กิจกรรมทั้งหมด

Date : 22 / 09 / 2016

  • Date : 22 / 09 / 2016
    เปิดใจสุนชัยหลังขึ้นรับรางวัลบุคคลดีเด่นด้านพลังงานของอาเซียน

    เปิดใจ"สุนชัย" อดีตผู้ว่า กฟผ.หลังขึ้นรับ รางวัลบุคคลดีเด่นด้านพลังงานของอาเซียน ประจำปี 2559  ระบุภูมิใจมีส่วนร่วมพัฒนาไฟฟ้าอาเซียน หวัง 10 ประเทศสมาชิกร่วมเชื่อมโยงไฟฟ้าในอนาคต เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจไปด้วยกัน 

    เมื่อค่ำวันที่22 ก.ย.2559 ที่กรุงเนปยีดอ ประเทศเมียนมา  มีการประกาศผลรางวัล ASEAN Energy Awards 2016 รางวัลเกียรติยศด้านพลังงานระดับภูมิภาคอาเซียนเพื่อเชิดชูเกียรติและกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มผู้ประกอบการของประเทศสมาชิก

     โดยปีนี้ตัวแทนผู้เข้าประกวดจากประเทศไทยสามารถคว้ารางวัลมาครองได้สูงสุดถึง 16 รางวัล จากทั้งหมด 47 รางวัล สูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน  นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลในประเภทบุคคลพลังงานดีเด่นให้กับผู้ที่มีบทบาทสำคัญด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียน โดยบุคคลากรจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ได้แก่ นายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน นายสุริยันต์ อภิรักษ์สัตยากุล รองอธิบดี กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ นางอัมราพร อัชวังกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ อดีตผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

    โดย นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ อดีตผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดใจกับผู้สื่อข่าวEnergy News Center ภายหลังขึ้นรับรางวัล ASEAN Energy Award 2016 ด้านบุคคลพลังงานดีเด่นสำหรับผู้ที่มีบทบาทสำคัญด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียนว่า  รู้สึกภาคภูมิใจกับรางวัลดังกล่าว เพราะเป็นรางวัลที่มอบให้บุคคลที่ได้อุทิศตนร่วมพัฒนาพลังงานอาเซียนมาโดยตลอด 

    ทั้งนี้ที่ผ่านมาตัวเขามีบทบาทในการร่วมผลักดันการเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าระหว่างอาเซียน ผ่านการประชุมความร่วมมือพลังงานไฟฟ้าอาเซียน The Head of ASEAN Power Utilities/Authorities Council หรือ HAPUA Council  และยังมีส่วนร่วมพัฒนาระบบส่งไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า การประหยัดพลังงาน และพลังงานทดแทนในอาเซียน ทำให้ปัจจุบันอาเซียนเกิดความก้าวหน้าด้านพลังงานไฟฟ้าอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง 

    “สิ่งที่อยากเห็นในอนาคตคือการเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าระหว่างอาเซียนให้มากขึ้น แต่จะให้ครอบคลุมทั้ง 10 ประเทศได้นั้นคงจะต้องดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้งยังต้องการเห็นอาเซียนร่วมมือกันต่อไปในเรื่องการพึ่งพาพลังงานระหว่างกัน เนื่องจากประเทศสมาชิกอาเซียนต่างมีแหล่งกำเนิดพลังงานที่แตกต่างกันไป จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ประเทศสมาชิกจะได้ใช้พลังงานร่วมกัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและนำมาซึ่งความเจริญทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน “นายสุนชัย กล่าว 

Date : 21 / 09 / 2016

  • Date : 21 / 09 / 2016
    สนพ.เปิดตัวแคมเปญรวมพลังหาร2ประหยัดชัวร์ เน้นวิธีที่ปฏิบัติได้จริง

    สนพ.เปิดตัวแคมเปญ “รวมพลังหาร 2 ประหยัดชัวร์” ปลุกกระแสการประหยัดพลังงาน ย้ำให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าจนเป็นนิสัย  โดยแนะนำวิธีประหยัดพลังงานที่ทำได้จริงและเห็นผลผ่านหลายช่องทางการสื่อสาร รองรับสังคมดิจิทัล ระบุถ้าทุกคนรวมพลัง “ลดครึ่ง ใช้ครึ่ง” เท่ากับลดการใช้พลังงานลงได้ครึ่งหนึ่ง ช่วยทั้งตัวเองช่วยทั้งชาติประหยัดพลังงาน

     นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากการที่สนพ.มีภารกิจสำคัญในการบริหารจัดการด้านความต้องการใช้พลังงาน  จึงได้มีการทบทวนนำโครงการ “รวมพลังหาร 2”  ที่เคยประสบความสำเร็จในการสร้างจิตสำนึกมาแล้วในอดีต กลับมารณรงค์ใหม่อีกครั้ง  โดยครั้งนี้จะเพิ่มดีกรีจาก “คิดก่อนใช้” สู่แนวทางการลงมือทำได้จริง “รวมพลังหาร 2 ประหยัดชัวร์” โดยทุกคนสามารถเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงในการประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นการเดินตามทิศทางของแผนอนุรักษ์พลังงาน หรือ EEP 2015 ในการส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ย้ำเตือนการคิดก่อนใช้พลังงานทุกครั้งจนเป็นนิสัย พร้อมกับแนะวิธีใช้พลังงานอย่างประหยัดด้วยวิธีปฏิบัติได้จริงในชีวิต

    โดยในปี 2559  สนพ.เปิดตัวแคมเปญใหม่เริ่มด้วยภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์ที่เริ่มออกอากาศวันแรก 21 กันยายน ในชื่อชุด “ชีวิตหาร 2 ลดครึ่ง ใช้ครึ่ง ประหยัดชัวร์” ซึ่งมีแนวคิดเชิญชวนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่แนวทางที่ลงมือทำได้จริงในชีวิตประจำวัน  โดยสร้างสีสันจากตัวละครภาพยนตร์แนวเขย่าขวัญที่มีคาแรกเตอร์คล้าย “เจสัน” ในภาพยนตร์เรื่อง ศุกร์ 13 และได้รับเกียรติจาก  แสตมป์ อภิวัชร์ นักร้องและศิลปินชื่อดัง มาเป็นแนวร่วมโครงการร่วมแชร์ประสบการณ์ และกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมแบบที่เป็น “ชีวิตหาร 2” ในชีวิตประจำวันตามแบบฉบับของแต่ละคน

    และเพื่อให้สอดคล้องยุคสังคมดิจิทัล การปลุกกระแสการประหยัดพลังงานครั้งนี้ จะเน้นการสื่อสารแบบครบวงจร โดยนอกจากจะมีสื่อเทรดดิชั่นแนลในรูปแบบภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์แล้ว ยังมีสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งการสื่อสารรูปแบบใหม่ในสังคมออนไลน์ ที่ สนพ. ได้วางช่องทางการสื่อสารไว้แบบครบทุกมิติ ทั้ง Facebook Instagram Website Webboard  Banner รวมทั้งเตรียมสร้าง Application รวมพลังหาร 2 ขึ้นมารณรงค์ให้เกิดการใช้ชีวิตแบบหาร 2 เรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ผ่านช่องทางนี้ นอกจากนี้ ยังมีบุคคลที่มีชื่อเสียงที่มีแนวคิดตรงกับโครงการรับเชิญมาร่วมสร้างกระแสและบุคคลเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ทำงานกับโครงการมาในอดีต เช่น การดึงผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณา ม่ำ-สุธน เพ็ชรสุวรรณ ที่เคยกำกับภาพยนตร์โฆษณา ชุด อาเม้ง-ป.ปลา จนโด่งดังและได้รับรางวัลมากมาย มากำกับภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ชุด “ชีวิตหาร2” และต้นปี 2560 สนพ. จะได้จัดกิจกรรมครั้งใหญ่ในรูปแบบมหกรรม “หาร 2 เฟสติวัล” ซึ่งจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจและคลังไอเดียผลงานการลดใช้พลังงานจากคนดังหลากหลายอาชีพ  การจับมือกับคนรุ่นใหม่ที่ร่วมสร้างสรรค์ไอเดียชีวิตหาร 2 เอาไว้อย่างน่าสนใจมาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมต้องฝากติดตามผ่านช่องทางหลักของโครงการ Facebook & Website

    “ผมอยากขอความร่วมมือร่วมใจลดใช้พลังงานลง โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นการใช้เท่าที่จำเป็น ใช้แบบพอดี ไม่ได้ลดความสะดวกสบายไปมากนัก และยังทำให้เรารู้สึกมีความสุขด้วยจากการได้มีส่วนร่วมช่วยชาติประหยัดพลังงาน จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมใช้ “ชีวิตหาร 2 ลดครึ่ง-ใช้ครึ่ง”กันนะครับ เพราะลดครึ่ง เท่ากับ ลดใช้พลังงานที่เกินจำเป็น ใช้ครึ่ง เท่ากับ ใช้พลังงานแค่ที่ควรใช้ ลดครึ่งใช้ครึ่ง ยิ่งลดยิ่งได้ ความสบายไม่ได้ลดลง รวมพลังหาร 2 ประหยัดชัวร์” นายทวารัฐ กล่าว 

    ปัจจุบันสถานการณ์การบริโภคพลังงานในประเทศยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง โดยตัวเลขการใช้พลังงานในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2559) การใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นสุดท้ายเพิ่มขึ้น 4.3%เมื่อเทียบกับครึ่งปีที่แล้ว โดยมีปริมาณการใช้ที่ 1.49 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ซึ่งไทยยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบในสัดส่วนถึง 83% ของการจัดหาน้ำมันในปริมาณรวม 9.9 แสนบาร์เรล/วัน โดยผลิตได้ในประเทศเพียง 17% เท่านั้น ส่วนการใช้ไฟฟ้า ช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ ใช้รวม 91,546 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6.31% เป็นการเพิ่มขึ้นเกือบทุกสาขา ยกเว้นภาคเกษตรกรรมที่ใช้ไฟฟ้าลดลงมากจากปัญหาภัยแล้งและการใช้ไฟฟ้าสูบน้ำเพื่อการเกษตรลดลงเนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งภาคอุตสาหกรรม เป็นภาคที่มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าสูงสุด คือ 41.7% ของการใช้ทั้งหมด เพิ่มขึ้น 3.1% จากอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยที่ภาคครัวเรือนมีการใช้ไฟฟ้ามากเป็นอันดับสอง  24.5% หรืออยู่ที่ประมาณ 22,447 กิกะวัตต์ชั่วโมง แต่มีอัตราการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 10.6% เมื่อเทียบกับครึ่งปีก่อน สูงเป็นอันดับต้น  

     

  • Date : 21 / 09 / 2016
    ไทยคว้าแชมป์ ASEAN Energy Awards 2016

    ไทยครองแชมป์ ASEAN Energy Awards 2016 รางวัล ASEAN Energy Awards ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศด้านพลังงานระดับภูมิภาคอาเซียนที่มอบให้เพื่อเชิดชูเกียรติและกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มผู้ประกอบการของประเทศสมาชิกเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ มีการประกาศผลรางวัลภายหลังการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 21-22 ก.ย. นี้ ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา ซึ่งตัวแทนผู้เข้าประกวดจากประเทศไทยสามารถคว้ารางวัลมาครองได้สูงสุดถึง 16 รางวัลจากทั้งหมด 47 รางวัล สูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน

    พลเอก อนันตพร กล่าวต่อว่า การพัฒนาพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานของประเทศไทย ณ วันนี้ นับว่ามีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ.2558–2579 ซึ่งกำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน เป็นร้อยละ 30 ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายในปี 2579 และแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2558–2579 ที่ตั้งเป้าหมายในการลดสัดส่วนการใช้พลังงานต่อ GDP ของประเทศ (Energy Intensity) อย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี 2579 เช่นเดียวกัน ซึ่งการกำหนดแผนดังกล่าวเป็นส่วนกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และหนึ่งในมาตรการต่างๆ ที่ออกมากระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเกิดการลดใช้พลังงานโดยวิธีการสมัครใจ คือ การจัดประกวดสุดยอดรางวัลด้านพลังงานไทยระดับสากล Thailand Energy Awards ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความคิดริเริ่มของผู้ประกอบการไทยทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือในการพัฒนาพลังงานรูปแบบต่างๆ อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จต่อการเข้าร่วมการประกวด ASEAN Energy Awards มาอย่างต่อเนื่อง

    นายธรรมยศ ศรีช่วย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จในเวที ASEAN Energy Awards ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมาตั้งแต่ปี 2535 ส่งผลให้ผู้ประกอบการหรือผู้ใช้พลังงานในระดับที่มีการใช้พลังงานสูงๆ ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานมากขึ้น ประกอบกับภาครัฐยังมีการส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อให้การใช้พลังงานของประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลในประเภทบุคคลพลังงานดีเด่นให้กับผู้ที่มีบทบาทสำคัญด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียน โดยบุคคลากรจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ได้แก่ นายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน นายสุริยันต์ อภิรักษ์สัตยากุล รองอธิบดี กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ นางอัมราพร อัชวังกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ปัจจุบัน เกษียณแล้ว)

    สำหรับตัวอย่างผู้ประกอบการไทยที่มีผลงานโดดเด่น อาทิ บริษัท ไทยอิสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์  จำกัด ได้รับรางวัลชนะเลิศ ASEAN Energy Awards 2016  ด้านพลังงานทดแทน ประเภทโครงการพลังความร้อนร่วมจากพลังงาน หมุนเวียน บริษัท     ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รางวัลชนะเลิศ ASEAN Energy Awards 2016 ประเภทพลังงานหมุนเวียนที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า (off-Grid)  จากโครงการผลิตไฟฟ้าชีวภาพจากระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัท และบริษัท ทิพย์กำแพงเพชร ไบโอเอนเนอยี่ จำกัด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ASEAN Energy Awards 2016 ประเภทโครงการพลังงานความร้อนร่วมจากพลังงานหมุนเวียน  

    นายก้องกิต โกกนุทาภรณ์​ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท ไทยอิสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์  จำกัด ผู้ชนะเลิศรางวัล  ด้านพลังงานทดแทน ประเภทโครงการพลังความร้อนร่วมจากพลังงานหมุนเวียน เปิดเผยว่า จุดที่ทำให้บริษัทฯ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในประเภทดังกล่าวมาได้ คือ แนวคิดการกำจัดน้ำเสียโดยเปลี่ยนเป็นพลังงานกลับมาใช้ประโยชน์ ทั้งในรูปความร้อน ความเย็น และไฟฟ้า ซึ่งสามารถลดใช้ไฟฟ้าในบริษัทฯ ลงได้ 4-5 ล้านบาท

    ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท ไทยอินเทิร์น ดำเนินธุรกิจโรงงานน้ำมันปาล์มและโรงงานแปรรูปยางพารา ซึ่งกระบวนการผลิตจะเกิดน้ำเสียกว่า 3 แสนลูกบาศก์เมตรต่อปี ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดจัดตั้งบริษัท ไทยอิสเทิร์น ไบโอพาวเวอร์ จำกัด เพื่อนำน้ำเสียมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ และนำไปใช้ประโยชน์  2 แนวทางหลัก คือ ใช้ทดแทนก๊าซหุงต้ม (LPG) สำหรับอบยางพาราแท่ง สามารถประหยัดต้นทุนได้ 3 ล้านบาทต่อเดือน และนำไปผลิตไฟฟ้าได้ 2 เมกะวัตต์ โดยใช้ในโรงงานเอง 1 เมกะวัตต์ และขายเข้าระบบการไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์  ซึ่งการขายไฟฟ้าดังกล่าวได้รับการสนับสนุนเงินจากภาครัฐในรูปแบบเงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง (FIT) ในอัตรา 4.26 บาทต่อหน่วย  นอกจากนี้ก๊าซชีวภาพที่ได้ยังนำมาใช้ในกระบวนการหล่อเย็นสำหรับเครื่องปรับอากาศในโรงงานได้อีกด้วย

    นายก้องกิตกล่าวว่า ขณะนี้ กลุ่มบริษัทฯ มีการเพิ่มกำลังการผลิตสินค้า ส่งผลให้มีน้ำเสียเพิ่มขึ้นจาก 3 แสนลูกบาศก์เมตรต่อปี เป็น 5 แสนลูกบาศก์เมตรต่อปี จึงมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงสุดถึง 6-7 เมกะวัตต์ แต่มีความต้องการใช้อยู่ 2-3 เมกะวัตต์ จึงผลิตไฟฟ้าออกมาให้พอดีกับความต้องการใช้เป็นหลัก และส่วนที่เหลือกำลังรอการตอบรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) เพิ่มเติม และบริษัทฯ มีแผนจะเข้าร่วมประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ เฟส 2 ที่ภาครัฐเตรียมประกาศออกมาในอนาคต โดยคาดว่าจะร่วมประมูลประมาณ 6 เมกะวัตต์ เนื่องจากมีความพร้อมเพราะได้ลงทุนโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพเอาไว้แล้ว

    ด้านนายณฤกษ์ มางเขียว รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย)จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทฯที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากประเภทโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า (off-Grid)  กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจผลิตอาหารสำเร็จรูป มีน้ำเสียจากกระบวนการผลิตมากถึง 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งเดิมใช้บ่อหมักไร้อากาศแบบเปิด และปล่อยน้ำเสียที่บำบัดแล้วลงสู่ลำคลองสาธารณะ ทำให้ก๊าซชีวภาพที่เกิดขึ้นถูกปล่อยทิ้งสู่บรรยากาศ สร้างมลภาวะด้านอากาศและปัญหากลิ่นเหม็นรบกวน ถือเป็นการสูญเปล่าด้านพลังงานทดแทน บริษัทฯจึงปรับเปลี่ยนมาใช้บ่อหมักไร้อากาศแบบปิด ร่วมกับระบบ Anaerobic Buffer Reactor (ABR) ที่สามารถผลิตก๊าซชีวภาพและนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าแทน โดย สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองในโรงงานได้ถึง 90 กิโลวัตต์ และลดค่าไฟฟ้าลงได้ 20% จากการจ่ายค่าไฟฟ้าปกติ 

    ด้านนายทศพร วิมุกตาคม ผู้จัดการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมชีวมวลชานอ้อย บริษัท ทิพย์กำแพงเพชร ไบโอเอนเนอยี่ จำกัด ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทโครงการพลังงานความร้อนร่วมจากพลังงานหมุนเวียน กล่าวว่า บริษัทฯ นำชานอ้อยเหลือทิ้งของกระบวนการผลิตน้ำตาลปีละ 7 แสนตัน มาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ โดยผลิตไฟฟ้าได้ 61 เมกะวัตต์ แบ่งไปขายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(PEA) ประมาณ 16  เมกะวัตต์ อีก 26 เมกะวัตต์จำหน่ายให้โรงไฟฟ้าน้ำตาล และอีก 8  เมกะวัตต์นำไปใช้ในโรงไฟฟ้าเอง ขณะที่ไอน้ำที่ผลิตได้นั้นจะนำไปจำหน่ายให้โรงงานน้ำตาลทิพย์กำแพงเพชร สำหรับหีบอ้อยและการผลิตน้ำตาลอีกด้วย โดยเป้าหมายของบริษัทฯ ต้องการให้เกิดการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและดูแลสิ่งแวดล้อมไปในตัว จึงตั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมชีวมวลชานอ้อยขึ้น ซึ่งนอกจากจะกำจัดเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแล้ว ยังทำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยและชุมชนได้ประโยชน์จากการจำหน่ายชานอ้อยเพื่อผลิตไฟฟ้าอีกด้วย สำหรับการจัดหาและการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อผลิตไฟฟ้าดังกล่าวไม่ยุ่งยาก จึงสามารถนำไปประยุกต์ดำเนินการได้สำหรับทุกๆ โรงงานในทุกพื้นที่ที่มีวัตถุดิบชีวมวลเพียงพอ โดยต้องปรับเปลี่ยนรายละเอียดและกำลังการผลิตให้เหมาะสม"

    อย่างไรก็ตามขณะนี้บริษัทฯมีแผนศึกษาการนำใบอ้อยมาผลิตไฟฟ้าด้วย เนื่องจากปัจจุบันชาวไร่อ้อยมีการเผาใบอ้อยและเกิดมลภาวะทางอากาศมาก ดังนั้นจึงมีแนวคิดจะแก้ปัญหาหมอกควันดังกล่าวด้วยการนำใบอ้อยมาผลิตไฟฟ้า ซึ่งช่วยให้โรงงานมีเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นได้อีก 1 เดือน จากเดิมมีชายอ้อยเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าได้นาน 7 เดือนต่อปี จะเพิ่มเป็น 8 เดือนต่อปี  

     

Date : 20 / 09 / 2016

  • Date : 20 / 09 / 2016
    เปิดตัวแสตมป์ อภิวัชร์ พรีเซ็นเตอร์รวมพลังหาร2คนล่าสุด21ก.ย.นี้

    แคมเปญ “รวมพลังหาร 2” ของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)  พร้อมเปิดตัว แสตมป์–อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ศิลปินหนุ่มขวัญใจวัยเกรียนและไม่เกรียน ในมาดหนุ่มรักษ์พลังงาน รักษ์โลก กับผลงานภาพยนตร์โฆษณา“รวมพลังหาร 2 ประหยัดชัวร์” ที่จะออนแอร์พร้อมกันทั่วประเทศ 21 ก.ย.นี้ 

    ด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นคนรุ่นใหม่ รู้จักคิด รู้จักใช้ “อย่างคุ้มค่า” ในแบบชีวิตหาร 2 และไลฟ์สไตล์ส่วนตัวที่เรียบง่าย มีมุมมองชีวิตแบบคิดบวก ทำให้ แสตมป์  ถูกเลือกให้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ภาพยนตร์โฆษณา ชิ้นนี้ ซึ่งในอดีต ภาพยนตร์โฆษณา ชุดรวมพลังหาร2 ล้วนเป็นที่ชื่นชอบและถูกกล่าวถึงจากผู้ชมทั้งประเทศมาแล้ว 

Date : 19 / 09 / 2016

  • Date : 19 / 09 / 2016
    ปตท.หนุนโครงการก๊าซชีวภาพจากฟาร์มหมู ตำบลท่ามะนาว สู่ต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ

    ปตท. รับมอบประกาศเกียรติคุณในฐานะต้นแบบนำประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำจากบทบาทในการสนับสนุน“โครงการก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกรระดับชุมชน ต.ท่ามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี” จนได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจก (TVERs) ปีงบประมาณ 2559

    เมื่อวันที่19ก.ย.2559 องค์การบริหารก๊าซเรือนกระจกจัดพิธีมอบประกาศนียบัตรในงาน “ร้อยดวงใจ ร่วมใจลดโลกร้อน” ประจำปี 2559  เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการ องค์กร และภาคส่วนต่างๆ ของไทยที่เป็นตัวอย่างที่ดีในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการนำประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยมีพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน

    ในโอกาสนี้พลเอกสุรศักดิ์ ได้ มอบประกาศนียบัตรให้แก่นายพิพิธ หงษ์จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ นายวสันต์ ดรชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะนาว ในฐานะที่ร่วมพัฒนา “โครงการก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกรระดับชุมชน ต.ท่ามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี” จนได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจก (TVERs) ปีงบประมาณ 2559 ในประเภทการจัดการขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และวัสดุเหลือใช้ เป็นลำดับแรกของประเทศไทย ภายใต้ โครงการต้นแบบการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER) จัดโดย องค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    นายพิพิธ กล่าวว่า โครงการนี้นับเป็นความสำเร็จร่วมระหว่าง ปตท. และชุมชนตำบลท่ามะนาว ในการพัฒนาพลังงานทดแทน ด้วยเจตนารมณ์ที่จะเป็นองค์กรต้นแบบ และมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศ  และคาร์บอนเครดิตมาซื้อขายในตลาดสมัครใจของประเทศต่อไป โดยผลจากโครงการนี้ สามารถกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 786 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (tCO2e/y) และขอการรับรอง คาร์บอนเครดิต ของโครงการรวมทั้งสิ้น 7 ปี เพื่อใช้ซื้อขายในอนาคต

     

  • Date : 19 / 09 / 2016
    ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นของปตท.ได้รับรางวัลPM Export Award ปี2559

    ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น ของปตท.ได้รางวัล   ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter) ประเภทบริษัทขนาดใหญ่PM Export Award ประจำปี2559

    เมื่อเร็วๆนี้นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี2559 โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทน ปตท. รับมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter) ประเภทบริษัทขนาดใหญ่ ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลสูงสุดของรัฐบาลที่มอบให้แก่ผู้ส่งออกเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ประกอบการในการนำความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม มาพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสากลจนสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

    รัฐบาลได้กำหนดให้มีพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัล PM Export Award มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 25 ซึ่งรางวัลที่ ปตท. ได้รับมาจากความมุ่งมั่นในการนำนวัตกรรมมาพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการจนเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก