กิจกรรมทั้งหมด

Date : 04 / 08 / 2016

  • Date : 04 / 08 / 2016
    PTT to expand Café Amazon in ASEAN

    PTT aims to drive Café Amazon to become a brand of ASEAN, targeting to raise the number of branches in the region to 400 by 2021.

    Mr. Sarun Rungkasiri, Chief Operation Officer, Downstream Petroleum Business Group, PTT Public Company Limited, said that due to changing consuming behavior that seen a growing demand and popularity of coffee consumption among Cambodians including workers and students, PTT seized the opportunity to expand Café Amazon by allowing a master franchise rights to its affiliate PTTCL to retail the coffee chain in Cambodia.

    At present, there are 14 Café Amazon outlets in Cambodia operated by PTT and the company has a plan to increase number of branches by another 18 by the end of this year and an addition of another 76 branches within 2021.

    In total, PTT planned to have 108 shops of Café Amazon in Cambodia by 2021 and 400 branches in ASEAN by the said year.

    Apart from Cambodia, PTT also has Café Amazon coffee chain operated in Laos and is going to exercise the franchise in Myanmar, Japan and Oman in the future.

    “This is a remarkable step that would help promote Thai Café Amazon brand to be more well-known to consumers in ASEAN. This expanding effort of Café Amazon will help drive PTT’s business to grow continuously and rapidly and thus to become a successful global brand,” Mr. Sarun said.

  • Date : 04 / 08 / 2016
    ปตท.ขายแฟรนไซส์คาเฟ่อเมซอนในกัมพูชาเพิ่มขึ้น

    ปตท. พร้อมขายแฟรนไชส์คาเฟ่ อเมซอนในประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งเป้าปี 2564 เปิด 108 สาขาในกัมพูชา และ400 สาขาในอาเซียน

    นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. ได้เริ่มขายแฟรนไชส์ร้านคาเฟ่ อเมซอนให้กับชาวกัมพูชาแล้ว โดยมอบสิทธิ์ในการขาย Franchise Café Amazon ทั้งหมดในประเทศกัมพูชาให้ บริษัท ปตท. (กัมพูชา) จำกัด (PTTCL) เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

    โดยในปัจจุบัน ในประเทศกัมพูชามีร้านคาเฟ่ อเมซอนดำเนินงานโดย ปตท.แล้ว จำนวน 14 สาขา และมีแผนจะเปิดร้านแฟรนไชส์จำนวน 18 สาขาในปีนี้ และเปิดเพิ่มอีก 76 สาขาภายในปี 2564  รวม108 สาขา  และคาดว่าจะมี400 สาขาในประเทศอาเซียน ซึ่งจะทำให้แบรนด์ของคนไทยเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติมากขึ้น

    “ การบริโภคกาแฟได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายและมีอัตราการเติบโตที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมของชาวกัมพูชา อาทิ คนรุ่นใหม่ คนทำงาน และนักศึกษา ที่เปลี่ยนมาบริโภคเครื่องดื่มชา กาแฟ และออกมานั่งในร้านกาแฟกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปตท. เล็งเห็นโอกาสอันดีในการขยายธุรกิจค้าปลีกให้สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด จึงได้มอบสิทธิ์ในการขายแฟรนไชส์ของร้านคาเฟ่อเมซอนในประเทศกัมพูชาทั้งหมดให้กับ PTTCL ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ ปตท. ในประเทศกัมพูชา นอกจากโอกาสที่ธุรกิจที่ ปตท. จะได้รับแล้ว ชาวกัมพูชาจะได้มีส่วนร่วมในการทำธุรกิจกับ ปตท. ซึ่งเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมให้กับเพื่อนบ้านของไทยอีกด้วย”นายสรัญ กล่าว

    ทั้งนี้ การมอบสิทธิ์ในการขายแฟรนไชส์นี้ จะเป็นต้นแบบของการดำเนินธุรกิจค้าปลีกอย่างเต็มรูปแบบในต่างประเทศของ กลุ่ม ปตท. โดยมีแผนจะพัฒนารูปแบบการให้สิทธิ์ Café Amazon Master Franchisee ในประเทศอื่นๆ อาทิ พม่า ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และโอมาน ต่อไปในอนาคต ซึ่งถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการผลักดันให้ แบรนด์คนไทยอย่างคาเฟ่ อเมซอน ให้เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้บริโภคกาแฟในอาเซียนมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจฯ สามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว สนับสนุนให้ ปตท. ก้าวสู่การเป็น Global Brand อย่างเต็มตัว

Date : 03 / 08 / 2016

  • Date : 03 / 08 / 2016
    พลังงานอัดงบ 521 ล้าน รณรงค์เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน

    พพ. อัดงบ 521 ล้านบาท หนุนผู้ประกอบการประหยัดพลังงานเปลี่ยนใช้หลอด LED และเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง คาดลดใช้พลังงานไม่น้อยกว่า 520 ล้านหน่วยต่อปี

    ​นายธรรมยศ  ศรีช่วย  อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ. ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในรูปแบบมาตรการอุดหนุนผลการประหยัดพลังงาน โดยได้รับวงเงินสนับสนุนรวมจำนวนทั้งสิ้น 521 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี 2559

    สำหรับการดำเนินการ จะให้วงเงินสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อนิติบุคคล โดยมีหลักเกณฑ์การสนับสนุนแบบให้เปล่า (Investment Subsidy) เพื่อให้เปลี่ยนมาใช้หลอดประหยัดพลังงานชนิด LED และหรือเปลี่ยนมาใช้เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูงชนิด Variable Speed/Inverter แก่ผู้ขอรับการสนับสนุน ซึ่งจำนวนเงินที่จะให้การสนับสนุน จะคิดตามปริมาณผลประหยัดที่เกิดขึ้นจริงของผู้ใช้พลังงาน โดยคำนวณจากปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดได้จริงใน 1 ปี (หน่วยเป็นกิโลวัตต์) ของผู้ใช้พลังงานที่เปลี่ยนมาใช้หลอด LED และหรือเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูงดังกล่าว คูณกับอัตราที่ต้องการจะขอรับการสนับสนุนต่อหน่วย (บาทต่อหน่วย)  

    ทั้งนี้ โครงการฯ ดังกล่าว คาดว่าจะช่วยลดการใช้พลังงานได้ไม่น้อยกว่า 520 ล้านหน่วยต่อปี และลดความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ไม่น้อยกว่า 59.38 เมกะวัตต์ คิดเป็นเงินไม่น้อยกว่า 2.08 พันล้านบาทต่อปี

    โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานนี้ จะเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ (3 ส.ค.) ถึงวันที่ 19 ส.ค. 2559 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในรูปแบบมาตรการอุดหนุนผลการประหยัดพลังงาน กองแผนงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และทางเว็บไซต์ www.dede.go.th

Date : 26 / 07 / 2016

  • Date : 26 / 07 / 2016
    ส.อ.ท. ชวนเอกชนร่วมโครงการสาธิตจัดการพลังงานภาคขนส่ง

    กองทุนอนุรักษ์พลังงาน หนุน ส.อ.ท.จัดโครงการสาธิตระบบบริหารจัดการพลังงานในภาคขนส่ง พร้อมเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วม เตรียมสัมมนาเปิดตัวโครงการ 28 ก.ค. 2559 นี้

    รายงานข่าวจากสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) แจ้งว่า ส.อ.ท. เปิดให้ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมที่มีรถขนส่งเป็นของตัวเอง และผู้ประกอบการด้านขนส่งโดยตรง เข้าร่วมโครงการสาธิตระบบบริหารจัดการพลังงานในภาคขนส่ง ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กระทรวงพลังงาน โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ 023451252 - 3 หรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ltmthailand.net

    นอกจากนี้จะมีการสัมมนาเปิดโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาคอุตสาหกรรม  โดยจะมีการบรรยายในหัวข้อ แนวคิดการดำเนินโครงการดังกล่าว รวมทั้งแนวทางการสะสม Energy Points และการลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ในวันที่ 28 ก.ค. 2559 เวลา 08.00-15.00 น. ห้อง Ballroom1 ชั้น 3 โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์

     

Date : 25 / 07 / 2016

  • Date : 25 / 07 / 2016
    สนพ.จับมือ Home Pro ปลุกกระแสเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5

    สนพ. จับมือ Home Pro ร่วมออกบูธกิจกรรม "รวมพลังหาร 2 เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์ ปี 2" ในงาน HomePro Fair 2016 เริ่ม 25-31 ก.ค. นี้ เน้นให้ความรู้ด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์เบอร์ 5

    นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ. ได้ร่วมมือกับบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” ออกบูธ โครงการรวมพลังหาร 2 เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์ ปี2 ภายในงาน HomePro Fair 2016 ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ 25-31 ก.ค.2559 ณ ฮอลล์ 5-8  อิมแพค เมืองทองธานี

    สำหรับการออกบูธดังกล่าวทาง สนพ. จะจัดให้ข้อมูลประโยชน์ของฉลากสินค้าประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน  และให้ข้อมูลแบบเจาะลึกเรื่องการเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีค่า SEER สูง  การให้ความรู้เรื่องหลอดไฟ LED ที่ให้ความประหยัดไฟถึง 85%  โดยภายในงานพบกิจกรรมต่างๆ มากมาย  อาทิ ลุ้นรับเครื่องปรับอากาศขนาด 13,000 BTU จากกิจกรรม “Load Like Share ชิงแอร์” หรือเล่นเกมลุ้นรับหลอดไฟ LED 8 วัตต์ 

    ทั้งนี้ สนพ.ตั้งเป้าหมายโครงการ รวมพลังหาร 2 เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์ ปี 2 ในปี 2559 ให้สามารถกระตุ้นทุกภาคส่วน ทั้งเอกชน ธุรกิจ SME รวมถึงภาคประชาชนตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ด้วยการลงทุนปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่ได้ประสิทธิภาพสูงเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศและสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว โดยวิธีการ “เปลี่ยนใหม่” พร้อมกระจายข้อมูลบอกต่อความประหยัดไปอย่างกว้างขวาง เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนด้านพลังงานให้เกิดขึ้นได้ในอนาคต

    นายณัฏฐ์ จริตชนะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า  หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของบ้าน ผู้บริโภคต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงซึ่งแน่นอนว่าต้องมีฉลากเบอร์ 5  ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 นั้นมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 15 % และเป็นอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในงานนี้จะได้พบกับโปรโมชั่นมากมายจากผู้ผลิตสินค้าเบอร์ 5 กว่า  20 ราย และได้จัดทำโปรโมชั่นลดราคาพิเศษสูงสุดถึง 70% ในการดึงดูดผู้มาชมงานให้ได้เลือกซื้อหาสินค้าในราคาประหยัด และมั่นใจคนรุ่นใหม่มีความใส่ใจเรื่องพลังงานมากขึ้น และจะเลือกซื้อสินค้าที่มีความคุ้มค่าประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    ทั้งนี้ งาน HomePro Fair 2016 จัดขึ้นตั้งแต่ 25-31 ก.ค. 2559 ณ ฮอลล์ 5-8 อิมแพ็คเมืองทองธานี วันจันทร์–วันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 11.00 - 22.00 น. และวันศุกร์–วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. โดยเฉพาะวันที่ 29-31 ก.ค. เปิดบริการถึงเวลา 24.00 น.