กิจกรรมทั้งหมด

Date : 31 / 10 / 2016

  • Date : 31 / 10 / 2016
    6 ซีอีโอกลุ่ม ปตท. เปิดงาน PTT Group CG Day 2016 มุ่งโปร่งใส ต้านคอร์รัปชั่น

    6 ซีอีโอกลุ่ม ปตท. เปิดงาน PTT Group CG Day 2016 ประกาศความมุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมโปร่งใส และต่อต้านคอร์รัปชัน

    นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)  หรือ ปตท.สผ. ในฐานะบริษัทเจ้าภาพในการจัดงาน PTT Group CG Day 2016 เปิดงานร่วมกับนายเทวินทร์ วงศ์วานิช (ที่ 3 จากซ้าย)  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ นายอธิคม เติบศิริ (ที่ 1 จากซ้าย)  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)  นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ (ที่ 5 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และนายเติมชัย บุนนาค (ที่ 6 จากซ้าย)  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด “See Through The Future” เพื่อประกาศความมุ่งมั่นของกลุ่ม ปตท.ในการบริหารองค์กรด้วยหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี  มุ่งสร้างวัฒนธรรมโปร่งใส และให้ความสำคัญในเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันทุกรูปแบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    งาน PTT Group CG Day 2016 ยังมุ่งเสริมสร้างแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้ขยายไปยังผู้มีส่วนได้เสีย เช่น คู่ค้า ผู้ร่วมทุน ผู้รับเหมา เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่ดีซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอีกด้วย งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ อาคารเอนเนอร์ยีคอมเพล็กซ์ ซี

  • Date : 31 / 10 / 2016
    กฟผ. เตรียมติดตั้งโซลาร์เซลล์และแบตเตอรรี่ในโครงการนำร่องสมาร์ทกริดที่แม่ฮ่องสอน

    กฟผ. จ้างบริษัทที่ปรึกษา ติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้า 3 เมกะวัตต์ในโครงการพัฒนาพลังงานอัจฉริยะ จ.แม่ฮ่องสอน  คาดเสร็จ ก.พ. 2560

    ​ว่าที่พันตรี อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.ได้จ้างที่ปรึกษา บริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด ศึกษาและจัดทำรายงานประมวลหลักการปฏิบัติ (Cop of Practice : CoP) สำหรับการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากเทคโนโลยีแผงไฟโตโวลเทอิก ในโครงการพัฒนาพลังงานอัจฉริยะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (Maehongson Smart Energy Development Project) ซึ่งจะติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดกำลังผลิต 3 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ขนาด 4 เมกะวัตต์, 1 เมกะวัตต์-ชั่วโมง

    นอกจากนี้จะศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและการรับฟังความคิดเห็นหรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ ตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งจะศึกษาแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 2560 จากนั้นจะนำรายงานดังกล่าวเสนอต่อ กกพ. เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าต่อไป

    ทั้งนี้ โครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริด ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย ซึ่งได้ผ่านการเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2559 

    โดยโครงการดังกล่าว ประกอบด้วยแนวคิด 4 ด้าน คือ1. Smart Energy พัฒนาระบบด้านการจัดหาไฟฟ้า โดยพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ 2.Smart System มีระบบควบคุมและปฏิบัติการทางไฟฟ้าเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ 3.Smart City พัฒนาระบบ เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีส่วนร่วมต่อการรักษาระดับความมั่นคงและประสิทธิภาพของระบบ และ 4. Smart Learning การพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้คู่ชุมชน

    ซึ่งโครงการนี้ได้ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับโครงสร้างการดำเนินงานของระบบไฟฟ้าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าให้สามารถรองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ รวมทั้งเป็นต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียว แหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต พลังงาน และสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบของเมืองที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป

Date : 30 / 10 / 2016

  • Date : 30 / 10 / 2016
    สนพ. จัดแสดงนิทรรศการ “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” ในงานบ้านและสวนแฟร์

    สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระมหากษัตริย์นักพัฒนา “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” ขอน้อมนำแนวทางร่วมสืบสาน พระราชปณิธาน พระราชดำริ มาจัดแสดงเป็นนิทรรศการในงานบ้านและสวนแฟร์  ระหว่างวันที่  29 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2559

    นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์นักพัฒนา ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐต่อพสกนิกรชาวไทย ตลอด 70 ปี แห่งรัชสมัย ได้ทรงอุทิศพระวรกายประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อความเจริญของชาติบ้านเมืองอย่างเอนกอนันต์ โดยเฉพาะในเรื่องของพลังงาน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ กระทรวงพลังงาน ขอน้อมนำพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่มีต่อพลังงานไทย มาจัดแสดงนิทรรศการในงานบ้านและสวนแฟร์ 2016 ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อร่วม สืบสานพระราชปณิธาน

    นิทรรศการที่นำมาจัดแสดง ประกอบด้วยพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่มีต่อพลังงานไทย โดยแบ่งเรื่องราวออกเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงต้นรัชกาล เล่าถึงเรื่องราวการพัฒนาแหล่งน้ำ โดยพระองค์ท่านมีความ สนพระทัยเรื่อง “น้ำ” เป็นลำดับต้นๆ เพราะทรงทราบดีว่าเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกร นอกจากพระราชดำริมากมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำแล้ว ในเวลาเดียวกันพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้นำน้ำที่กักเก็บไว้มาใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในการบูรณาการทรัพยากรอย่างครบถ้วน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนในช่วงกลางรัชกาลนั้น ได้บอกเล่าถึงพระปรีชาสามารถด้านพลังงานทดแทน ทรงริเริ่มศึกษาวิจัยเชื้อเพลิงเอทานอลในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาแบบครบวงจร และได้โปรดเกล้าฯ  ให้ผู้แทนพระองค์ยื่นจดสิทธิบัตร “การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ดีเซล” และยังทรงได้รับเหรียญทองประกาศนียบัตรสดุดีเทิดพระเกียรติคุณ จากโครงการน้ำมันไบโอดีเซลสูตรสกัดจากน้ำมันปาล์ม ในงานนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ “Brussels Eureka 2001” ณ กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยียม และ ในปี 2553 พระองค์ท่านได้เสด็จประทับเรือพระที่นั่ง “เรืออังสนา” เรือที่ใช้น้ำมันไบโอดีเซล 100% ไปทำพิธีเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

    และในช่วงปลายรัชกาลขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีสายพระเนตรที่ ยาวไกล โดยได้วางรากฐานให้คนไทยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับชั้น เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ บนหลักความ  “มีเหตุผล” ความพอประมาณ” และ “เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน” ซึ่งพระองค์ท่านได้ประพฤติเป็นแบบอย่างให้กับพสกนิกรด้วย อย่างเช่น เรื่องของหลอดยาสีพระทนต์ หรือ ดินสอ ท่านจะใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด ส่วนในเรื่องของแนวพระราชดำริที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการพลังงานที่ผ่านมานั้น เป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศ เรื่องที่เห็นอย่างชัดเจนก็คือ แนวพระราชดำริให้ศึกษาวิจัยเรื่องน้ำมันแก๊สโซฮอลและไบโอดีเซล  ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนผู้คนในวงการพลังงานต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า หากไม่ใช่เพราะพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน การนำน้ำมันแก๊สโซฮอลและไบโอดีเซลมาใช้ในประเทศไทยคงไม่ก้าวหน้ารวดเร็วเช่นในทุกวันนี้ และอาจต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์น้ำมันมากกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน

    ทั้งนี้ สนพ. ยังได้อัญเชิญหลอดยาสีพระทนต์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากพิพิธภัณฑ์วาจวิทยาวัฑฒน์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาร่วมจัดแสดงใน งานนิทรรศการ เพื่อน้อมระลึกถึงพระราชจริยวัตรต้นแบบของความพอเพียง อันเป็นที่ประจักษ์ชัดแก่พสกนิกรชาวไทยเสมอมา นอกจากนี้ภายในงานนิทรรศการ “สืบสานพระราชปณิธาน พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป 500 ท่านแรก รับ USB ภายในบรรจุเนื้อหาหนังสือพระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย ภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์สีพระทนต์ และสารคดีตามรอยพระยุคลบาท ชุด พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย

    “ภายหลังจากที่กระทรวงพลังงานจัดตั้งขึ้นในช่วงปี 2545 กระทรวงพลังงานจึงได้น้อมนำพระราชดำริเรื่องของพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ำมาผลิตไฟฟ้า เชื้อเพลิงชีวภาพ เอทานอล และ ไบโอดีเซล ขยายผลเชิงนโยบายจนปัจจุบันได้นำมาสานต่อเป็นเสาหลักในการพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศไทย ผ่านรูปแบบ Energy 4.0 เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน” นายทวารัฐ กล่าวเพิ่มเติม

Date : 26 / 10 / 2016

  • Date : 26 / 10 / 2016
    ปตท.ขยายเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้มอเตอร์ไซค์จิตอาสาจนถึง31ต.ค.นี้ตั้งเป้าระยะแรก1,000คัน

    ปตท.ตั้งเป้าระยะแรก1,000คันเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้มอเตอร์ไซค์จิตอาสาที่บริการรับส่งประชาชนที่เดินทางมาถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  โดยขยายเวลาจนถึง31ต.ค.2559นี้  พร้อมทั้งสนับสนุนภาชนะกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพ BioPBS แก่ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for Dad ช่วยลดปัญหาขยะที่สนามหลวง

    นายบุรณิน  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุคส่วนตัวหลังจากที่พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเยี่ยมเต้นท์กระทรวงพลังงาน กฟผ. และปตท.ที่เปิดให้บริการประชาชน เมื่อวันที่25ต.ค.2559 ที่ผ่านมา โดยได้รายงานภาพรวมกิจกรรมเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ปตท.ให้กับมอเตอร์ไซค์จิตอาสา  ซึ่งปตท.ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. จนถึงเมื่อวันที่25ต.ค มีจำนวนมอเตอร์ไซค์จิตอาสาที่ได้รับการบริการไปแล้วทั้งสิ้น 499 คัน  และ ได้ขยายเวลาการให้บริการในระยะที่1ออกไปสิ้นสุด 31 ต.ค. 2559 ตั้งเป้าหมายไว้ที่1,000คัน 

    การให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับมอเตอร์ไซค์จิตอาสา โดยไม่คิดค่าบริการนั้น ดำเนินการโดยทีมงาน FIT Auto ของปตท. ที่ บริเวณอาคารสวนเจ้าเชตุ เยื้องวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) ระหว่างเวลา 09.00-17.00 น.

    ในขณะที่ นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่แผนกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในการร่วมแถลงข่าวการบริหารจัดการขยะ การแยกขยะ และมาตรการการลดขยะที่สนามหลวง โดยมี พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน พร้อมด้วยนายวิจารณ์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ผศ.ดร.ปริญญา ทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for Dad ณ กองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร ท้องสนามหลวง เพื่อร่วมกันบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมบริเวณสนามหลวงที่มีประชาชนมาถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นจำนวนมาก  ว่าทางกลุ่ม ปตท. พร้อมสนับสนุนถาดทำจากกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพ BioPBS ซึ่งทำจากพืชและสามารถย่อยสลายได้ 100%สำหรับหน่วยงานหลักที่มาตั้งโรงครัวเพื่อบริการประชาชน ตลอดระยะเวลา 100 วันของการจัดพระราชพิธีเพื่อร่วมถวายเป็นพระราชกุศล   ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาขยะและช่วยให้การบริหารจัดการขยะที่สนามหลวงเป็นไปได้อย่างเรียบร้อยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท. โดยบริษัท PTT MCC Biochem  ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ปตท. และ Mitsubishi Chemical Corporation เป็นผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด BioPBS ที่สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติเป็นแห่งแรกของโลก โดยใช้วัตถุดิบในการผลิตที่มาจากธรรมชาติ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด ซึ่งสามารถย่อยสลายกลับคืนสู่ธรรมชาติโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการกำจัดขยะไปจากเดิม เนื่องจากการย่อยสลายจะใช้องค์ประกอบหลัก 3 อย่าง คือ ความร้อน ความชื้นและแบคทีเรียในดิน โดยหลังการฝังกลบลงดินจะถูกจุลินทรีย์ในดินย่อยสลายกลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และกากชีวมวล โดยไม่ทิ้งสารตกค้างใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับตัวอย่างภาชนะกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพ BioPBS ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือแก้วสำหรับใส่เครื่องดื่มร้อนที่ร้านคาเฟ่อเมซอนทุกสาขาทั่วประเทศ

    นอกจากนี้กลุ่ม ปตท. ยังได้สนับสนุนเครื่องดื่มอเมซอนและโดนัท Daddy Dough รวมทั้งให้บริการชาร์ตแบตเตอรีโทรศัพท์มือถือพลังงานแสงอาทิตย์ที่จุดรับรองประชาชนของกระทรวงพลังงาน และสนับสนุนเครื่องดื่มอเมซอนและบุคลากรช่วยดูแลผู้ป่วยที่จุดบริการแพทยสภาอีกด้วย

     

Date : 25 / 10 / 2016

  • Date : 25 / 10 / 2016
    อนันตพรโชว์ฝีมือเจียวไข่แจกประชาชน

    รมว.พลังงานโชว์ฝีมือทอดไข่เจียวแจกประชาชนที่เดินทางมาร่วมลงนามถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ท้องสนามหลวง

    เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559) พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายสำนึก บำรุงสาลี รองปลัดกระทรวงพลังงาน ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และนายกฤษณ์   อิ่มแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ทรัพยากรบุคลและศักยภาพองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายวรพจน์ มานะพันธุ์พงศ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการบริการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมตรวจเยี่ยมและ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่คอยให้บริการประชาชนที่เดินทางมาร่วมลงนามถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ณ บริเวณท้องสนามหลวง จุดบริการประชาชน เต็นท์ที่ 29-30ในโอกาสนี้ พลเอกอนันตพรยังได้โชว์ฝีมือมือทอดไข่เจียวแจกประชาชน ที่มาเข้าแถวรับบริการอีกด้วย

    พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงาน  ได้ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ให้บริการและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมลงนามถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยได้จัดอาหารและเครื่องดื่มบริการฟรี อาทิ ข้าวกล้องไข่เจียว น้ำดื่ม โดนัทแด๊ดดี้โด กาแฟอเมซอน และ  การให้บริการชาร์จแบตเตอรี่มือถือพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งประชาชนสามารถมารับบริการได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น.ถึงเวลาประมาณ 14.00 น.

  • Date : 25 / 10 / 2016
    Impact Solar to install solar rooftop at JAS Urban Srinakarin

    Impact Solar inked deal with JAS Asset Plc for the installation of the solar rooftop facility at JAS Urban Srinakarin community shopping mall.  

    Mr Nat Hutanuwatr (second from right) and Mr Somboon Lertsuwannaroj (right) ),  executives from Impact Solar Limited, or Impact Solar, the comprehensive solution provider and experienced operator of solar rooftop system, together with Mr. Supoj Wanna (middle), Chief Executive Officer of JAS Asset Public Company Limited, and his team including Mr. Supreecha Angtheeranuwong (left), Chief Marketing Officer, and  Mr. Ekachai Sukumvitaya (second from left), Chief Financial Officer, have attended the signing ceremony for the installation of solar rooftop system at JAS Asset’s new community mall, JAS Urban Srinakarin, which is scheduled to open late this year.

    By having Impact Solar’s solar rooftop installation, JAS Urban Srinakarin will become energy conservation building that can generate 640,000 units of electricity per annual while reduce 450 metric tons per year of carbon dioxide.

    At JAS Urban Srinakarin, Impact Solar will install solar rooftop facility under its unique Solar PPA package scheme in which no initial investment cost is required from the property owner and only the actual amount of electricity which is consumed is paid, and at a discount tariff rate, for the entire project period of the project. In addition, the ownership of the system will be transferred to the property owner at the end of the project period for smooth continued use of the energy.  

    Apart from saving expenses on electricity bills, the installation of this clean energy system reflects JAS Urban Srihakarin’s concept as environmental-friendly modern community shopping mall. 

  • Date : 25 / 10 / 2016
    อิมแพค โซล่าร์ จับมือ เจเอเอส แอสเซ็ท ติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อปในแจส เออร์เบิร์น ศรีนครินทร์

    อิมแพค โซล่าร์ ผู้พัฒนาระบบโซล่าร์รูฟท็อปแบบครบวงจร จับมือ เจเอเอส แอสเซ็ท ติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อปในโครงการแจส เออร์เบิร์น ศรีนครินทร์ เพื่อส่งเสริมพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน

    นายณัฐ หุตานุวัตร (ที่ 2 จากขวา) และ นายสมบูรณ์ เลิศสุวรรณโรจน์ (ขวาสุด) ผู้บริหารจากทาง บริษัท อิมแพค โซล่าร์ จำกัด ผู้พัฒนาบริการระบบพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาแบบครบวงจร หรือ โซล่าร์รูฟท็อปครบวงจร  ร่วมลงนามในสัญญากับ นายสุพจน์ วรรณา (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยนายสุปรีชา อังธีระนุวงศ์ (คนแรกซ้าย) ผู้อำนวยการสายงานการตลาดและการขาย และนายเอกชัย สุขุมวิทยา (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการศูนย์การค้าชุมชน แจส เออเบิร์น ศรีนครินทร์ (JAS Urban Srinakarin) ในการติดตั้งหลังคาโซล่าร์รูฟท็อป ณ โครงการ แจส เออร์เบิร์น ศรีนครินทร์ เพื่อเป็นอาคารอนุรักษ์พลังงาน ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณปีละ 640,000 หน่วย และสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 450 ตันต่อปี

    ทั้งนี้ โครงการ แจส เออร์เบิร์น ศรีนครินทร์ จะติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อปแบบครบวงจร ด้วยแพคเกจ Solar PPA (Power Purchase Agreement) ซึ่งอิมแพค โซล่าร์ ถือเป็นผู้ให้บริการ Private PPA รายแรกของประเทศไทย โดยแพคเกจดังกล่าว อิมแพคโซล่าร์ เป็นผู้ลงทุน และโครงการ แจส เออร์เบิร์น ศรีนครินทร์ จะได้รับประโยชน์จากการจ่ายค่าไฟฟ้าตามปริมาณที่ใช้จริงให้แก่อิมแพค โซล่าร์ ในอัตราที่การันตีว่าต่ำกว่าอัตราค่าไฟของรัฐ และจะได้เป็นเจ้าของระบบโซล่าร์รูฟท็อปที่ติดตั้งไว้ทันทีเมื่อครบกำหนดสัญญา

    ด้วยแนวคิดดังกล่าว นอกจากจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเองแล้ว ยังสอดคล้องกับแนวคิดคอมมูนิตี้มอลล์รุ่นใหม่ที่ใส่ใจพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม โดยโครงการ แจส เออร์เบิร์น ศรีนครินทร์ พร้อมเปิดให้บริการปลายปี 2559 นี้