กิจกรรมทั้งหมด

Date : 08 / 01 / 2017

  • Date : 08 / 01 / 2017
    กฟผ.ระดมกำลังช่วยผู้ประสพอุทกภัยชาวใต้

    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  นำเฮลิคอปเตอร์บินช่วยตรวจสภาพน้ำท่วม และสภาพสถานีไฟฟ้า​แรงสูงและเสาส่งทางภาคใต้ อีกทั้งยังสนับสนุนเรือท้องแบนจำนวน 3 ลำจากโครงการเทพา เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมทั้งนำถุงยังชีพ 5,500 ชุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน จ.ภาคใต้อีกด้วย

     

     

     

Date : 05 / 01 / 2017

  • Date : 05 / 01 / 2017
    ครบรอบ64ปีพพ."ประพนธ์"นำทีมสุยกิจกรรม“Big Cleaning Day”

    ครบรอบ64ปี กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) “ประพนธ์”นำทีม  กิจกรรม “Big Cleaning Day” ภายใต้ปฏิบัติการ 5 ส. ได้แก่ สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสัย ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center) รายงานว่า ในช่วงเช้าวันที่5ม.ค.2560  นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน( พพ). นำคณะผู้บริหาร  ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของพพ. ร่วมกันทำความสะอาดภายในบริเวณ พพ. ภายใต้ปฏิบัติการ 5 ส. ได้แก่ สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสัย ซึ่ง พพ. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนากรม พพ.ครบรอบ64ปี  ซึ่งจะช่วยพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพ จัดระเบียบและสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับองค์กร ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในสถานที่ปฏิบัติงาน ส่งผลให้บุคลากรมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี ทำให้การปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดียิ่งขึ้น  โดยจะมีการประเมินผลสำเร็จทุกๆ 3 เดือน

    ทั้งนี้กิจกรรมในช่วงเช้าเวลา เริ่มต้นตั้งแต่เวลา8.09 น. ด้วยอธิบดีพพ.เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพ่อปู่สิงห์สุระ ชัยยะเทวะ  ที่คนพพ.ให้ความเคารพสักการะ  หลังจากนั้นช่วงเวลา09.00น. ก็มีการร่วมทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ และเริ่มพิธีสงฆ์  ฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และถวายอาหารเพล ก่อนที่จะเริ่มกิจกรรม Big Cleaning Dayภายใต้ปฏิบัติการ 5 ส.ในช่วงเวลา10.30น.

    สำหรับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งครบรอบวันสถาปนา 64 ปี นั้น  เดิมชื่อว่า "การพลังงานแห่งชาติ" จัดตั้งขึ้น โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติขึ้น ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 70 ตอนที่ 3 ลงวันที่ 6 มกราคม 2496 โดยมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ" เป็นผู้วางนโยบายและพิจารณาโครงการต่าง ๆ อันเกี่ยวกับพลังงาน และมีหน่วยราชการขึ้นหน่วยหนึ่ง ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากรม มีชื่อว่า "การพลังงานแห่งชาติ" ตั้งแต่ วันที่ 7 มกราคม 2496 เป็นต้นมา

    โดยในช่วงเริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2496  อยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีสำนักงานชั่วคราวอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาเมื่อต้นปี พ.ศ. 2497 ได้ย้ายสำนักงานไปอยู่ที่ศาลาลูกขุนในพระบรมมหาราชวัง   ก่อนที่จะย้ายสำนักงานมาอยู่ที่ บ้านพิบูลธรรม เชิงสะพานกษัตริย์ศึก ยศเส จนถึงปัจจุบัน เมื่อวันที่13 กรกฎาคม 2502

    ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2506 กรมถูกโอนย้ายไปสังกัด กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ โดย พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2506  และในวันที่ 1 ตุลาคม 2514 ก็ย้ายกลับมามาสังกัด สำนักนายกรัฐมนตร๊ตามเดิม และเปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานพลังงานแห่งชาติ"   ก่อนที่จะย้ายไปสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพลังงานเมื่อ24 มีนาคม 2522

    และเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2535 มีการเปลี่ยนชื่อเป็น "กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน" สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพลังงาน ตามประกาศพระราชบัญญัติการพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน พ.ศ.2535 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่ 9  และวันที่ 4 เมษายน 2535 เปลี่ยนชื่อสังกัดเป็น "กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม"  ก่อนที่วันที่3 ตุลาคม 2545 จะเปลี่ยนชื่อเป็น "กรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน" สังกัดกระทรวงพลังงานตามประกาศพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 119 ตอนที่ 99 ก ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2545  จนถึงปัจจุบัน

    นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน( พพ.)

     

Date : 04 / 01 / 2017

  • Date : 04 / 01 / 2017
    แกนนำชุมชนหนุนสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่บุกกรุงเทพยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี

    แกนนำชุมชนรอบโรงไฟฟ้ากระบี่เดินทางยื่นหนังสือสนับสนุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ระบุเชื่อมั่นการทำงานของกฟผ.ที่เป็นผู้ดำเนินโครงการในฐานะหน่วยงานของรัฐ

    เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560 เวลา 10.00น. กลุ่มเครือข่ายประชาชนจังหวัดกระบี่ จำนวนกว่า 50 คน นำโดย นายฐานิศร์ เอ่งฉ้วน กำนันตำบลเหนือคลอง นายทัศน์พล คลองยวน กำนันตำบลตลิ่งชัน นายสมศักดิ์ ภูมิสุทธาผล กำนันตำบลคลองขนาน นายธัญญา โชยบุตร กำนันต.ปกาสัย อ. เหนือคลอง จ.กระบี่ นายไพโรจน์ บุตรเผียน ประธานเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและป่าชายเลน ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง นายกิจจา ทองทิพย์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.ปกาสัย อ. เหนือคลอง และนายเที่ยง บุญเลิศ ประชมรมชมรมผู้อาวุโสฯ จ.กระบี่ และผู้นำชุมชน ประชาชนในจังหวัดกระบี่ เป็นตัวแทนกลุ่มผู้สนับสนุนโรงไฟฟ้ากระบี่เข้ายื่นหนังสือสนับสนุนการดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ ต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ที่ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ   โดยมีนายพีระ ทองโพธิ์ ผอ.ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับหนังสือ

    โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพ.ย.2559 ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดกระบี่ที่นำโดยนายอนันต์  สันหาด  อดีตกำนันตำบลคลองขนาน  อ.เหนือคลอง นายไพโรจน์  บุตรเผียน นายบุญเที่ยง  บัวเลิศ  นายกิจจา  ทองทิพย์  ผู้นำชุมชน ชุมชนทั้ง 4 ตำบล ใน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่  กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนรอบโรงไฟฟ้ากระบี่ ก็เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมประชาชนที่สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว จังหวัดกระบี่  จำนวน 15,000  รายชื่อ เพื่อนำเสนอพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  โดยมีนายสมควร  ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และนายจักรพันธ์  ชูแก้ว  พลังงานจังหวัดกระบี่  และนายสุพัชรพงศ์  วรประดิษฐ์  ป้องกันจังหวัดกระบี่ เป็นผู้แทนรับมอบ

    นายฐานิศร์ เอ่งฉ้วน กำนันตำบลเหนือคลอง และประธานชมรมกำนันตำบลเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การรวมตัวของผู้นำทุกคนกว่า 50 คนในพื้นที่อำเภอเหนือคลอง จ.กระบี่ ทั้งผู้นับถือศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม มารวมตัวกับพบนายกรัฐมนตรีเพื่อยื่นหนังสือสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ ของ กฟผ. ครั้งนี้ เพื่อแสดงถึงความต้องการของ ชุมชนว่า
    ผู้นำชุมชนทุกคนมั่นใจโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด มั่นใจการทำงานของ กฟผ. เพราะเป็นหน่วยงานของรัฐ มั่นใจว่าความมั่นคงด้านพลังงานมีส่วนสำคัญในการพัฒนาภาคใต้และประเทศ ชาวกระบี่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์สนับสนุนโรงไฟฟ้ากระบี่ จึงขอให้รัฐบาลรีบตัดสินใจ 

Date : 03 / 01 / 2017

  • Date : 03 / 01 / 2017
    สนพ. ร่วมกับ กอ.รมน. ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโครงการพระราชดำริพื้นที่ชายแดน

    กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สานต่อพระราชปณิธานพระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ออกแบบและส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ 100 กิโลวัตต์ ให้กับพื้นที่ในโครงการพระราชดำริ จ.แม่ฮ่องสอน

    ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สนพ. และ กอ.รมน. ได้เห็นว่า พื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่ในโครงการพระราชดำริในบางพื้นที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง จึงได้ดำเนิน “โครงการพลังงานทดแทนสำหรับศูนย์ศิลปาชีพหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของพสกนิกรชาวไทย ซึ่งบางพื้นที่ก็อยู่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดาร ไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดย กอ.รมน. เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการดังกล่าว

    กอ.รมน. มีพื้นที่รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน ติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง หรือใช้ไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ แต่ก็เกิดความชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ ราษฎรที่อาศัยส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ ได้แก่ ม้ง มูเซอ ลีซอ กระเหรี่ยง ลัวะ และไทยใหญ่   เป็นต้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงได้พระราชทานแนวทางในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนในลักษณะผสมผสาน เพื่อสร้างความใกล้ชิด รับทราบถึงปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของ ราษฎร โครงการดังกล่าวจึงมุ่งเน้นการพัฒนาพลังงานทดแทนภายในชุมชน เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าให้กับชุมชน ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนตามแนวชายแดน โดยโครงการนี้จะดำเนินการในพื้นที่ อ.ปางมะผ้า และ  อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 10 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 100 กิโลวัตต์

    กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้ให้เงินสนับสนุนการออกแบบผลิตและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ แบบเชื่อมต่อสายส่งมีขนาดกำลังติดตั้ง 100 กิโลวัตต์ จำนวน 10 ระบบ ซึ่งเป็นระบบที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อระบบสายส่งจากการไฟฟ้าได้ในอนาคต และสามารถเก็บสะสมพลังงานได้ในแบตเตอรี่ เพื่อใช้งานในเวลากลางคืน อีกทั้งมีอาคารควบคุมในการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ และแบตเตอรี่ ซึ่งจากการดำเนินงานในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ให้มีไฟฟ้าใช้ภายในหมู่บ้าน ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าจากระบบดังกล่าวได้ถึงปีละ 1,277,500 หน่วยต่อปี และยังเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่โครงการและพื้นที่ใกล้เคียงให้นำไปสู่การพึ่งพาตนเอง รวมทั้งเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สาธิตและขยายผลการส่งเสริมการใช้ระบบผลิตพลังงานทดแทนภายในชุมชน

    “ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์ทรงริเริ่มโครงการในพระราชดำริ ทำให้คนในพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือทั้ง 10 หมู่บ้าน ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในฐานะหน่วยงานของรัฐ ขอน้อมนำแนวทางเพื่อสานต่อเรื่องพลังงานทดแทน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ มีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอต่อไป” ดร.ทวารัฐ กล่าวเพิ่มเติม