กิจกรรมทั้งหมด

Date : 24 / 11 / 2016

  • Date : 24 / 11 / 2016
    เชฟรอนคว้า3รางวัลซีเอสอาร์ดีเ่่ด่นปี2559

    เชฟรอนคว้า 3 รางวัลซีเอสอาร์ดีเด่น จากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย ได้แก่ รางวัลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง(Sufficiency Economy Award) .รางวัลโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยม (Best in Class Award)และรางวัลองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น “ระดับทอง”

    เมื่อเร็วๆ นี้  มีงานมอบรางวัลองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่นประจำปี 2559 (AMCHAM CSR Excellence  Awards 2016) จัดโดยหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย  ที่โรงแรมคอนราด โดยมี นายกลิน      ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และนายมาร์ค คอฟแมน รองประธานหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัล ให้กับนายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร เชฟรอนประเทศไทย  ซึ่งได้รับ 3 รางวัล ได้แก่ 1.รางวัลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Award) ที่จัดขึ้นพิเศษเป็นครั้งแรกในปีนี้เพื่อยกย่องพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากความสำเร็จของโครงการ “รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีความโดดเด่นที่สุดในการสืบสานพระราชปณิธาน และได้น้อมนำพระราชดำรัส “เศรษฐกิจพอเพียง” มาปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนในชุมชนได้อย่างแท้จริง

    2.รางวัลโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยม (Best in Class Award) ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเช่นกัน จากโครงการ “Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ซึ่งมุ่งพัฒนาการศึกษาด้านสะเต็มให้เยาวชนไทย และ3.รางวัลองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น “ระดับทอง” ที่มีความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสังคมอย่างสร้างสรรค์เป็นปีที่ 3 นับเป็นความสำเร็จที่เกิดจากการดำเนินนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง

     

    นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร เชฟรอนประเทศไทย รับมอบรางวัลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จากนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

     

    นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร เชฟรอนประเทศไทย รับมอบรางวัลเพื่อสังคมยอดเยี่ยม จากนายมาร์ค คอฟแมน รองประธานหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย

     

    เชฟรอนประเทศไทย นำโดย นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร รับมอบรางวัลองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น “ระดับทอง” จากนายกลิน    ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย 

     

     

Date : 23 / 11 / 2016

  • Date : 23 / 11 / 2016
    เชฟรอนผลิตละครเทิดพระเกียรติ “ตามรอยพระราชา จากภูผาสู่มหานที”

    บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ผลิตละครเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  “ตามรอยพระราชา จากภูผาสู่มหานที” เตรียมออกอากาศทางช่อง 5 วันที่ 5 ธันวาคม นี้ เวลา 09.09 น.

    นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เปิดเผยว่า เชฟรอนประเทศไทย น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาจัดทำโครงการต่างๆ มาโดยตลอด  โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องถึงปีที่ 4 ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน และสื่อมวลชน ในการน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาปฏิบัติเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอย่างยั่งยืน  โดยในปี 2559 นี้ ได้สร้าง “ป่าสักโมเดล” บนพื้นที่ 600 ไร่ ที่ห้วยกระแทก จ.ลพบุรี ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

    ทั้งนี้ ภายหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมหลักของโครงการฯ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา คณะทำงานมีแนวคิดร่วมกันในการขยายผลเพื่อสร้างความตระหนักรู้และสร้างแรงบันดาลใจ โดยทำในรูปแบบละครเทิดพระเกียรติ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของการตามรอยศาสตร์พระราชาผ่านตัวละคร เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าการลงมือปฏิบัติจริงนั้น ไม่ใช่เรื่องยากและช่วยให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนได้จริง จึงเป็นที่มาของละคร “ตามรอยพระราชา จากภูผาสู่มหานที” บอกเล่าเรื่องราวของ “นารา” คนมีใจอันมุ่งมั่นจะเปลี่ยนแปลงตนเองจากคนเมืองสู่การเป็นเกษตรกร มีโอกาสได้ศึกษาศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นจากโครงการฯ ซึ่งสิ่งที่เธอได้รับ ไม่ใช่เพียงหลักกสิกรรมธรรมชาติ หรือการจัดการน้ำ แต่กลับเป็นสิ่งมีค่าอันยิ่งใหญ่มากกว่านั้น

    “ตามรอยพระราชา จากภูผาสู่มหานที” จะออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ เวลา 09.09 น.  นำแสดงโดย อลีสญาณ์ ทอย (อลิส ทอย) ร้อยเอกณัชร นันทโพธิ์เดช และนักแสดงที่ร่วมอยู่ในโครงการฯ คือ แพนเค้ก-เขมนิจ  จามิกรณ์ ซี-ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ บอย-พิษณุ นิ่มสกุล  และเก้า-จิรายุ ละอองมณี  กำกับการแสดงโดย สมเกียรติ    วิทุรานิช สร้างสรรค์และดำเนินการผลิตโดย ธิษณา เดือนดาว บทละครโทรทัศน์โดย ปริญญ์ กีรติรัตนลักษณ์ 

    พระเอก-นางเอก ของเรื่อง

Date : 22 / 11 / 2016

  • Date : 22 / 11 / 2016
    เริ่มแล้ว Thailand Energy Awards 2017 เฟ้นหาสุดยอดผลงานพลังงานไทย

    พพ. จัดประกวดสุดยอดผลงานด้านพลังงาน Thailand Energy Awards 2017 สืบสานปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย 

    นายยศพงศ์ คุปตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน รักษาราชการแทนรองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงการจัดประกวดรางวัล Thailand Energy Awards 2017  ว่า ได้เปิดรับผลงานการประกวดแล้วตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 16 มกราคม 2560 โดยแบ่งการประกวด 5 ด้าน ได้แก่ ด้านพลังงานทดแทน ด้านอนุรักษ์พลังงาน ด้านบุคลากร ด้านพลังงานสร้างสรรค์ และด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน โดยการตัดสินได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ จากหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีผลงานดีเด่น สมควรแก่การได้รับรางวัล

    สำหรับการประกวด Thailand Energy Awards 2017 นับเป็นกิจกรรมที่สืบสานปณิธานด้านพลังงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย จากพระราชกรณียกิจในการพัฒนาพลังงานทดแทน พลังงานน้ำ พลังงานชีวภาพ เอทานอล และไบโอดีเซล อีกทั้งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นแนวทางในการประหยัดพลังงาน และใช้พลังงานของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

    นายยศพงศ์กล่าวว่า การจัดประกวด Thailand Energy Awards เป็นหนึ่งในกิจกรรมนโยบายสำคัญของ พพ. ที่ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญต่อการอนุรักษ์พลังงาน และการพัฒนาพลังงานของประเทศไทย โดยตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงปัจจุบัน (ปี 2000-2016) มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าประกวด จำนวนทั้งสิ้น 2,613 ผลงาน มีผู้ที่ได้รับรางวัลรวม 750 ผลงาน สามารถประหยัดด้านพลังงานให้กับประเทศได้มากถึง 6,800 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1 ล้านตัน และตัวแทนผู้ประกอบไทยที่ชนะการประกวดจากเวทีนี้ สามารถคว้ารางวัล ในเวที ASEAN Energy Awards มาครองได้มากถึง 148 รางวัล และได้รับรางวัลรวมสูงสุดในอาเซียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 ซึ่งแสดงให้ถึงศักยภาพด้านพลังงานของประเทศไทย  

    ทั้งนี้ จะมีการประกาศผลรางวัล Thailand Energy Awards 2017  ในเดือน ก.ค. 2560  ผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวด สามารถ Download ใบสมัคร/ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.thailandenergyaward.com โดยผู้ชนะรางวัลใน 3 ประเภท ได้แก่ 1.ด้านการอนุรักษ์พลังงาน ประเภทโรงงาน  2. ด้านพลังงานทดแทน และ3. ด้านพลังงานสร้างสรรค์ จะได้ไปประกวดในระดับอาเซียน ที่จะจัดขึ้นประมาณเดือน ส.ค. 2560 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ต่อไป

  • Date : 22 / 11 / 2016
    รวมภาพแปรอักษรครั้งประวัติศาสตร์คนพลังงาน"รวมพลังแห่งความภักดี"

    รวมภาพแปรอักษรครั้งประวัติศาสตร์คนพลังงาน “รวมพลังแห่งความภักดี”กระทรวงพลังงาน ผนึก ปตท. กฟผ.“รวมพลังแห่งความภักดี”ถวายสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

    เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2559 เวลา 7.45 น. กระทรวงพลังงาน   จัดกิจกรรม "รวมพลังแห่งความภักดี" ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และร่วมแปรอักษรพระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย โดยมีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน นำกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงพลังงานเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 89 พรรษา 5 ธันวาคม 2559  แสดงความรัก สามัคคี และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ตามพระราชปณิธาน โดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณหน้าอาคารบี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์

    ในขณะที่ ปตท.สำนักงานใหญ่ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทปตท. จำกัด(มหาชน)นำผู้บริหารและพนักงานปตท.กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  พร้อมจัดริ้วขบวนพนักงาน แปรอักษรเป็นรูป”๙ ปตท.รักในหลวง “โดยมีการถ่ายภาพมุมสูงให้เห็นถึงความสวยงามของการแปรอักษรครั้งนี้  โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ สำนักในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 

    เช่นเดียวกันกับที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานใหญ่ บางกรวย จ.นนทบุรี นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ). เป็นประธานนำผู้บริหารและพนักงาน กฟผ. ทั่วประเทศ กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ปกเกล้าปกกระหม่อม ให้ความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรชาวไทย อย่างพร้อมเพรียง โดยจะปฏิบัติตามหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันปฏิรูปประเทศ และสนับสนุนให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยปกครองประเทศด้วยหลักนิติธรรม และธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวไทย และจะประพฤติปฏิบัติ ตามรอยพระยุคลบาทและศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม น้อมนำพระราชดำรัส ดำเนินตามพระราชกรณียกิจ มาเป็นแนวทางการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธาน เพื่อความสุขความเจริญและความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของราชอาณาจักรไทยสืบไป จากนั้นได้ร่วมร้องเพลงสรรเสริญ พระบารมี และสำรวมจิตยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ในกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี เพื่อน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9”  ณ ศูนย์กีฬากำธน สินธวานนท์ สำนักงานกลาง กฟผ. อ.บางกรวย จ.นนทบุรี  ซี่งเป็นเวลาพร้อมกันกับที่ทำเนียบรัฐบาล

     

     

     

     

     

Date : 21 / 11 / 2016

  • Date : 21 / 11 / 2016
    มอบ45รางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่17

    ปตท.จัดงานใหญ่”สืบสานพระราชปณิธาน วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้ำ ป่า” และพิธีมอบ45รางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่17เพื่อเชิดชูและชื่นชมคนดี  ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ปตท. โดยมีเครือข่ายชุมชนที่ได้รับรางวัลเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

    งานดังกล่าวถูกจัดขึ้น2วันคือวันที่21และ22 พ.ย.2559 โดยในวันแรกของการจัดงาน มีการปาฐกกถาพิเศษ”พระราชปณิธาน วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้ำ ป่า โดยดร. สุเมธ ตันติเวชกุล  เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา  และเวทีเสวนาในช่วงเช้า” สืบสานพระราชปณิธาน วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้ำ ป่า”  จาก ดร.เฉลิมพล เกิดมณี นักวิจัยอาวุโส สวทช. ,นายอภิชาต จงสกุล ที่ปรึกษามูลนิธิชัยพัฒนา  ,ดร.รอยล จิตรดอน เลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมป์ ,ดร. วีระชัย ณ นคร  ที่ปรึกษาสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  และนายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)  ในขณะที่ช่วงบ่าย เป็นเวทีเสวนา  ” สืบสานพระราชปณิธาน วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้ำ ป่า “จากผู้ปฏิบัติทั่วทุกภาคของประเทศ ประกอบด้วย พระครูประยุตธรรมธัช ชุมชนตะโหมด จ.พัทลุง ,นายเดชา นทีไท เครือข่ายลุ่มน้ำแม่ละอุป จ.เชียงใหม่,นายดวงจันทร์ พาลำโกน ชุมชนบ้านหนองบั่ว จ.ร้อยเอ็ด และนายสุรชัย แซ่จิว ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอบางเสาธง จ.สมุทรปราการ

    นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)  กล่าวถึงการสืบสานพระราชปณิธาน วิถีพอเพียง ว่า  ถ้าปตท.ไม่ทำตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่9 เมื่อ30กว่าปีที่แล้ว ก็คงจะไม่มีปตท.ในวันนี้  ที่ทำหน้าที่สร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศได้อย่างเข้มแข็ง  ปตท.มีภารกิจที่ต้องทำให้ประเทศตัวเองทางด้านพลังงานให้ได้มากที่สุด จากที่ไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานทั้ง100% ปัจจุบันก็มีการพัฒนาเรื่องของเอทานอลและไบโอดีเซล ที่ผลิตในประเทศมาเป็นส่วนผสมในน้ำมันเบนซินและดีเซล เพื่อทดแทนการนำเข้า  การสำรวจพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า  เกิดโรงแยก๊าซธรรมชาติและอุตสาหกรรมปิโตรเคมี  

    แนวพระราชดำริ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ก็นำมาดำเนินโครงการ วิถีพอเพียงกับ87ตำบลทั่วประเทศ เกี่ยวข้องกับชุมชนกว่า10,000ครัวเรือน โดยเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เรื่องวาทกรรมให้เราท่องตาม แต่ปตท.ทำเรื่องนี้เป็นปฏิบัติบูชา ให้เกิดผลจริง  ซึ่งถึงแม้ปัจจุบันจะสิ้นสุดโครงการแล้ว หลายๆชุมชนก็ยังยึดถือเอาวิถีพอเพียงเป็นแนวปฏิบัติ

    สำหรับงานมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 17 ประจำปี พ.ศ. 2559 ภายใต้หัวข้อ “สืบสานพระราชปณิธาน วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้ำ ป่า” ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)ในวันที่22 พ.ย.2559  ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานกรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว เป็นผู้มอบนั้น นั้น

    มีผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 45 ผลงาน แบ่งเป็นประเภทชุมชน 7 ผลงาน ประเภทบุคคล 3 ผลงาน ประเภทกลุ่มเยาวชน 6 ผลงาน ประเภท "สิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน" 4 ผลงาน ประเภทงานเขียน 5 ผลงาน  ประเภทความเรียงเยาวชน 19 ผลงาน และประเภทสื่อมวลชน 1 ผลงาน

    รางวัลลูกโลกสีเขียวเป็นเสมือนกำลังใจให้แก่ผู้ทำความดี  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารให้สังคมร่วมกัน “เชิดชู และ ชื่นชมคนดี”  ให้เห็นถึงผลสำเร็จแห่งความเพียรพยายามของบุคคลและชุมชน  ผู้ทำหน้าที่ปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า และระบบนิเวศ  ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน    

    การพิจารณาผลงานผ่านกระบวนการเป็นลำดับขั้น จากคณะกรรมการภาค คณะกรรมการคัดเลือก และคณะกรรมการตัดสิน มีผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้นในปีนี้ 45 รางวัล ประกอบด้วยโล่รางวัลจากนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการตัดสิน ใบประกาศเกียรติคุณ และรางวัลเงินสด : ประเภทชุมชน 7 รางวัลๆ ละ 250,000 บาท ประเภทบุคคล 3 รางวัลๆ ละ 100,000 บาท ประเภทกลุ่มเยาวชน 6 รางวัลๆ ละ 50,000 บาท ประเภท "สิปปนนท์   เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน" 4 รางวัลๆ ละ 100,000 บาท ประเภทงานเขียน 5 รางวัล ประกอบด้วย ดีเด่น 1 รางวัลๆ ละ 50,000 บาท และชมเชย  4 รางวัลๆ ละ 25,000 บาท ประเภทความเรียงเยาวชน 19 รางวัล แบ่งเป็นอายุไม่เกิน 15 ปี 7 รางวัล ประกอบด้วย ดีเด่น 1 รางวัลๆ ละ 5,000 บาท และชมเชย 6 รางวัลๆ ละ 2,500 บาท และอายุ 16-25 ปี 12 รางวัล ประกอบด้วย ดีเด่น 2 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท ชมเชย 10 รางวัลๆ ละ 5,000 บาท และ ประเภทสื่อมวลชน 1 รางวัลๆ ละ 100,000 บาท รวมเงินรางวัลทั้งสิ้น 3,090,000 บาท โดยผู้รับรางวัลจะได้รับเงินรางวัลเต็มจำนวน ดังรายชื่อต่อไปนี้


    รายชื่อผลงานที่ได้รับ "รางวัลลูกโลกสีเขียว" ครั้งที่ 17 ประจำปี พ.ศ. 2559 จำนวน 45 รางวัล

    ประเภทชุมชน จำนวน 7 รางวัล


    1. ชุมชนบ้านสบลาน ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่
    2. ชุมชนบ้านสาสบหก ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง
    3. ชุมชนป่าดงทำเล-ดอนใหญ่ บ้านหนองบั่ว ต.ช้างเผือก อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
    4. ชุมชนบ้านนาหว้า ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี
    5. ชุมชนอนุรักษ์ป่าสาธารณะ “บ๊ะออนซอน” ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู
    6. ชุมชนตะโหมด  ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง
    7. ชุมชนบ้านเขาวัง  ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

    ประเภทบุคคล จำนวน 3 รางวัล

    1. นายประดิษฐ์ เพชรแสนอนันต์ ต.นาปัง อ.ภูเพียง จ.น่าน
    2. นายสถาน ตุ้มอ่อน ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
    3. นายจาง ฟุ้งเฟื่อง ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร

    ประเภทกลุ่มเยาวชน จำนวน 6 รางวัล

    1. โรงเรียนเจ้าฟ้าอุบลรัตน์ ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
    2. กลุ่มเยาวชนเชียงของเรนเจอร์ (CK ranger) ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย
    3. กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โรงเรียนเขาน้อยวิทยาคม ต.ห้วยแร้ง อ.เมือง จ.ตราด
    4. กลุ่มชีวิตคนเมืองบนรากฐานความพอเพียง โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย 
    แขวงสีลม เขตบางรัก จ.กรุงเทพฯ
    5. กลุ่มเด็กและเยาวชนรักษ์เก้าโจน ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
    6. กลุ่มเยาวชนหมากแงวหวาน บ้านจับไม้  ต.เฝ้าไร่ อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย

    ประเภท “รางวัลสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน” จำนวน 4 รางวัล

    1. ชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
    2. กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และป่าชุมชนบ้านยางโทน ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
    3. กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อเพิ่มปริมาณปูเปี้ยว ต.เลม็ด อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
    4. กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนชุมชนบ้านบางลา  ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

    ประเภทงานเขียน จำนวน 5 รางวัล

    รางวัลดีเด่น : 1 รางวัล 
    • โอมื่อโชเปอ อยู่ดีมีสุข เอกสารสรุปผลการศึกษาโครงงาน “การศึกษาวิถีพึ่งพิงและภูมิปัญญาการจัดการทรัพยากรป่าและน้ำ” กรณีศึกษาชุมชนบ้านสบลาน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ โดยนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนรุ่งอรุณ ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2557 
    รางวัลชมเชย : 4 รางวัล 
    • บทความเรื่อง “สุขชนบท” โดย อนุชิต คำน้อย (จ.สุโขทัย)
    • วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง “ลูกชาวนา” โดย เชาวลิต ขันคำ (จ.ฉะเชิงเทรา)
    • นวนิยายเรื่อง “การกลับมาของนกนางนวล” โดย วุฐิศานติ์ จันทร์วิบูล (จ.อุทัยธานี)
    • บทความเรื่อง “ปฏิญญาเมืองน่าน ปฏิบัติการถอนพิษข้าวโพด” โดย ชุติมา ซุ้นเจริญ (กรุงเทพฯ)

    ประเภทความเรียงเยาวชน จำนวน 19 รางวัล

    ประเภทอายุไม่เกิน 15 ปี จำนวน 7 รางวัล

    รางวัลดีเด่น : 1 รางวัล 
    • ต้นหญ้าในเมืองใหญ่ โดย ด.ญ.สุดารัตน์ แสงสว่าง (จ.เลย)

    รางวัลชมเชย : 6 รางวัล 
    • ความสุขที่พอเพียง โดย ด.ญ.กนกพิชญ์ ขวัญยู (จ.ชัยภูมิ)
    • พลอยรี่ กับการเดินทางของหนู โดย ด.ญ.ธนพร ฮวดจึง (จ.สกลนคร)
    • ป่าชุมชนภูหินเหล็กไฟ ให้อะไรได้มากกว่าหินเหล็กไฟ โดย ด.ญ.ปณิดา บุระพร (จ.อุบลราชธานี)
    • แรงศรัทธา แรงบันดาลใจ วิธีสร้างผืนป่าในชุมชนเล็กๆ ของฉัน โดย ด.ญ.ศศิวิมล แก้ววิไล (จ.ชัยภูมิ)
    • โลกสีเขียวโลกแห่งรอยยิ้ม โดย ด.ช.ธนภัทร ชูจันทร์ (จ.ชัยภูมิ)
    • ศรัทธาความเชื่อ...เพื่อการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน โดย ด.ญ.นุ่ม ลุงต๊ะ (จ.เชียงใหม่)

    ประเภทอายุ 16-25 จำนวน 12 รางวัล

    รางวัลดีเด่น : 2 รางวัล 
    • ดอนถั่วงอก...บอกเรื่องเล่า โดย นายพิทักษ์ ลำพูน (จ.เชียงราย)
    • วิถีความหวาน ตาลโตนดบ้านฉัน โดย นายจักรกฤษณ์ เหลืองละมัย (จ.กาญจนบุรี)
    รางวัลชมเชย : 10 รางวัล 
    • ความมีตัวตนที่มองไม่เห็น โดย น.ส.ชนิสรา สุวรรณกุฏ (จ.อุบลราชธานี)
    • เพียงคิดถึง โดย น.ส.ชนัญชิดา ปวนตา (จ.แม่ฮ่องสอน)
    • ผู้ให้ที่ “แท้จริง” โดย น.ส.มัสติกา ใจรัตน์ (จ.สกลนคร)
    • มรสุมเข้า โดย น.ส.ณ หฤทัย เปลื้องอภัย (จ.น่าน)
    • มานิ วิถีของผู้แบ่งปันในป่าใหญ่ โดย น.ส.ขวัญนภา หนูปลอด (จ.พัทลุง)
    • รวงข้าวสร้างชีวี โดย น.ส.จรรยพร โตเต็ม (จ.ประจวบคีรีขันธ์)
    • วิถีชีวิต คิดพอเพียง เลี้ยงต้นกล้า โดย นายนนทนันท์ นะธิศรี (จ.บึงกาฬ)
    • สวนสนุกธรรมชาติ โดย น.ส.เทพธิดา พิพรรณ (จ.ระนอง)
    • สายใยผูกพัน ดิน น้ำ ป่า เจ้าพ่อประตูผาและวิถีชีวิต โดย นายสิทธิศักดิ์ บุญมา (จ.ลำปาง)
    • หมู่บ้านปลายคลอง โดย น.ส.ศุภมาศ ชื่นอารมย์ (จ.ระนอง)

    ประเภทสื่อมวลชน จำนวน 1 รางวัล

    • รายการ “สามัญชนคนไทย” ออกอากาศทางสถานีไทยพีบีเอส  ดำเนินรายการโดย มาโนช พุฒตาล

     

     

  • Date : 21 / 11 / 2016
    กฟผ.ชวนชาวเทพาปล่อยพันธุ์ปูม้า3ล้านตัว

    กฟผ.ชวนชาวอำเภอเทพาปล่อยพันธุ์ปูม้า 3 ล้านตัว หวังอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำและพัฒนาวิถีประมงพื้นบ้าน

    เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 เวลา 08.30 น.ตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)และ พร้อมประธานกลุ่มประมงพื้นบ้าน ชาวบ้านและเยาวชนในพื้นที่ อ.เทพา ร่วมกันปล่อยพันธ์ปูม้า 3,000,000 ตัว ที่ บ้านกรงอิตำ หมู่ที่ 4  ตำบลเกาะสะบ้า อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา  โดยได้รับการสนับสนุนพันธ์ปูม้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้า ป.ทรัพย์อนันต์   สำหรับการปล่อยพันธ์สัตว์น้ำวัยอ่อน(ปูม้า)ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่13  คิดเป็นจำนวนสัตว์น้ำอ่อน(ปูม้า)ที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติไปแล้วรวม 42,000,000 ตัว

     กิจกรรม”รักษ์เล –เทพา อนุรักษ์ ฟื้นฟู ชุมชนเข้มแข็ง” เป็นแผนงานที่ กฟผ.และชุมชนร่วมคิดและจัดทำขึ้น  เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่ อ.เทพาและพื้นที่ใกล้เคียง  โดยส่งเสริมให้เด็กๆลูกหลานชาวเทพาได้เรียนรู้และเห็นคุณค่าในการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นตามวิถีภูมิปัญญาท้องถิ่น  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องชาวเทพาและผู้นำท้องถิ่นเป็นอย่างดียิ่ง  เชื่อมั่นว่าจะช่วยพัฒนาวิถีประมงพื้นบ้านและคุณภาพชีวิตของพี่น้องชุมชนเทพาให้ดีขึ้น และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในอนาคตอย่างยั่งยืน