กิจกรรมทั้งหมด

Date : 19 / 04 / 2016

  • Date : 19 / 04 / 2016
    กระทรวงพลังงานหนุนคนไทยใช้อุปกรณ์LEDช่วยประหยัดพลังงาน

    กระทรวงพลังงานหนุนคนไทยใช้อุปกรณ์LEDช่วยประหยัดพลังงาน  กฟผ.ตั้งเป้า งาน LED Expo & Thailand Energy Saving Week 2016 ช่วยลด CO2 ของประเทศไทยลงได้ประมาณ 23,000 ตันต่อปี

    เมื่อวันที่19 เมษายน 2559 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน LED Expo & Thailand Energy Saving Week 2016 โดยมี นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานและประธานบอร์ดกฟผ., นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และนายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)   ร่วมเป็นสักขีพยานย โดยงานจัดขึ้น ณ ห้องแอมเบอร์ 2 – 3 (ตรงข้ามอาคาร 4) ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

     พลเอก อนันตพร เปิดเผยว่า  ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการใช้พลังงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี  ดังนั้น กระทรวงพลังงานได้กำหนดนโยบายในการบริหารจัดการด้านพลังงานของประเทศ เพื่อส่งเสริมและผลักดันการอนุรักษ์พลังงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งเป้าหมายในการลดการใช้พลังงานลงให้ได้ร้อยละ 30 ในปี 2579 ตามแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี ซึ่งกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว มีเป้าหมายใน 4 ภาคเศรษฐกิจที่มีการใช้พลังงานมาก ได้แก่ ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และภาคที่อยู่อาศัย

    โดยได้ดำเนินการผ่านพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และมาตรการติดฉลากแสดงประสิทธิภาพการใช้พลังงานกับอุปกรณ์ไฟฟ้า  รวมถึงความร่วมมือผ่านองค์กรต่างๆ  อาทิ มาตรการช่วยเหลือหน่วยงานในการดำเนินโครงการ ESCO และมาตรการส่งเสริมการใช้แสงสว่าง LED เพื่ออนุรักษ์พลังงาน นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้มีการพัฒนาพลังงานสะอาด เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน อีกด้วย ซึ่งงาน LED Expo & Thailand Energy Saving Week 2016 จะเป็นการจุดประกายให้ทุกองค์กรหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการประหยัดพลังงาน ด้วยการเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง รวมถึงร่วมกันกระตุ้นการอนุรักษ์พลังงานสู่ทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

     ด้าน นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า งาน “LED Expo & Thailand Energy Saving Week 2016”เป็นงานแสดงสินค้านานาชาติด้านผลิตภัณฑ์ LED และเทคโนโลยีประหยัดพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่19 - 22 เมษายน 2559  เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานในประเทศอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานแก่ผู้ใช้ไฟฟ้า  ภายในงานได้มีหน่วยงานภาครัฐ สมาคมวิชาชีพ ร่วมจัดแสดงผลงานด้านวิชาการ และมีผู้ประกอบการทั่วโลก ร่วมนำเสนอเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ LED และอุปกรณ์ประหยัดพลังงานอาทิ จอภาพ หลอดไฟ ป้ายไฟ ระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศ จำนวนรวมกว่า500 ราย พร้อมกันนี้ยังมีการจัดสัมมนาวิชาการ “Thailand LED & Energy Saving Summit” จำนวนกว่า 30 หัวข้อ ซึ่งได้เรียนเชิญผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรชั้นนำในแวดวงไฟฟ้าและเทคโนโลยีประหยัดพลังงานร่วมเป็นวิทยากรอีกด้วย”

     งานนี้คาดว่าจะมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศไทย ตามข้อตกลงร่วมกันในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 21 หรือ COP21 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา โดย กฟผ.ตั้งเป้าหมายในการลด CO2 ได้ 5.4 ล้านตันในปี 2563 และ 12.47 ล้านตันในปี 2573 และสำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายในการลด CO2 ของประเทศไทยลงได้ประมาณ 23,000 ตันต่อปี

     นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. เปิดเผยว่า “งาน LED Expo & Thailand Energy Saving Week 2016 ถือเป็นงานแสดงสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านการลดใช้พลังงานของประเทศ และช่วยให้ทุกภาคส่วนประสบความสำเร็จด้านการจัดการพลังงานได้อย่างดียิ่ง ซึ่งครั้งนี้ สสปน.ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดงานในด้านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างประเทศ และแคมเปญการตลาด โดยดึงผู้ซื้อที่มีศักยภาพจากทั่วโลก และปีนี้ สสปน.ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้จัดงานด้วยแคมเปญ Connect Businesses ซึ่งเป็นการนำกลุ่มนักธุรกิจและผู้ประกอบการจากต่างประเทศในอาเซียนและ BIMSTEC ให้เข้าร่วมงาน เพื่อทำการจับคู่เจรจาธุรกิจกันภายในงาน โดยทุกการสนับสนุนเพื่อมุ่งหวังให้งานฯ มีการเติบโตและมีผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะต่างชาติเพิ่มมากขึ้น

     

     

     

     

Date : 11 / 04 / 2016

  • Date : 11 / 04 / 2016
    ชีอีโอปตท.ชวนหลบร้อนเที่ยวงานทิวลิปบานระยองถึง16เมษายนนี้

    ซีอีโอปตท.ชวนเที่ยวชมงานทิวลิปบานระยองช่วงสงกรานต์ถึง16เมษายนนี้

    นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)โพสต์เฟซบุคเพจTevin at PTT เชิญชวนประชาชนหลบร้อนช่วงสงกรานต์ ดูดอกไม้เมืองหนาวสีสันสดใสที่จังหวัดระยอง โดยเฉพาะทิวลิปยักษ์สีเหลือง ลิลลี่ 3 ชั้น แดฟอดิล และอุดหนุนสินค้าจากชุมชนต่างๆในจังหวัดระยองติดมือกลับบ้าน

    ที่ผ่านมาปตท.ได้ศึกษาและพัฒนานวัตกรรมนำพันธ์ไม้จากเนเธอร์แลนด์ มาปลูกในห้องเพาะเลี้ยง ควบคุมอุณหภูมิโดยความเย็นจาก chiller ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นผลพลอยได้จากก๊าซฯ มาช่วยเร่งการเติบโต ซึ่งจากประสบการณ์ 6 ปีนับจนถึงวันนี้  ปตท.มีความมั่นใจที่จะต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ โดยจะนำพลังความเย็นจากก๊าซเหลว LNG มาใช้ประโยชน์แทนการปล่อยทิ้งลงทะเล

      สำหรับ“โครงการการใช้ความเย็นและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการวิจัยไม้เมืองหนาว ตามโครงการในพระราชดำริฯ” หรืองานทิวลิปบานระยอง เกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ปตท. กับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดนเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา เพื่อศึกษาการสร้างคุณค่าให้กับพลังงานความเย็นเหลือใช้ที่ได้จากกระบวนเปลี่ยนสถานะก๊าซแอลเอ็นจีจากของเหลวให้กลายเป็นก๊าซ โดยจะนำมาใช้ในการสร้างความเย็นให้กับโรงเรือนเพาะปลูกไม้เมืองหนาว ณ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จ.ระยอง

    งานในปีนี้ ปตท.ได้เพิ่มพื้นที่การจัดงาน โดยแบ่งโซนนิทรรศการไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์และพื้นที่สวนสวยงามรวมกว่า 30,000 ตารางเมตร พร้อมไม้เมืองหนาวงดงามกว่า 60,000 ดอก โดยล่าสุด ปตท. ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง "Giant Tulips" เป็นครั้งแรกของประเทศไทยนับเป็นที่สุดของความ Unseen in Rayong

     นอกจากนี้ ยังจัดเตรียมพื้นที่กิจกรรมสำหรับครอบครัว ให้ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์อันดีงามของไทย เสริมสิริมงคลด้วยการร่วมสรงน้ำพระ แวะช้อป ชม ชิม ร้านสินค้าชุมชน ร้านดอกไม้เมืองหนาว ร้านโครงการหลวง ร้านสมุนไพรอภัยภูเบศร์  สนุกกับกิจกรรมบนเวทีตลอดทั้งวัน ตื่นตากับขบวนพาเหรดที่จะมาสร้างความสุข 2 รอบต่อวัน (12.00 น.และ17.00 น.)  พร้อมเชิญชวนร่วมเรียนรู้มหัศจรรย์พลังงานความเย็น และสื่อพลังงานบนรถนิทรรศการโครงการพลังงานสัญจร โดยกิจกรรมจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9เมษายน 2559 เวลา 9.00 – 19.00 น. ณ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จ.ระยอง และจะสิ้นสุดการจัดงานในวันที่16เมษายน 2559

     “ปตท. ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมชื่นชมความมหัศจรรย์ของไม้เมืองหนาวผลงานของคนไทย สนับสนุนนโยบายของรัฐในการท่องเที่ยวในประเทศไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน โดยมีค่าเข้าชมเพียงท่านละ 40 บาท รายได้จากการจำหน่ายบัตร ปตท.จะบริจาคให้กับโรงพยาบาลบ้านฉาง โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนไทย ดังนโยบายของ ปตท. ในการดูแลสังคมชุมชนให้มีความผาสุกอย่างยั่งยืน” นายเทวินทร์ กล่าว

    สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองการเข้าชมล่วงหน้าได้ที่ โทร.038-915214

     

     

Date : 08 / 04 / 2016

  • Date : 08 / 04 / 2016
    คาดประชารัฐในปั๊มปตท.สร้างช่องรายได้4,000ล้านบาท
    5 หน่วยงานร่วมนำร่องเปิดร้านประชารัฐสุขใจ Shop ในปั๊ม ปตท. หนุนจำหน่ายสินค้าโอท็อปทั่วประเทศ คาดสร้างรายได้ผู้ประกอบการ 4,000 ล้านบาทต่อปี
     

         พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเปิดร้านประชารัฐสุขใจ Shop แห่งแรก ที่ ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สระบุรี ว่า โครงการร้านประชาสุขใจ Shop ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วแห่งแรกที่ปั๊ม ปตท.จ.สระบุรี ซึ่งเป็นโครงการที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจจากภายใน โดยการตั้งจุดจำหน่ายที่ปั๊ม ปตท.จะช่วยเปิดโอกาสให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 8,000 บาทต่อร้าน หรือ 4,000 ล้านบาทต่อปี

     
            สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง 5 หน่วยงาน คือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย(พช.) และ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) 
     
                นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ปตท.ได้คัดเลือกปั๊มน้ำมัน ปตท.ที่มียอดจำหน่ายน้ำมันสูงสุด 2 แห่งในแต่ละจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนถนนสายหลัก เพื่อใช้เปิดเป็นจุดจัดตั้งร้านประชารัฐสุขใจ Shop ขนาด 14 ตารางเมตร รวม 148 ปั๊ม  เบื้องต้นมี 6 พื้นที่ที่จะสร้างเสร็จในช่วงสงกรานต์นี้ ได้แก่ ที่จ.สระบุรี 2 แห่ง จ.เชียงราย จ.เลย จ.ภูเก็ต และจ.ชลบุรี โดยคาดว่าจะจัดตั้งได้ครบทั้งหมดในกลางปี 2559
     
          โดยร้านประชารัฐสุขใจ Shop จะช่วยให้ผู้ประกอบการสินค้าโอท็อปในแต่ละจังหวัดมีพื้นที่จำหน่ายถึงผู้บริโภคได้ใกล้ชิด และไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่จำหน่าย โดย ปตท.จะเปิดให้ใช้พื้นที่ฟรี เป็นเวลา 3 ปี  ซึ่งจะช่วยสนับสนุนสินค้าไทยให้มียอดขายมากขึ้น โดยคาดว่าจะเกิดยอดขายสินค้าโอท็อปเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 6,000-20,000 บาทต่อวัน ตลอด 3 ปีนี้ 
     
          สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจอยากนำสินค้าท้องถิ่นที่มีคุณภาพเข้าคัดเลือกมาจำหน่าย สมารถติดต่อได้ที่ สสว. โทร 0-2298-3105, 0-2298-3111 พช.โทร 0-2141-6064 และ ธพว. Call Center โทร 1357
     

     

Date : 06 / 04 / 2016

  • Date : 06 / 04 / 2016
    ทูตสหรัฐฯชื่นชมโครงการป่าในกรุงของปตท.

    ทูตสหรัฐฯชื่นชมโครงการป่าในกรุงของปตท.ระบุบริษัทสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญต่อเยาวชนให้มีจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

    เพจTevin at PTT โพสต์เรื่องราวนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) ให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย นาย Glyn T. Davies และคณะซึ่งเดินทางมาเยี่ยมชมโครงการ “ป่าในกรุง” ที่ถนนสุขาภิบาล 2 ใกล้ๆถนนวงแหวนตะวันออกและซอยอ่อนนุช  เมื่อวันที่31มีนาคม2559 ที่ผ่านมา โดยเป็นโครงการที่ปตท.ได้พลิกฟื้นพื้นที่รกร้าง ที่ทิ้งขยะ ให้เป็นพื้นที่สีเขียวและแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

    เพจ Tevin at PTT บรรยายด้วยว่าฑูตสหรัฐได้เยี่ยมชมทั้งห้องนิทรรศการ และเดินสำรวจพื้นที่บน Sky Walk รวมทั้งขึ้นบนหอคอยชมวิว โดยนาย Glyn T. Davies ได้แสดงความประทับใจกับสังคมไทยที่เห็นคุณค่าของต้นไม้และป่า โดยเฉพาะการที่บริษัทไทยดำเนินธุรกิจโดยมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งเชื่อว่าที่นี่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของเยาวชน ให้มีจิตสำนึกที่รักและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อโลกที่ยั่งยืนต่อไป

    โครงการป่าในกรุง เป็นโครงการที่เกิดจากประสบการณ์การปลูกและรักษาป่าทั่วประเทศของปตท.ที่สั่งสมมากว่า 20 ปี ปตท.โดยได้จัดสรรพื้นที่ 16 ไร่ เป็นพื้นที่ป่า 75% แหล่งน้ำ 10% และพื้นที่เอนกประสงค์ 15% นำไม้ท้องถิ่นดั้งเดิมของกรุงเทพฯ เช่น ต้นโพธิ์ ต้นไทร ปาล์ม และต้นยางนา มาปลูกผสมผสานกันให้แข่งกันโต ตามทฤษฎีปลูกป่าแบบยั่งยืนของ ศ.ดร.อาคิระ มิยาวากิ ผู้เชี่ยวชาญระบบนิเวศของญี่ปุ่น และได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย “ป่าในกรุง” นี้ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2558

    สามารถเยี่ยมชม “ป่าในกรุง” ได้ที่ www.pttreforestation.com