กิจกรรมทั้งหมด

Date : 04 / 10 / 2017

  • Date : 04 / 10 / 2017
    สอศ.จับมือ ส.อ.ท.และเชฟรอน เปิดผลวิจัย พบอุตฯขนาดกลาง-เล็ก75%ยังไปไม่ถึง4.0
    สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ กลุ่ม เชฟรอน เปิดผลวิจัยเชิงลึก เกี่ยวกับ “ปัญหา - ความท้าทายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย 4.0” พบ ร้อยละ 75 ของผู้ประกอบการไทยยังใช้เทคโนโลยีต่ำกว่าระดับ 2.5 โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมกลาง - เล็ก อีกทั้งเผชิญวิกฤตขาดแคลนช่างเทคนิคทักษะขั้นสูง  พร้อม เสนอ ภาครัฐสนับสนุนผู้ประกอบการใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. การให้ข้อเสนอจูงใจผู้ประกอบการลงทุนเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น  2. การพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรม 4.0 อย่างจริงจัง และ3. สนับสนุนการพัฒนาฝึกอบรมด้านสะเต็มและเทคนิคเพื่อเร่งพัฒนาทักษะแรงงานให้ไล่ทันเทคโนโลยี  
     
    งานวิจัยดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯChevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต   ซึ่งขณะนี้เข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัญหาและอุปสรรค รวมถึงแนวทางแก้ไขนำเสนอต่อภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้มีศักยภาพสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล  โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่างบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) 
     
    นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ Chevron Enjoy Science ได้มอบหมายให้ “Chisholm Institute Australia” ทำการวิจัยในรูปแบบสัมภาษณ์เชิงลึกและวิเคราะห์ข้อมูลจากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจากผลวิจัยพบว่า ปัจจัยสำคัญที่เป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยคือร้อยละ 75 ของผู้ประกอบการไทยยังใช้เทคโนโลยีต่ำกว่าระดับ 2.5 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลาง - เล็ก เพราะถูกจำกัดด้วยปัจจัยทางค่าใช้จ่ายทำให้ไม่สามารถลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ 
     
    “ผู้ประกอบการที่สามารถก้าวสู่ยุค 4.0 ได้ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ขณะเดียวกันก็ยังประสบปัญหาขาดแคลนช่างเทคนิครุ่นใหม่จำนวนมาก ที่มีทักษะในการปฏิบัติงาน ทั้งด้านแมคคาทรอนิกส์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีวัสดุ  เป็นต้น อีกทั้งยังขาดวินัย (soft skill) ที่เอื้อต่อการทำงานอีกด้วย” นาย อาทิตย์กล่าว 
     
    ดร.ประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการ สอศ.
     
    ด้าน ดร.ประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) เปิดเผยว่า “งานวิจัย  ชิ้นนี้ช่วยสะท้อนปัญหาภาคอุตสาหกรรมและอาชีวศึกษาของไทย ขณะเดียวกันยังตอบโจทย์การทำงานของ สอศ. ในการพัฒนาหลักสูตรสร้างบุคลากรสายวิชาชีพให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ทั้งนี้ สอศ. ได้จัดทำยุทธศาสตร์ 20 ปี   เพื่อยกระดับอาชีวศึกษาของไทยสู่การเป็นอาชีวะระดับสากล ภายใต้หลักการสำคัญ อาทิ การผลิตและพัฒนาคนที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการพัฒนาประเทศ ส่งเสริมความร่วมมือภาครัฐและเอกชนในการจัดการอาชีวศึกษา ส่งเสริมสมรรถนะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงผลิตและพัฒนาครูอาชีวศึกษาให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง
     
    เจน นำชัยศิริ ประธานส.อ.ท.
           
    ขณะที่ นาย เจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากผลวิจัยของโครงการฯ มีความสอดคล้องกับข้อมูลของ ส.อ.ท. ดังนั้นจึงมีข้อเสนอร่วมกันว่า 5 ปีต่อจากนี้ ภาครัฐควรมุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมกลาง - เล็ก ควบคู่กันใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. การให้ข้อเสนอจูงใจผู้ประกอบการลงทุนเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น  2. การพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรม 4.0 อย่างจริงจัง 3. สนับสนุนการพัฒนาฝึกอบรมด้านสะเต็มและเทคนิคเพื่อเร่งพัฒนาทักษะแรงงานให้ไล่ทันเทคโนโลยี ซึ่งจะเห็นว่าปัจจุบันบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งมีการจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้ของตนเองเพื่อผลิตบุคลากรให้มีทักษะตรงความต้องการมากที่สุด 
     
     “สิ่งที่โครงการ Chevron Enjoy Science ทำอยู่เป็นการช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ผ่านการสร้างความร่วมมือระหว่างครูวิทยาลัยเทคนิคกับภาคอุตสาหกรรม ทำให้ครูรู้ความต้องการและเข้าใจในเทคโนโลยีที่ภาคอุตสาหกรรมใช้ได้ตรงจุด และ ส่งเสริมสะเต็มศึกษาแบบบูรณาการให้แก่นักเรียนในระดับอาชีวะ เพื่อให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจด้านสะเต็มที่สามารถแก้โจทย์ปัญหาพัฒนาโครงงานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งทักษะด้านสะเต็มถือเป็นพื้นฐานสำคัญของภาคอุตสาหกรรมปัจจุบัน”นายเจน กล่าว
     
     นายเจนกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า  ปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะยังคงเป็นอุปสรรค ที่อาจส่งผลให้เกิดการชะลอการลงทุนได้ ดังนั้นภาครัฐจึงควรประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนในการเร่งปฏิรูประบบการศึกษา โดยเฉพาะการผลิตแรงงานวิชาชีพรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายให้เท่าทันและเพียงพอความต้องการ โดยข้อเสนอแนะเชิงนโยบายฉบับนี้จะถูกส่งมอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่ขับเคลื่อนทางด้านการศึกษาเพื่อเป็นการนำเสนอแนวทางในการกำหนดหลักสูตรที่เหมาะแก่การพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อผลิตแรงงานที่มีคุณภาพป้อนสู่ตลาดแรงงานในอนาคต พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ได้อย่างยั่งยืน
     

Date : 03 / 10 / 2017

  • Date : 03 / 10 / 2017
    รัฐมนตรีพลังงานนำคณะมอบน้ำดื่ม8แสนขวด เพื่อบริการประชาชนที่มากราบพระบรมศพ
    รัฐมนตรีพลังงานนำคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงาน มอบน้ำดื่ม จำนวน8แสนขวด เพื่อนำไปให้บริการประชาชนที่มากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
     
    เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2560 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน นายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นางศรีวรรณ เอี่ยมรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบน้ำดื่ม จำนวนรวม 8 แสนขวด เพื่อนำไปให้บริการประชาชนที่มากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรโดยมี พลตรี เธียรพงศ์ เมืองพรหม ที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับมอบ โดยถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณเต็นท์ กอร.รส. ตรงข้ามโรงแรมรัตนโกสินทร์ สนามหลวง
     
    โดยน้ำดื่มจำนวน8แสนขวดดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวน 5 แสนขวด และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จำนวน 3 แสนขวด 
  • Date : 03 / 10 / 2017
    CEO PTTGC ร่วมในคณะติดตามนายกรัฐมนตรีเข้าพบโดนัลด์ ทรัมป์

    นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ CEO บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ร่วมคณะติดตามนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมด้วย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เข้าพบปะพูดคุยกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2560 ณ ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในช่วงบ่ายของวันที่ 2 ตุลาคม 2560 ตามเวลาสหรัฐฯ มีการลงนาม MOU ระหว่าง PTTGC America และ JobsOhio เพื่อร่วมพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา

Date : 01 / 10 / 2017

  • Date : 01 / 10 / 2017
    กฟผ.คว้า2เหรียญทอง3เหรียญเงินและ3เหรียญทองแดง จากงานINST2017ที่ไต้หวัน
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)  คว้า2เหรียญทอง 3เหรียญเงินและ3เหรียญทองแดง จากการส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงในงาน 2017 TAIPEI INTERNATIONAL INVENTION SHOW & TECHNOMART (INST 2017) ณ กรุงไทเป ไต้หวัน ระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน 2560 ในขณะที่เยาวชนจากโรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา จ.สุโขทัย จากโครงการMove World Together นำสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม "ชุดพลิกล็อค"(Safety Flip & Lock Wear) ซิว รางวัลเหรียญทองแดง
     
    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า ในการส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงในงาน 2017 TAIPEI INTERNATIONAL INVENTION SHOW & TECHNOMART (INST 2017) ณ กรุงไทเป ไต้หวัน ระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน 2560 ที่ผ่านมานั้น ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)  สามารถคว้ามาได้ 2เหรียญทอง 3เหรียญเงินและ3เหรียญทองแดง 
     
    โดยรางวัล เหรียญทอง 2 รางวัล  ได้แก่ กลุ่ม Special Equipment for Boiler panel Tube Fitting และ กลุ่ม Wheel Disassembly and Brake Pads Rivet Tools for Heavy Vehicles  รางวัลเหรียญเงิน ได้ 3 รางวัล จาก  กลุ่ม Modular Ethernet Selectot Switch (MES Switch) , กลุ่ม Compact DC Winch และ Shaft Sleeve Cutter   ส่วนรางวัลเหรียญทองแดง ได้ 3 รางวัล จาก กลุ่ม Seal Strip Bending Machine ,กลุ่ม Belt Rolling Machine และกลุ่ม Portable Surge Counter Tester 
     
     
    ในขณะที่ สิ่งประดิษฐ์"ชุดพลิกล็อค"จากโรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา จ.สุโขทัยในโครงการMove World Together ที่กฟผ.ให้การสนับสนุน  ซึ่งคิดค้นโดย น.ส.อรวรรณ บุตรจินดา นายสรวิชญ์ ถิระวัฒน์ทยาวัต นายวรรณกร อินทร์ปิ่น โดยมีนางอัมพร ธีรวรกุล เป็นครูที่ปรึกษา  นั้นสามารถคว้ารางวัลเหรียญทองแดง มาได้
     
    ทั้งนี้ ผลงาน "ชุดพลิกล็อค" เป็นนวัตกรรมการออกแบบผ่านการพัฒนาปรับปรุงเพื่อผูกยึดผู้ป่วยกรณีฉุกเฉินที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรง และผู้ป่วยติดเตียงที่มีสายอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้ได้รับการดูแลรักษาพยาบาลอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
     

Date : 28 / 09 / 2017

  • Date : 28 / 09 / 2017
    ปตท.พร้อมหนุน"หมออีม"สร้างประวัติศาสตร์พิชิตยอดเขาสูงสุด7แห่ง7ทวีป

    ปตท. พร้อมสนับสนุน “ทันตแพทย์หญิงนภัสพร ชำนาญสิทธิ์ หรือ หมออีม”  สร้างประวัติศาสตร์เป็นหญิงไทยคนแรกพิชิตยอดเขาสูงสุด 7 แห่ง 7 ทวีป นำธงไตรรงค์ไปปักให้ทั่วโลกได้รู้จักชาติไทย ระบุนายกรัฐมนตรีสั่งห้ามทอดทิ้งให้ส่งเสริมจนถึงเป้าหมาย ระบุปีนสำเร็จแล้ว 3 ยอดเขา ที่เหลือคาดปี 2561 สำเร็จ  หวังเป็นต้นแบบความเพียรให้คนไทยใช้ดำเนินชีวิต

    นายกฤษณ์ อิ่มแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ทรัพยากรบุคคลและศักยภาพองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ปตท.ให้การสนับสนุนโครงการ PTT Seven Summits อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโครงการพิชิตยอดเขาสูงสุด 7 แห่งที่สูงสุดใน 7 ทวีปทั่วโลก โดยทันตแพทย์หญิงนภัสพร ชำนาญสิทธิ์ (หมออีม) หญิงไทยคนแรกในอาเซียน จะทำภาระกิจพิชิตเป้าหมายและนำธงไตรรงค์ไปปักไว้ ให้เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ

    สำหรับโครงการ PTT Seven Summits ปตท. จะให้การสนับสนุน ตั้งแต่ปี 2559-2561 รวมเป็นเงินเกือบ 4 ล้านบาท ที่ผ่านมาหมออีม สามารถพิชิตยอดเขา Everest ความสูง 8,950 เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกได้แล้ว และในปี 2560 สามารถพิชิตได้เพิ่มอีก 2 ยอดเขา ได้แก่ ยอดเขา Kilimanjaro สูง 5,963 เมตร ประเทศแทนซาเนีย สูงที่สุดในทวีปแอฟริกา ซึ่งสามารถพิชิตได้สำเร็จเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และล่าสุดในเดือนส.ค. 2560 สามารถพิชิตยอดเขา Elbrus สูง 5,642 เมตร ในประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป 

    โดยในปี 2560 นี้ยังเหลืออีก 1 ยอดเขาคือ ยอดเขา Aconcagua สูง 6,962 เมตร ในประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาใต้  ซึ่งจะปฏิบัติการพิชิตยอดเขานี้ในเดือนพ.ย. 2560 สำหรับปี 2561 จะพิชิตยอดเขาที่เหลืออีก 3 ยอดเขาคือ Carstensz Pyramid หรือ Puncak Jaya ในประเทศอินโดนีเซีย สูง 4,884 เมตร สูงที่สุดในทวีปออสตราเลเซีย  ในเดือนมี.ค.2561 ยอดเขา Denali หรือ McKinley ในประเทศสหรัฐอเมริกา สูง 6,194 เมตร สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ และสุดท้ายคือยอดเขา Vinson Massif สูง 4,897 เมตร สูงที่สุดในทวีปแอนตาร์กติก ในเดือนมิ.ย.และเดือนพ.ย.2561 ตามลำดับ  รวมระยเวลา  3 ปี (2559 - 2561) ในการพิชิตทั้งสิ้น 7 ยอดเขา

    นายกฤษณ์ กล่าวว่า เมื่อครั้งที่หมออีมพิชิตยอดเขา Everest สำเร็จ เป็นข่าวโด่งดังไปทั้งประเทศ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เชิญหมออีมให้เข้ามาพบเพื่อให้กำลังใจและชื่นชมผลงาน ซึ่งนายกฯ ได้กล่าวกับปตท.ด้วยว่า ให้ ปตท.สนับสนุนต่อไปอย่าได้ทอดทิ้ง เนื่องจากทราบว่ายังมีเป้าหมายที่ต้องพิชิตยอดเขาถึง 7 แห่งที่สูงสุดของโลก

    “ปตท.เห็นความตั้งใจและมุ่งมั่นของหมออีมซึ่งเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่จะนำธงไตรรงค์และพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่9 ขึ้นไปให้ถึงยอดเขาที่สูงสุดของโลก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำเพื่อส่วนรวมของประเทศ ดังนั้น ปตท.จึงปล่อยให้ทำภารกิจอย่างโดดเดี่ยวไม่ได้ จึงเข้าไปช่วยให้การสนับสนุน ภารกิจนี้ไม่เพียงเป็นแค่ความฝันของหมออีมที่จะพิชิตยอดเขาสูงสุด 7 แห่งที่สูงสุดใน 7 ทวีปทั่วโลก แต่ยังเป็นต้นแบบให้คนไทยในด้านความเพียร ได้นำเอาไปเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตด้วย ปตท. พร้อมส่งเสริมบุคคลที่เป็นตัวอย่าง เป็นแรงบันดาลใจ เป็นความภาคภูมิใจของประเทศ ร่วมเป็นพลังให้คนไทย ร่วมภาคภูมิใจไปด้วยกันครับ ”

    ทันตแพทย์หญิง นภัสพร กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับกำลังใจจาก ปตท. และหลายๆคน เพื่อให้พิชิต 7 ยอดเขาสูงสุดของโลกให้สำเร็จ แม้แต่เดิมเป็นความฝันส่วนตัวที่ต้องการทำเพราะรักการปีนเขาและอยากเอาธงชาติไทยไปปักไว้ที่ยอดเขา แต่มาถึงวันนี้ถือเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแล้ว แต่เป็นการทำเพื่อประเทศชาติ และเมื่อทำสำเร็จเราจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ถือเป็นการให้ที่ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อพิชิต 7 ยอดเขาที่สูงสุดแล้ว มีเป้าหมายจะเป็นหญิงไทยที่ขึ้นเขา Everest เป็นรอบที่ 2 ต่อไปด้วย  

    ทั้งนี้ ทันตแพทย์หญิง นภัสพร ชำนาญสิทธิ์ อายุ 33 ปี เกิดที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จบการศึกษา ทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรจน์ ปัจจุบันเป็นทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์งานอดิเรกคือการเดินป่า ปีนเขาสูง และวิ่งอัลตราเทรลมาราธอน (วิ่งระยะไกลบนเส้นทางวิบาก) โดยเริ่มเป็นนักปีนเขาในปี 2554 ด้วยการสมัครทริปปีนเขา Kinabalu ประเทศมาเลเซีย นับจากนั้น จึงใช้เวลาในวันหยุดเดินทางทั่วประเทศเพื่อเดินป่าหรือวิ่ง โดยมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วจนเป็นนักปีนเขาฝีมือเยี่ยมของไทย  และได้รับเลือกจากสมาคมนักปีนเขาประเทศจีนร่วมทีมฝึกปีนเขาที่ประเทศจีน

    สำหรับ Seven Summits เป็นเป้าหมายสูงสุดของนักปีนเขาทั่วโลก โดยมีนักปีนเขาที่สามารถพิชิต Everest ได้นับพันคน แต่มีเพียง 416 คนที่สามารถพิชิต Seven summits ได้ หากพิจารณาจากชาติที่สามารถพิชิต Seven Summits ได้มีคนเอเชียเพียง 24 คน เป็นชาย 20 คน หญิง 4 คน เท่านั้น

     

     

     

  • Date : 28 / 09 / 2017
    กฟผ. แม่เมาะ คว้า 2 รางวัล “ASEAN Coal Awards 2017”

    กฟผ. แม่เมาะ คว้า 2 รางวัล ASEAN Coal Awards 2017 ในฐานะ “องค์กรที่มีความเป็นเลิศในกิจการถ่านหินของอาเซียน” โดยได้รับรางวัลชนะเลิศ Best Practice for Surface Coal Mining Category และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ด้าน Corporate Social Responsibility (CSR) Category ในเวที ASEAN Energy Awards 2017 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

    เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยนายถาวร งามกนกวรรณ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. และผู้บริหารระดับสูง ร่วมเป็นตัวแทน กฟผ. เข้ารับรางวัลชนะเลิศ Best Practice for Surface Coal Mining Category จากผลงาน “Mae Moh Lignite Mine” และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Corporate Social Responsibility (CSR) Category จากผลงาน “The Community Collaboration for Sustainable Development in Mae Moh District” ซึ่งได้ถูกส่งเข้าร่วมประกวดใน ASEAN Coal Awards 2017 โดยคณะทำงานจัดการประกวดและคัดเลือกองค์กรที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ของกิจการถ่านหินไทย กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการคัดเลือกองค์กรที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ของกิจการถ่านหินของอาเซียน หรือ Board of Judge (BOJ) for ASEAN Coal Awards

    ทั้งนี้ กฟผ. ระบุว่า รางวัลดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันการดำเนินงานตามมาตรฐานระดับนานาชาติ ซึ่ง กฟผ. แม่เมาะ ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่ดีระดับอาเซียน ทั้งในด้านการใช้เทคโนโลยีสะอาดสำหรับถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าโดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งดำเนินงานโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เกิดการยอมรับของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

     

     

  • Date : 28 / 09 / 2017
    ปตท.สผ. รับรางวัลระดับโลก Duty of Care Awards 2017

    นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. รับมอบรางวัลและประกาศนียบัตรจากนายพิพัฒน์ คณานุวัฒน์ ผู้แทนจากมูลนิธิอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ในโอกาสที่ ปตท.สผ. ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ สาขาการสื่อสาร (Communications) จากการประกวดระดับโลก ‘Duty of Care Awards 2017’ ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญในการสื่อสารเพื่อให้พนักงานตระหนักและรับรู้ความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในการเดินทาง รวมทั้งมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติงานหรือเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ โดย ปตท.สผ. เป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลนี้ 

    การมอบรางวัลจัดขึ้น ณ อาคารเอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ โดยมีผู้ร่วมรับมอบ ประกอบด้วย (จากซ้าย) 1. นายโรเบิร์ต ไทเลอร์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (ประเทศไทย) จำกัด 2. แพทย์หญิง อาทิตยา จงไพบูลย์กิจ ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์และอาชีวอนามัย ปตท.สผ. 3. นายพิพัฒน์ คณานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนมูลนิธิอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส 4. นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.สผ. 5.  นางเกสรา ลิ้มมีโชคชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ปตท.สผ. 6. นายแพทย์ อัษฎางค์ ดุษฎีอิสริยวงศ์ ผู้จัดการแผนกการแพทย์และอาชีวอนามัย ปตท.สผ.