กิจกรรมทั้งหมด

Date : 24 / 10 / 2016

  • Date : 24 / 10 / 2016
    กฟผ.เปิดจุดย้อมผ้าดำไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมให้ประชาชนฟรีเริ่ม25ต.ค.นี้

    กระทรวงพลังงาน กฟผ. และ ปตท. ออกร้านบริการอาหารและน้ำดื่ม จัดรถรับ-ส่งประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพ พร้อมเปิดจุดบริการย้อมผ้าสีดำ บริเวณลานจอดรถบัส ตรงข้ามประตูทางเข้า กฟผ.ด้านถนนบางกรวย-ไทรน้อย โดยใช้กระบวนการย้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2559 ระหว่างเวลา 10.00-14.00 น.เป็นต้นไป

    นายบุญญนิตย์  วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ กฟผ.ได้ร่วมกับกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท จำกัด(มหาชน) ตั้งจุดบริการอาหารและน้ำดื่มจำนวน 2 จุดบริเวณท้องสนามหลวงและท่าราชวรดิษฐ์    พร้อมทั้งเตรียมติดตั้งจุดชาร์ตแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือจากพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ให้บริการสำหรับประชาชนที่เดินทางไปร่วมสักการะพระบรมศพ ที่ ท้องสนามหลวง   รวมทั้งจัดรถบัสจำนวน 3 คัน บริการเวียนรับส่งประชาชน จากจุดบริการที่สนามม้านางเลิ้งไปส่งที่โรงแรมรัตนโกสินทร์

    นอกจากนี้ยังได้ตั้งจุดบริการรับย้อมผ้าสีดำให้กับประชาชนโดยไม่คิดมูลค่า บริเวณลานจอดรถบัส ตรงข้ามประตูทางเข้า กฟผ.ด้านถนนบางกรวย-ไทรน้อย โดยจะเริ่มให้บริการย้อมผ้าดำ ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2559 ระหว่างเวลา 10.00-14.00 น.เป็นต้นไป

    "สีที่ใช้ในการย้อมผ้าในครั้งนี้ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ไร้กลิ่นและไม่ระเหยในขณะที่ย้อม โดย กฟผ.คำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้ที่นำไปสวมใส่และจะมีกระบวนการบำบัดไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม"  รองผู้ว่าการกิจการสังคม กล่าว

Date : 18 / 10 / 2016

  • Date : 18 / 10 / 2016
    กฟผ.ทำข้าวไข่เจียวพร้อมน้ำดื่มวันละ5,000ชุดแจกประชาชน

    กฟผ.ทำข้าวกล้องไข่เจียว พร้อมน้ำดื่มวันละ5,000ชุดแจกประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระบรมมหาราชวัง 

    กฟผ. น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการสนับสนุนน้ำดื่มและข้าวกล้องไข่เจียว วันละ 5,000 ชุด ที่บริเวณท่าราชวรดิษฐ์ สำหรับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระบรมมหาราชวัง 

     

  • Date : 18 / 10 / 2016
    ผอ.สนพ.นำคณะผู้บริหารเจ้าหน้าที่ร่วมพิธีถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่9

    ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานนำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร่วมพิธีถวายอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ

    เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2559นาย ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และโฆษกกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เข้าร่วมพิธีถวายอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ถ.เพชรบุรี

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ทรงได้รับการยกย่องให้เป็นพระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย ด้วยพระวิสัยทัศน์ พระปรีชาสามารถ ในการพัฒนาและแก้ปัญหาอย่างองค์รวม รอบด้าน ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อเป็นต้นแบบต่อพสกนิกรและหน่วยงานต่างๆได้น้อมนำสู่การพัฒนาและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน 

Date : 14 / 10 / 2016

  • Date : 14 / 10 / 2016
    แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี

    แถลงการณ์ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายหลังสำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคตแล้ว ในวันนี้ ณ โรงพยาบาลศิริราช

    พี่น้องประชาชนชาวไทยที่อยู่ในราชอาณาจักร และในต่างประเทศทั่วโลกทุกท่าน

    ​วันที่ชาวไทยทั้งปวง ไม่ต้องการแม้แต่จะนึกคิด และไม่ปรารถนาแม้แต่จะได้ยิน ก็มาถึง เมื่อสำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคตแล้ว ในวันนี้ ณ โรงพยาบาลศิริราช ถือว่าเป็นการสูญเสีย และความวิปโยคยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของปวงชนชาวไทย ทั้งประเทศ นับตั้งแต่การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489  
    ​          พี่น้องประชาชนชาวไทย ทุกคนได้ติดตามข่าวสาร และรับทราบมาเป็นลำดับว่า  ในห้วงหลายปีที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร และได้เสด็จไปประทับที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นระยะ เมื่อพระอาการบรรเทาลงก็จะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ตามปกติด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อความผาสุกของพสกนิกร​

    ตลอดเวลาที่ผ่านมา คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด จนพระอาการดีขึ้นเป็นลำดับ ยังความปลาบปลื้ม แก่ประชาชนคนไทยทั้งชาติ  แต่ในที่สุด พระอาการประชวร หาคลายไม่ ประกอบกับพระชนมพรรษามาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตพระชนมพรรษา ปีที่ 89 เสด็จดำรงสิริราชสมบัติ 70 พรรษา

    วันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งจะเป็นวันที่อยู่ในความทรงจำของประชาชนชาวไทยตลอดไปนานแสนนาน ดุจวัน "ปิยมหาราช" 23 ตุลาคม


    พี่น้องที่เคารพทั้งหลาย

    ​ระยะเวลา 70 ปี ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช เริ่มต้นขึ้น ภายหลังจากที่มหาสงครามโลกเพิ่งสิ้นสุดลง ประเทศชาติกำลังฟื้นตัวจากภัยสงคราม ประชาชนเปี่ยมด้วยความหวัง เมื่อประเทศไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ครองราชย์ เป็นผู้นำ เปลี่ยนความท้อแท้ของผู้คน กลายเป็นความแน่วแน่ มั่นคง องอาจที่จะยืนหยัดต่อสู้ กับอุปสรรคต่างๆ

    ตลอดรัชสมัยเป็นช่วงเวลาที่มีการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ทรงเป็นกษัตริย์ผู้เป็นที่รัก เทิดทูน      ทรงเป็นศูนย์รวมใจ ของคนไทยทั้งชาติ  นับเป็น 70 ปี ที่ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม  เพื่อประโยชน์สุข แห่งมหาชนชาวสยาม โดยแท้

    บัดนี้ 70 ปี ในรัชสมัย ของ "สมเด็จพระภัทรมหาราช" พระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐยิ่ง ของปวงชนชาวไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว พระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมากมาย ล้นพ้นหาที่สุดมิได้ มากเพียงใด ความวิปโยคอาลัยของพสกนิกรชาวไทย ก็มากมายท่วมท้นหาที่สุดมิได้ เพียงนั้น

    รัฐบาล ขอเชิญชวนให้พวกเราทุกคนร่วมกันตั้งจิตภาวนาตามศาสนา ที่ทุกท่านนับถือ ดังที่เราเคยร่วมกัน ภาวนาถวายพระพร และอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ทุกท่านเคารพนับถือให้อภิบาลคุ้มครองตลอดเวลาที่ทรงพระประชวร  เพื่ออธิษฐานภาวนา ขอให้ดวงพระวิญญาณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ สถิตในสรวงสวรรค์ และทรงอภิบาลคุ้มครองราชอาณาจักรไทย ประชาชนชาวไทย  ผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์ ให้มีความสงบสุข และความสันติสุข ดุจดังที่ประเทศไทย และประชาชนชาวไทย มีมาโดยตลอด ภายใต้ร่มพระบารมียาวนาน 70 ปี

     

    พี่น้องประชาชนที่เคารพ

    ถึงแม้เราจะอยู่ในยามทุกข์โศกน้ำตานองหน้าทั่วกันเพียงใด ประเทศไทย อันเป็นที่รักของพวกเราและ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ ต้องดำรงต่อไป อย่าให้การเสด็จสวรรคตครั้งนี้ ทำให้พระราชปณิธาน ที่จะเห็นราชอาณาจักรของพระองค์ มีความเจริญรุ่งเรือง พสกนิกรมีความผาสุกสวัสดี  มีเมตตาและไมตรีต่อกัน ต้องหยุดชะงักลง

    การจะแสดงความจงรักภักดี และความอาลัยที่ดีที่สุด คือ เจริญรอยตามพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธาน ที่จะรักษาเอกราช อธิปไตย ความสมบูรณ์พูนสุข และความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง ตลอดจนการปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทพระราชดำรัส ที่เคยพระราชทานไว้

    ภารกิจสำคัญ ที่จะต้องดำเนินการ ในบัดนี้มี 2 ประการ คือ การดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และตามกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พุทธศักราช 2467 ตลอดจนตามพระราชประเพณีในส่วนของการสืบราชสันตติวงศ์ ซึ่งสอดคล้องกับ เพื่อให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขดำเนินต่อไป อย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะแจ้งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนาพระรัชทายาทตามกฎมณเฑียรบาลไว้แล้ว เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2515 จากนั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    อีกประการหนึ่ง คือการเตรียมงานพระบรมศพในส่วนของรัฐบาล และประชาชนให้สมพระเกียรติยศ และสมกับความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทย ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ  ทั้งนี้การดำเนินการ ทั้ง 2 ประการนี้ รัฐบาลจะแจ้งให้ พี่น้องประชาชนทราบเป็นระยะ ต่อไป

    ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เป็นช่วงเวลาที่รัฐบาล และผู้เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการเรื่องต่างๆ ให้เป็นไปตามกฎหมาย และราชประเพณี รัฐบาลจึงขอให้พี่น้องประชาชนทั้งหลายรับฟังข่าวสารอย่างเป็นทางการ จากหน่วยงานราชการ อย่าเชื่อข่าวที่ลือ ที่ไม่ปรากฏแหล่งอ้างอิง  พร้อมกันนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนคนไทย ที่รักทุกท่านแต่งกายถวายความอาลัย เป็นเวลาหนึ่งปี สถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 30 วัน และทุกภาคส่วน ควรพิจารณางดการจัดงานรื่นเริงต่างๆ เป็นเวลา 30 วัน

    ทั้งนี้ ท่านทั้งหลายอาจเข้าร่วมพิธีหรือ จัดกิจกรรมทางศาสนาของตน  ถวายเป็นพระราชกุศล หรือ จัดเป็นพระบรมราชานุสรณ์ อีกทั้งควรใช้โอกาสนี้ ให้กำลังใจแก่กันและกัน เพราะเราทุกคนต่างก็มีหัวอกเดียวกัน เพราะมีพ่อของแผ่นดินร่วมกัน และโปรดช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง มิให้ผู้ใด ฉวยโอกาส แทรกเข้ามาก่อความขัดแย้ง จนกลายเป็นความวุ่นวาย

    ขอพี่น้องประชาชนทุกคน ร่วมส่งเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ ด้วยการรักษาแผ่นดินของพ่อ ด้วยความรัก และความสามัคคี ตลอดไป

    พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งหลาย

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตแล้ว  ขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลใหม่ทรงพระเจริญ

     

Date : 12 / 10 / 2016

  • Date : 12 / 10 / 2016
    ปตท.ส่งถุงยังชีพ500ชุดช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่อยุธยาและสระบุรี

    ปตท. ส่งถุงยังชีพ500ชุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พระนครศรีอยุธยาและสระบุรี อย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งมอบถุงยังชีพไปช่วยลำปางและปทุมธานีแล้ว900ชุด

    นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์  ประธานกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)   นายเทวินทร์ วงศ์วานิช  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  พร้อมคณะผู้บริหาร  พนักงาน ปตท. และ ชมรมพลังไทยใจอาสา กลุ่ม  ปตท.   ร่วมบรรจุถุงยังชีพในโครงการ “กลุ่ม ปตท. รวมพลังไทยช่วยเหลือผู้ประสบภัย” จำนวน 500 ชุด เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสระบุรี  โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งมอบถุงยังชีพ 900 ชุดไปยังจังหวัดลำปาง จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมจำนวนถุงยังชีพทั้งสิ้น 1,400 ชุด มูลค่ารวม 720,000 บาท