กิจกรรมทั้งหมด

Date : 10 / 12 / 2016

  • Date : 10 / 12 / 2016
    เชฟรอนร่วมสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่9

    บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และภาคีเครือข่าย จัดงาน "สืบสานพระราชปณิธาน ตามรอยพ่อของแผ่นดิน" ในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน" ปี 4 ขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยตั้งมั่นที่จะสืบสานพระปณิธานตามรอยพ่อของแผ่นดิน เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก และส่งต่อองค์ความรู้ของศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำอื่นๆ ทั่วประเทศ สู่เป้าหมายหยุดท่วมหยุดแล้งอย่างยั่งยืน 

    นายไพโรจน์ กวียานันท์  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด  เปิดเผยว่า "แรกเริ่มที่เชฟรอน ร่วมกับ สถาบันเศรษฐกิจพอเพียงและมูลนิธิกสิกรรมธรรชาติทำโครงการ ‘พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน’ ในปี 2556 ขึ้นมาด้วยแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงห่วงใยปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก เราจึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการด้วยการนำแนวทางศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้เพื่อจัดการดิน น้ำ ป่า และการพัฒนาคน  โดยมีเป้าหมายในการหยุดท่วม-หยุดแล้ง ในลุ่มน้ำป่าสักอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันก็ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย เป็นการสืบสานพระราชปณิธาน ที่ทรงห่วงใยในปัญหาเหล่านี้

    บริษัทมีความภาคภูมิใจที่มีส่วนผลักดันโครงการฯ มาถึง 4 ปีแล้ว ได้เป็นส่วนหนึ่งของการร่วมแก้ไขปัญหาของประเทศด้วยการสร้างคน เครือข่าย สู่การสร้างศูนย์เรียนรู้ ‘ป่าสักโมเดล’ ที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ห้วยกระแทก) จ.ลพบุรี เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยรวมพลังเครือข่ายและพนักงานเชฟรอนกว่า 10,000 คน ซึ่งโครงการประสบผลสำเร็จในการช่วยกันขับเคลื่อนแนวทางศาสตร์พระราชาลงไปในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการลงมือปฏิบัติ ตั้งแต่ปลายน้ำ กลางน้ำ และต้นน้ำ  ด้วยความร่วมมือจากทั้ง 5 ภาคส่วน ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาชน และสื่อมวลชน” 

    ด้าน ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงและมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า “ความสำเร็จของการดำเนินโครงการ ‘พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน’ ตลอด  4 ปีที่ผ่านมา เกิดจากพลังสามัคคีของทุกภาคส่วนในการร่วมสานต่อและเผยแพร่ศาสตร์พระราชาจนเกิดเป็นรูปธรรม  เพื่อใช้ในแก้ปัญหาการจัดการน้ำในแต่ละภูมิสังคม ทั้งในพื้นที่ราบและพื้นที่สูงได้อย่างสมบูรณ์ และเหนืออื่นใด การจัดกิจกรรมในโครงการฯเป็นการสร้างการเรียนรู้ด้วยห้องเรียนขนาดใหญ่ ที่เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งประเทศเข้าร่วมเรียนรู้ปรัชญาในการทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ โครงการฯยังสามารถสร้าง ‘ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง’ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการฝึกหัดและสร้าง ‘คนมีใจ’ ที่จะช่วยขยายผลนำศาสตร์พระราชาไปสู่การปฏิบัติได้ถึง 5 ศูนย์ คือ ปี 2556 จำนวน 2 ศูนย์ คือ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี และสวนล้อมศรีรินทร์ โดย บุญล้อม เต้าแก้ว  ปี 2557 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงค่ายพ่อขุนผาเมือง จังหวัด เพชรบูรณ์  ปี 2558 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียงชุมชน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ(นสศ.) จังหวัดลพบุรี และ ในปี 2559 ‘ป่าสักโมเดล’ ศูนย์การเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการดิน-น้ำ-ป่า ตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย"

    ดร.วิวัฒน์ ยังกล่าวด้วยว่า “การน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ดีที่สุด คือ การทำงานสืบสานพระราชปณิธานต่อไป เพื่อขยายผลให้ศาสตร์พระราชาแผ่ขยายไปช่วยแก้ปัญหาของเกษตรกรในทุกภูมิสังคมทั่วประเทศ”

    พลเอก ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ผู้มีส่วนผลักดันให้พื้นที่ 600 ไร่ของห้วยกระแทก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ (ค่ายเอราวัณ) จ.ลพบุรี กลายเป็น “ป่าสักโมเดล” ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบด้านการบริหารจัดการดิน-น้ำ-ป่าตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย กล่าวว่า “เพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังการจัดสร้างศูนย์การเรียนรู้ ‘ป่าสักโมเดล’ แล้วเสร็จหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้แต่งตั้งนายทหารและพลทหาร จำนวน 21 นาย มาประจำการศูนย์ฯเพื่อดูแลรักษาพื้นที่ให้เกิดความเรียบร้อยและสวยงาม โดยได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการร่วมในรูปแบบเครือข่ายประชารัฐ คือ ภาครัฐร่วมกับภาคประชาชน เพื่อร่วมบริหารจัดการพื้นที่ ‘ป่าสักโมเดล’ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา ที่พร้อมให้หน่วยงาน องค์กร ประชาชนทั่วไปมาใช้จัดกิจกรรมเพื่อศึกษาเรียนรู้ศาสตร์พระราชา และเกิดการขยายผลอย่างเป็นรูปธรรมไปทั่วประเทศตามเป้าหมายต่อไป”

    ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง(สจล.) หนึ่งในภาคีเครือข่ายภาควิชาการที่ร่วมออกแบบและปรับพื้นที่ห้วยกระแทกได้กล่าวว่า “หลังจากได้เข้าร่วมโครงการฯ ได้พบปัญหาเรื่องการขาดระบบจัดเก็บข้อมูล ทำให้การประเมินติดตามผล เป็นไปด้วยความลำบาก  จึงได้คิดทำโครงการวิจัย ‘การออกแบบเชิงภูมิสังคมไทย การติดตามและประเมินผลเพื่อบริหารจัดการน้ำชุมชนอย่างมีส่วนร่วม’ ขึ้น โดยดำเนินการในนาม ‘ศูนย์บูรณาการเทคโนโลยี เพื่อการแก้ไขปัญหาประเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (ITOKmitl)’ และได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เชฟรอน ซึ่งเห็นความสำคัญในการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระบบและเป็นมาตรฐานในทางวิชาการ  โครงการวิจัยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคมในปี 2559 จนถึงปี 2561 เป็นระยะเวลา  2 ปี โดยจะเก็บข้อมูลวิจัยใน 3 พื้นที่ คือ จังหวัดลำปาง จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดตาก รวม 300  ไร่ ทั้งนี้ การจัดทำฐานข้อมูลอย่างมีส่วนร่วมและได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ ถึงความเปลี่ยนแปลงทั้งสภาพของดิน น้ำ ป่า จากการออกแบบพื้นที่อย่างเป็นระบบและเป็นมาตรฐานในทางวิชาการ สามารถนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำเป็นฐานข้อมูลในมิติต่างๆ ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ มิติทางสังคม มิติทางสภาพแวดล้อม เพื่อใช้ในการจัดการและวางแผน การแก้ไขปัญหาประเทศในด้านการจัดการดิน น้ำ ป่า และด้านการเกษตรได้ รวมไปถึงการนำผลงานวิจัยชิ้นนั้นๆ มาถอดเป็นบทเรียน เพื่อจัดทำเป็นชุดความรู้และคู่มือในการทำงานพื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ศูนย์ฯมีแผนจะนำเสนองานวิจัยนี้ในเวทีระดับชาติ ที่จะเป็นงานวิชาการที่ยืนยันในอีกทางหนึ่งถึงทฤษฎีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าเป็นทฤษฎีการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก"

     

     

     

     

Date : 07 / 12 / 2016

  • Date : 07 / 12 / 2016
    กฟผ.ร่วมกระทรวงพลังงานและสอท. หนุนจัดงาน“Thailand Energy Efficiency Week 2017”

    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ กระทรวงพลังงาน และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.)  จับมือ อิมแพ็คฯ และ MEX Exhibitions จัดงาน “Thailand Energy Efficiency Week 2017”  โชว์นวัตกรรมประหยัดพลังงานของประเทศไทย และนานาชาติ พร้อมเป็นเวทีกลางในการเจรจาธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน คาดมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 20,000 ราย และมีเงินสะพัดกว่า 1,000 ล้านบาท โดยงานฯ จะจัดขึ้นวันที่ 11 – 13 พฤษภาคม 2560 อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    วัน7 ธันวาคม 2559 นายบุญญนิตย์  วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ได้รับการยกย่องให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” ทรงวางแนวทางในการพัฒนาพลังงานบนพื้นฐานของทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ทรงมีพระราชดำรัสคอยย้ำเตือนพวกเราทุกคนให้รัก และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าอยู่เสมอ กฟผ. ในฐานะองค์กรภาครัฐ  จึงมีภารกิจสานต่อพระราชปณิธานงานในการพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศ ควบคู่ไปกับการรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันลดการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมด้านการประหยัดพลังงาน เพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงพลังงานยุคใหม่ของโลก เนื่องจากสถานการณ์การใช้พลังงานของประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยในปี 2560 ได้คาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงสุด ถึงประมาณ 30,000 เมกะวัตต์  

    “กฟผ. จึงเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน “Thailand Energy Efficiency Week 2017” งานแสดงสินค้านานาชาติด้านระบบควบคุมพลังงานและเทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์พลังงานระดับภูมิภาค เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านไฟฟ้าแสงสว่าง พลังงาน และอิเล็กทรอนิกส์ อันจะเป็นประโยชน์โดยรวมต่อประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 13 พฤษภาคม 2560 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงผลิตภัณฑ์กว่า 400 บริษัท มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 20,000 ราย และมีเงินสะพัดภายในงานกว่า 1,000 ล้านบาท” รองผู้ว่าการ กฟผ. กล่าว
     
     ด้าน นางสาวพรพรรณ บุลเนอร์ ผู้อำนวยการ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า งาน “Thailand Energy Efficiency Week 2017” เป็นการรวบรวม 3 งานใหญ่ไว้ในงานเดียว ประกอบด้วย “LED Expo Thailand 2017” งานแสดงสินค้านานาชาติด้านระบบไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ LED , “Thailand Energy Saving Expo 2017” งานแสดงสินค้านานาชาติด้านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีประหยัดพลังงานเพื่ออนาคต และ “PCB Expo Thailand 2017” งานแสดงสินค้านานาชาติด้านแผ่นวงจรพิมพ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บนพื้นที่จัดงาน 25,000 ตารางเมตร ถือเป็นงานแสดงสินค้านานาชาติด้านการประหยัดพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งจากการจัดงานต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากองค์กรที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมประหยัดพลังงานจากทั่วโลกเป็นอย่างดี โดยในปี 2016 มีผู้ประกอบการจากนานาประเทศเข้าร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 400 บริษัท จากทั้งหมด 14 ประเทศ มีผู้เข้าร่วมชมงานทั้งชาวไทย และต่างประเทศมากกว่า 16,197 ราย จาก 56 ประเทศ

    งาน Thailand Energy Efficiency Week 2017 เป็นลักษณะการเจรจาธุรกิจ (Trade Fair) จำนวน 2 วันแรก และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมงาน และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานในราคาพิเศษ ในวันสุดท้าย อาทิ ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าแสงสว่างที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมต่างๆ ตามแนวคิด LED Lighting for Smart Living เช่น Architectural Lighting Pavilion ระบบไฟฟ้าแสงสว่างสำหรับการใช้งานด้านสถาปัตยกรรม, Smart Lighting Pavilion นวัตกรรมแสงสว่างที่สร้างความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน, LED Signage Pavilion จอแสดงผล LED ที่มีความละเอียดและคุณภาพสูง อีกทั้งในส่วนอุปกรณ์และเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น การจัดแสดงอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใต้สัญลักษณ์ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5, การนำเสนอแนวทางประหยัดพลังงานในรูปแบบการจัดการพลังงาน หรือ ESCO และ Energy Efficiency Measure รวมถึงนวัตกรรมด้านการประหยัดพลังงานจาก กฟผ. และพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

    นอกจากนี้ยังมีการจัด Thailand Energy Saving Summit & Thailand LED Summit งานสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติด้านเทคโนโลยีประหยัดพลังงานและผลิตภัณฑ์ LED โดยผู้เชี่ยวชาญจากหลายหลายองค์กร พร้อมทั้งการจัดแสดง Gallery Zone และอุโมงค์ไฟ LED รวมไปถึงการจับคู่เจรจาธุรกิจ และแคมเปญ VIP Hosted Buyer โปรแกรมพิเศษสำหรับกลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ระดับผู้บริหาร หรือผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจากต่างประเทศ เพื่อเข้าร่วมชมนวัตกรรมสินค้าและบริการต่างๆ

Date : 06 / 12 / 2016

  • Date : 06 / 12 / 2016
    กระทรวงพลังงาน มอบ 64 รางวัล Thailand Energy Awards 2016

    กระทรวงพลังงาน จัดงานมอบรางวัล Thailand Energy Awards ประจำปี 2559 ให้แก่ผลงานที่ชนะการประกวดจำนวน 64 โครงการ จากจำนวนผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดรวมจำนวนทั้งสิ้น 260 โครงการ จากการประกวด 5 ด้าน ได้แก่ ด้านพลังงานทดแทน, ด้านอนุรักษ์พลังงาน, ด้านบุคลากร, ด้านพลังงานสร้างสรรค์ และด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทคิดเป็นมูลค่าการประหยัดพลังงานได้มากกว่า 2,200 ล้านบาทต่อปี และช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 280,000 ตันต่อปี   

    พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการมอบรางวัล กล่าวว่า งานวันนี้นับเป็นความภาคภูมิใจของรัฐบาลและกระทรวงพลังงาน เพราะได้เห็นพลังแห่งความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วนในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนออกมาเป็นผลงานดีเด่นจากการประกวด ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เห็นถึงศักยภาพ และคุณภาพของหน่วยงานในการคิดค้นรูปแบบ วิธีการ นวัตกรรม เทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานควบคู่ไปกับการแสวงหาและพัฒนาแหล่งที่มีอยู่ในประเทศอย่างพลังงานทดแทนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งสอดรับกับนโยบายของภาครัฐได้เป็นอย่างดี การยกระดับมาตรฐานวงการพลังงานไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ซึ่งหน่วยงานที่ได้รับรางวัลจะเป็นหน่วยงานต้นแบบของการประกอบกิจการที่ดี สำหรับผู้ประกอบการอื่นๆ เพื่อนำไปปรับใช้ อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

    “หากมองไปในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า จะพบว่าการแสวงหาเส้นทางสู่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ได้กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อหลักของการระดมสมองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความท้าทายในการกำหนดนโยบายการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพให้เป็นที่สนใจของประชาชน และมีการนำไปใช้จริงกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญด้านพลังงานของแต่ละประเทศ” พลอากาศเอก ประจิน กล่าว

    รองนายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า ได้มอบหมายให้ กระทรวงพลังงานกำหนดแนวนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านพลังงานของประเทศ โดยต้องคำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของประเทศ ตลอดจนการจัดหา สำรวจ และพัฒนาแหล่งพลังงานประเภทต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพื่อให้มีใช้อย่างเพียงพอ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาพลังงานสะอาด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนและลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก   

    ทั้งนี้ ผลงานที่ชนะการประกวดทั้งสิ้น 64 ผลงาน จากการประกวดทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่  ด้านพลังงานทดแทน จำนวน 15 รางวัล ด้านอนุรักษ์พลังงาน จำนวน 27 รางวัล ด้านบุคลากร จำนวน 9 รางวัล ด้านพลังงานสร้างสรรค์  จำนวน 3 รางวัล และด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน จำนวน 10 รางวัล

    พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การจัดประกวด Thailand Energy Awards ช่วยผลักดันการดำเนินนโยบายด้านพลังงานในระยะยาวให้มีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น อีกทั้งส่งเสริมการคิดค้นวิธีการประหยัดพลังงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมการประหยัดพลังงานที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น และสามารถนำไปขยายผลต่อยอดในทุกภาคส่วน  อีกทั้งสอดรับกับถ้อยแถลงของรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่จะขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนสู่ภูมิภาคพลังงานสะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Towards Greener Community with Cleaner Energy

    “กระทรวงพลังงานตั้งเป้าหมายภายในปี 2579 หรือ 20 ปีข้างหน้า ผลักดันการใช้พลังงานทดแทนภายในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 30% จากการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศ ภายใต้แผนบูรณาการพลังงานระยะยาว หรือ Thailand Integrated Energy Blueprint (TIEB) ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่สำคัญ 3 ด้าน ประกอบด้วย พลังงานมั่นคง เศรษฐกิจมั่นคั่ง และสังคมไทยยั่งยืน” พลเอก อนันตพร กล่าว

Date : 30 / 11 / 2016

  • Date : 30 / 11 / 2016
    อนันตพร รับไม้ต่อนายกรัฐมนตรี นำทีมข้าราชการพลังงานออกกำลังกายทุกเย็นวันพุธ

    “อนันตพร”นำทีมข้าราชการกระทรวงพลังงานทั้งปลัดอารีพงศ์  ธรรมยศ  วีระศักดิ์ ออกกำลังกายตามนโยบายนายกรัฐมนตรี  หวังทำเป็นกิจกรรมสม่ำเสมอทุกเย็นวันพุธ

     เมื่อวันที่  30 พ.ย.2559 เวลา 15.30 น. พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน  นายธรรมยศ ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน และนายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  และ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงพลังงาน กว่า 200 คน ออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิคเป็นเวลา 45 นาที    เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแรง และความตื่นตัวในการทำงาน   ณ บริเวณลานหน้าอาคารเอ ศูนย์เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์  ตามที่นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เชิญชวนให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆ ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างสุขภาพความแข็งแรงของร่างกาย โดยมีการนัดหมายทุกวันพุธ เวลา 15.30 น.เป็นต้นไป

    ทั้งนี้รัฐมนตรีพลังงานได้กล่าวย้ำภายหลังจากการออกกำลังกายว่า หากเป็นไปได้อยากให้มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน  ซึ่งหากไม่ติดการประชุมหรืองานอะไร    ก็จะมานำข้าราชและเจ้าหน้าที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเชิญชวนให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพ    ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ