วยครั้งที่ 3 ที่ 92 กิโลกรัม จบท่าสแนชท์ที่ 92 กิโลกรัม อยู่อันดับที่ 1


    ส่วนท่าคลีนแอนด์เจอร์ก โสภิตา เรียกน้ำหนักครั้งแรก 106 กิโลกรัม ตามด้วยครั้งที่ 2 ที่ 108 กิโลกรัม และสามารถยกผ่านได้สบายทั้งสองครั้ง จากนั้นจึงเรียกน้ำหนักครั้งสุดท้าย 110 กิโลกรัม แต่ยกไม่ผ่าน ส่งผลให้ทำน้ำหนักรวมทั้ง 2 ท่าได้ 200 กิโลกรัม สามารถคว้าเหรียญทองแรกของทัพนักกีฬาไทยในริโอเกมส์ได้สำเร็จ


    “กฟผ. ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2547 ตามโครงการ 1 สมาคมกีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ ของรัฐบาล ขอร่วมแสดงความยินดีที่จอมพลังสาวไทย สามารถคว้าเหรียญทองแรกในศึกโอลิมปิกเกมส์ 2016 สร้างความสุขให้คนไทยได้สำเร็จ และขอเชิญชวนชาวไทยทุกคน ร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทยที่จะลงทำการแข่งขันในรุ่นอื่นๆ ต่อไปด้วย” นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี โฆษก กฟผ. กล่าว

Date : 05 / 08 / 2016

  • Date : 05 / 08 / 2016
    สนพ. รณรงค์เปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าบนเกาะสมุย

    สนพ. จับมือ 5 ผู้ประกอบการบนเกาะสมุย จัดกิจกรรม “สัปดาห์เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์ เกาะสมุย” รณรงค์ให้ปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง

    ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานเปิดงาน “สัปดาห์เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์ ณ เกาะสมุย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 - 6 สิงหาคม 2559 กล่าวว่า เกาะสมุยได้รับคัดเลือกเพื่อเป็นต้นแบบในการประหยัดพลังงาน เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูง โดย สนพ. ได้ร่วมกับเทศบาลนครเกาะสมุย และผู้ประกอบการห้างร้าน 5 แห่งบนเกาะสมุย ได้แก่ โฮมโปร  เทสโก้ โลตัส  พาวเวอร์บาย  บิ๊กซี และสยามแมคโคร จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นและผลักดันให้ประชาชนและผู้ประกอบการบนเกาะสมุย ปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง โดยเริ่มจากการเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟ LED และ เครื่องปรับอากาศที่มีค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (SEER)  ซึ่งจะช่วยลดปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศได้

    ในงานดังกล่าว ยังมีการจัดบรรยายให้ความรู้ในการประหยัดพลังงานด้วยการสะสม Energy Points เพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์ด้านอนุรักษ์พลังงาน ซึ่ง กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของ สนพ. และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาคอุตสาหกรรม โดยสนับสนุนเงินลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อการประหยัดพลังงานทันทีในอัตรา 30% ของงบประมาณ แต่ไม่เกิน 300,000 บาทต่อแห่ง

    ทั้งนี้ กิจกรรมรณรงค์เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงบนเกาะสมุยดังกล่าว เป็นการดำเนินการภายใต้ โครงการรวมพลังหาร 2 เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์ ซึ่ง สนพ. เร่งสานต่อโครงการในปีนี้เป็นปีที่ 2 หลังจากการดำเนินโครงการในปีที่ 1 ที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน

    “ผลการศึกษาสำรวจของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สำหรับการดำเนินการโครงการในปีแรก) พบว่า กลุ่มเป้าหมายมีความตื่นตัว และต้องการเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 กว่าร้อยละ 90 และรับรู้ถึงประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน รวมถึงค่าไฟที่ลดลงเมื่อเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ดังกล่าว โดยพบว่า หลอดไฟแอลอีดีมียอดจำหน่ายสูงขึ้นในปีที่ผ่านมาไม่น้อยว่าร้อยละ 20 – 30 อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ที่มีความลังเลไม่กล้าตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงเพื่อปรับเปลี่ยน เนื่องจากกังวลเรื่องราคา หรือรอจังหวะในการตัดสินเปลี่ยน ดังนั้น สนพ. จึงเร่งสานต่อโครงการในปีที่ 2 ด้วยการส่งเสริมตลาดกับ 10 ผู้ประกอบการชั้นนำของประเทศ เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายมาใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5 เพิ่มขึ้น และตัดสินใจในการซื้อหาง่ายขึ้น,” ดร. ทวารัฐกล่าว

    ในขณะเดียวกัน สนพ. ยังได้ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งผู้ประกอบการ หอการค้าจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด และประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ช่วยกันลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซในพื้นที่พัฒนาร่วม ไทย-มาเลเซีย หรือแหล่ง JDA-A18 ที่กำหนดจะปิดซ่อมบำรุงระหว่างวันที่ 20 - 31 สิงหาคม 2559 เป็นระยะเวลา 12 วัน ซึ่งส่งผลให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติในระบบขาดหายไปประมาณ 420 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้ยังสูงกว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่ โดยดำเนินการตามแนวทาง 4 ป. คือ 1. ปิดไฟดวงที่ไม่ได้ใช้ 2. ปรับแอร์ที่ 26 องศา และปรับ Cool Mode เป็น Fan Mode 3. ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน และ 4. เปลี่ยนมาเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5 โดยเริ่มจากการเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟ LED และ เครื่องปรับอากาศที่มีค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (SEER) 

Date : 04 / 08 / 2016

  • Date : 04 / 08 / 2016
    PTT to expand Café Amazon in ASEAN

    PTT aims to drive Café Amazon to become a brand of ASEAN, targeting to raise the number of branches in the region to 400 by 2021.

    Mr. Sarun Rungkasiri, Chief Operation Officer, Downstream Petroleum Business Group, PTT Public Company Limited, said that due to changing consuming behavior that seen a growing demand and popularity of coffee consumption among Cambodians including workers and students, PTT seized the opportunity to expand Café Amazon by allowing a master franchise rights to its affiliate PTTCL to retail the coffee chain in Cambodia.

    At present, there are 14 Café Amazon outlets in Cambodia operated by PTT and the company has a plan to increase number of branches by another 18 by the end of this year and an addition of another 76 branches within 2021.

    In total, PTT planned to have 108 shops of Café Amazon in Cambodia by 2021 and 400 branches in ASEAN by the said year.

    Apart from Cambodia, PTT also has Café Amazon coffee chain operated in Laos and is going to exercise the franchise in Myanmar, Japan and Oman in the future.

    “This is a remarkable step that would help promote Thai Café Amazon brand to be more well-known to consumers in ASEAN. This expanding effort of Café Amazon will help drive PTT’s business to grow continuously and rapidly and thus to become a successful global brand,” Mr. Sarun said.

  • Date : 04 / 08 / 2016
    ปตท.ขายแฟรนไซส์คาเฟ่อเมซอนในกัมพูชาเพิ่มขึ้น

    ปตท. พร้อมขายแฟรนไชส์คาเฟ่ อเมซอนในประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งเป้าปี 2564 เปิด 108 สาขาในกัมพูชา และ400 สาขาในอาเซียน

    นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. ได้เริ่มขายแฟรนไชส์ร้านคาเฟ่ อเมซอนให้กับชาวกัมพูชาแล้ว โดยมอบสิทธิ์ในการขาย Franchise Café Amazon ทั้งหมดในประเทศกัมพูชาให้ บริษัท ปตท. (กัมพูชา) จำกัด (PTTCL) เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

    โดยในปัจจุบัน ในประเทศกัมพูชามีร้านคาเฟ่ อเมซอนดำเนินงานโดย ปตท.แล้ว จำนวน 14 สาขา และมีแผนจะเปิดร้านแฟรนไชส์จำนวน 18 สาขาในปีนี้ และเปิดเพิ่มอีก 76 สาขาภายในปี 2564  รวม108 สาขา  และคาดว่าจะมี400 สาขาในประเทศอาเซียน ซึ่งจะทำให้แบรนด์ของคนไทยเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติมากขึ้น

    “ การบริโภคกาแฟได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายและมีอัตราการเติบโตที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมของชาวกัมพูชา อาทิ คนรุ่นใหม่ คนทำงาน และนักศึกษา ที่เปลี่ยนมาบริโภคเครื่องดื่มชา กาแฟ และออกมานั่งในร้านกาแฟกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปตท. เล็งเห็นโอกาสอันดีในการขยายธุรกิจค้าปลีกให้สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด จึงได้มอบสิทธิ์ในการขายแฟรนไชส์ของร้านคาเฟ่อเมซอนในประเทศกัมพูชาทั้งหมดให้กับ PTTCL ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ ปตท. ในประเทศกัมพูชา นอกจากโอกาสที่ธุรกิจที่ ปตท. จะได้รับแล้ว ชาวกัมพูชาจะได้มีส่วนร่วมในการทำธุรกิจกับ ปตท. ซึ่งเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมให้กับเพื่อนบ้านของไทยอีกด้วย”นายสรัญ กล่าว

    ทั้งนี้ การมอบสิทธิ์ในการขายแฟรนไชส์นี้ จะเป็นต้นแบบของการดำเนินธุรกิจค้าปลีกอย่างเต็มรูปแบบในต่างประเทศของ กลุ่ม ปตท. โดยมีแผนจะพัฒนารูปแบบการให้สิทธิ์ Café Amazon Master Franchisee ในประเทศอื่นๆ อาทิ พม่า ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และโอมาน ต่อไปในอนาคต ซึ่งถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการผลักดันให้ แบรนด์คนไทยอย่างคาเฟ่ อเมซอน ให้เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้บริโภคกาแฟในอาเซียนมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจฯ สามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว สนับสนุนให้ ปตท. ก้าวสู่การเป็น Global Brand อย่างเต็มตัว