กิจกรรมทั้งหมด

Date : 05 / 04 / 2017

  • Date : 05 / 04 / 2017
    ปตท.จับมือภาคี50องค์กรร่วมสานพลัง"ประชารัฐร่วมใจ ปลอดภัยทุกเส้นทาง"

    ปตท. จับมือภาคี50 องค์กร ร่วมสานพลัง “ประชารัฐร่วมใจ...ปลอดภัยทุกเส้นทาง” ปลุกจิตสำนึกความปลอดภัยให้แก่พนักงาน ผู้ขับขี่และผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวนี้

    เมื่อวันที่5 เมษายน 2560  พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางถนน “ประชารัฐร่วมใจ...ปลอดภัยทุกเส้นทาง” ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ อาคารซี ชั้น ๖ ถนนวิภาวดีรังสิต จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมี นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกับผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมกว่า 50 องค์กร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางถนน ในครั้งนี้

    โดยโครงการ “ประชารัฐร่วมใจ...ปลอดภัยทุกเส้นทาง” ภายใต้โครงการประชารัฐเพื่อสังคม เป็นความร่วมมือของคณะทำงานประชารัฐเพื่อสังคม ด้านความปลอดภัยทางถนน  ซึ่ง ปตท. ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภาคเอกชน อาทิ บริษัทในกลุ่ม ปตท.  บริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด  บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กลุ่มมิตรผล เป็นต้น และภาคประชาสังคม อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิเมาไม่ขับ สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย มูลนิธิเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิ ร่วมกตัญญู และมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง เป็นต้น เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการ “สร้างมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนน” โดยเน้นพัฒนาระบบการบริหารจัดการความปลอดภัยในการเดินทางของหน่วยงานและผู้รับจ้างขนส่ง สร้างความตระหนักและพัฒนาบุคลากรให้เกิดทักษะ แนวปฏิบัติด้านการขับขี่ปลอดภัย รวมทั้งส่งเสริมและถ่ายทอดให้กับสมาชิกครอบครัวเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันสู่สังคมรณรงค์และปลูกฝังจิตสำนึก เสริมสร้างพฤติกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนให้กับบุคลากรภายในและต่อสังคม กำหนดมาตรการให้ปฏิบัติตามกฎหมาย และแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยเพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนร่วมผลักดันให้การบังคับใช้กฎหมายเพื่อความปลอดภัยทางถนนมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งสนับสนุนส่งเสริมให้องค์กรมียานพาหนะที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ต่อพ่วง และการบำรุงรักษาที่ดีเพื่อความปลอดภัย

     นายเทวินทร์ฯ เปิดเผยว่า “ด้วยสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศไทยที่มีสถิติเป็นอับดับ 2 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ทำให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนอย่างเร่งด่วนถึงความรุนแรงและความสูญเสียของอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงปลุกจิตสำนึกการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่จะถึงนี้ เริ่มต้นจากตนเอง ครอบครัว องค์กรและทุกภาคส่วน โดย ปตท. พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความปลอดภัยให้กลับมาสู่ท้องถนนของเมืองไทย”

    ในส่วนของการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการขับขี่ ปตท. มีนโยบายด้านความปลอดภัยในการขับขี่อย่างต่อเนื่องเสมอมา ตั้งแต่ระดับพนักงานขององค์กร มีการจัดอบรม Defensive Drivingให้แก่พนักงานทุกระดับเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน  โดยเฉพาะพนักงานขับรถขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของ กลุ่ม ปตท. และบริษัทคู่ค้าทั่วประเทศ โดยมีการจัดอบรม Defensive Driving แบบเข้มข้น ให้แก่พนักงานขับรถขนส่งผลิตภัณฑ์ทุกคน อีกทั้งยังจัดตั้งศูนย์ควบคุมการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (Transportation Control Center : TCC) เพื่อตรวจสอบและติดตามพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขนส่งทุกเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง 

    สำหรับในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวสงกรานต์ปีนี้ ปตท. ได้จัดแคมเปญรณรงค์ “3 ดี 20 ไม่ ปลอดภัยถึงบ้าน” ชี้ให้เห็นถึง 20 สาเหตุ ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุด รวมทั้งจัดทำ TVC ชุด “สิ้นหวัง” เผยแพร่ทางสื่อต่างๆ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกความตระหนักรู้ของผู้ขับขี่และผู้ร่วมใช้รถใช้ถนนให้เห็นถึงอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินทั้งต่อตนเองและผู้ร่วมทาง

    นอกจากนี้ ขอเชิญชวนผู้ใช้รถร่วมตรวจเช็คเครื่องยนต์ก่อนออกเดินทางช่วงสงกรานต์ ฟรี 25 รายการที่ปั๊ม ปตท. 59 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งให้บริการตรวจเช็คเครื่องยนต์ฟรี 24 รายการที่ PTT Fit Auto จำนวน 26 แห่ง และตรวจเช็คมาตรฐานความปลอดภัย 15 ขั้นตอนที่ศูนย์บริการ ProCheck จำนวน 57 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันนี้ -10 เมษายนศกนี้  

     “เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยว ปตท. พร้อมจัดหาพลังงานอย่างเพียงพอต่อความต้องการ ไม่ขาดแคลน เพื่อความสะดวกในการเดินทาง และหากง่วง หรือเหนื่อยล้าจากการขับขี่สามารถแวะพักรถและเติมพลังได้ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ตลอดเส้นทางทั่วประเทศเพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยและความสุขให้แก่ผู้ใช้รถ ใช้ถนน ชุมชนและสังคมของเราอย่างยั่งยืนตลอดไป” นายเทวินทร์ฯ กล่าวในตอนท้าย

  • Date : 05 / 04 / 2017
    ปตท.เปิดตัวปั๊มน้ำมันFriendly Design 180 แห่ง

    ปตท. เปิดตัวสถานีบริการน้ำมันรูปแบบ Friendly Design จำนวน 180 แห่งเพื่อให้ผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย ให้สามารถใช้บริการในทุกพื้นที่ของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.

    เมื่อเร็วๆนี้  นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวเปิดตัวสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในรูปแบบ Friendly Design ที่ได้พัฒนาขึ้นด้วยแนวคิด Care & Safety For All ด้วยความห่วงใยผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย ให้สามารถใช้บริการในทุกพื้นที่ของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ด้วยความสะดวกและปลอดภัย โดยได้รับเกียรติจาก นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ร่วมพิธี

    ทั้งนี้ ในปีนี้มีสถานีบริการน้ำมัน ปตท. รูปแบบ Friendly Design จำนวน 180 แห่งบนถนนสายหลักและถนนสายรอง และจะเดินหน้าปรับปรุงสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ให้ครบทุกแห่ง ถือเป็นการยกระดับการบริการของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ต่อยอดจากแนวคิด PTT Life Station เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทุกคนได้อย่างครบครัน

Date : 03 / 04 / 2017

  • Date : 03 / 04 / 2017
    กฟผ.จับมือ โฮมโปร จัดแคมเปญ "ลด ดับ ร้อน"ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์5ราคาพิเศษ

     การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร จัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5ภายใต้แคมเปญ “ลด ดับ ร้อน” เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าช่วงหน้าร้อน โดยผู้ร่วมโครงการจะได้รับส่วนลดแทนเงินสดมูลค่าสูงสุดกว่า 2,000 บาท เมื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 อาทิ ตู้เย็น แอร์ และบริการล้างแอร์ฟรีทันที ตั้งเป้าให้เกิดการซื้อ100,000 เครื่อง หวังช่วย ลดพลังงานไฟฟ้าลง 18 ล้านหน่วยต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าการประหยัดได้ 72 ล้านบาทต่อปี  

    นายธาตรี ริ้วเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกฟผ.กับ  โฮมโปร จัดกิจกรรม“ลด ดับ ร้อน”  ในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2560  นั้นเนื่องจากเป็นช่วงที่มีอากาศร้อนจัด และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศไทย (Peak) ประมาณ 32,056 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จากปี 2559   ซึ่งการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ ประเภทเครื่องปรับอากาศชนิด Inverter และตู้เย็น ที่ได้มาตรฐานฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จะส่งผลให้ลดพลังงานไฟฟ้าของประเทศลงได้ 18 ล้านหน่วยต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าการประหยัดไฟฟ้าได้ถึง 72 ล้านบาทต่อปี และยังช่วยลดการปล่อย CO2 ได้อีกประมาณ 9,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี  โดย ตั้งเป้าให้เกิดการซื้อ 100,000 เครื่อง

     นางสาวศิริวรรณ เปี่ยมเศรษฐสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้บริโภคที่เลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ประเภทเครื่องปรับอากาศ และตู้เย็น จะได้รับส่วนลดแทนเงินสดสูงสุดกว่า 2,000 บาททันที เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่ 25,000 บาทขึ้นไป รับส่วนลดแทนเงินสด 1,500 บาท เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่ 15,000 – 24,999 บาทขึ้นไป และรับส่วนลดแทนเงินสด 1,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่1 – 14,999 บาท นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นพิเศษ ลด + รับเพิ่มสูงสุด 35 % รับฟรี Home Service Pre Paid Card มูลค่าสูงสุด 2,000 บาท เพื่อใช้บริการล้างแอร์ฟรี โดยโครงการนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน – 4 มิถุนายน 2560 ณ โฮมโปร ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.homepro.co.th

              

     

  • Date : 03 / 04 / 2017
    ปตท.ลงนามจัดซื้อท่อส่งก๊าซฯกับMarubeni-Itochu Steel Inc.

    ปตท.ลงนามจัดซื้อท่อฯ โครงการท่อส่งก๊าซฯ บนบก เส้นที่ 5 กับบริษัท  Marubeni-Itochu Steel Inc.  เพื่อ ใช้ในการก่อสร้างโครงการฯ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2564  ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงของระบบก๊าซธรรมชาติของประเทศ

    เมื่อเร็วๆนี้ นายชวลิต พันธ์ทอง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและบริหารความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ลงนามในสัญญาจัดซื้อท่อส่งก๊าซธรรมชาติสำหรับโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก เส้นที่ 5 กับ บริษัท Marubeni-Itochu Steel Inc. โดย Mr. Yoshinori Aoyama, General Manager ประเทศญี่ปุ่น, Mr. Yoshitaka Komiya, Managing Director ประเทศสิงคโปร์ และ Mr. Takeshi Kusanagi, Managing Director ประเทศไทย เพื่อจัดซื้อท่อเหล็กตามมาตรฐาน API 5L ความยาวรวมมากกว่า 400 กิโลเมตร เพื่อส่งมอบให้ ปตท. ใช้ในการก่อสร้างโครงการฯ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)

    สำหรับโครงการท่อก๊าซฯหลักเส้นที่ 5 มีความยาว 430 กิโลเมตร ที่เริ่มจาก จ.ระยอง ไปยัง อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อเชื่อมต่อกับท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกจากสถานีควบคุมความดันก๊าซธรรมชาติราชบุรี-วังน้อยที่ 6 (RA#6) ไปยังจ.ราชบุรี ซึ่งเป็นท่อเชื่อมระหว่างศูนย์ควบคุมความดันก๊าซฯไปยัง จ.ราชบุรี อีก 120 กิโลเมตร จะช่วยเชื่อมโยงระบบโครงข่ายท่อก๊าซฯจากฝั่งตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบก๊าซธรรมชาติของประเทศ 

  • Date : 03 / 04 / 2017
    กระทรวงพลังงานและปตท.ชวนตรวจเช็คสภาพรถฟรีที่ปั๊มปตทก่อนเดินทางช่วงสงกรานต์

    กระทรวงพลังงานและปตท. ชวนผู้ใช้รถตรวจเช็คเครื่องยนต์ฟรี 25 รายการที่ปั๊ม ปตท. 59 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่3 -10 เมษายน นี้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยก่อนออกเดินทาง ช่วงสงกรานต์  โดยตั้งเป้ารถยนต์เข้ารับบริการ 135,000 คัน ช่วยประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 2,100 ตัน/ปี

     เมื่อวันที่3เม.ย.2560 พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการตรวจเช็คเครื่องยนต์เพื่อประหยัดพลังงาน PTT Engine Tune Up  โดยมี นายเทวินทร์ วงศ์วาณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)ร่วมให้การต้อนรับและ ร่วมรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการลดใช้พลังงาน และเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน จากการตรวจเช็คเครื่องยนต์ให้พร้อมตามมาตรฐานก่อนการเดินทางทุกครั้ง

    พลเอกอนันตพร เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และประหยัดพลังงานทั้งในภาคครัวเรือน อุตสาหกรรม บริการ และขนส่ง โดยให้ความสำคัญในการรณรงค์ให้เกิดวินัยและสร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงาน และสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการ “PTT ENGINE TUNE UP” ซึ่ง ปตท. ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับเป็นหนึ่งตัวอย่างที่ดีที่จะช่วยขับเคลื่อนให้สังคมไทยเกิดการตื่นตัว และหันมาใส่ใจเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยกันสร้างจิตสำนึกแก่ผู้ใช้รถ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสภาพเครื่องยนต์ เพื่อช่วยกันประหยัดพลังงาน และเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน เพื่อให้ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เป็นเทศกาลแห่งความสุขของครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน

     

    นายเทวินทร์ เปิดเผยว่า ปตท. จัดกิจกรรมโครงการ PTT Engine Tune Up อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ด้วยเจตนารมณ์ที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดมลภาวะมลภาวะทางอากาศ ควบคู่กับการลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดส่งนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ออกให้บริการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ฟรี 25 รายการ ให้นักศึกษาได้ใช้ช่วงเวลาว่างจากการปิดภาคเรียนให้เกิดประโยชน์แก่สังคม รวมทั้งยังช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ นอกเหนือจากการศึกษาในห้องเรียน ซึ่งที่ผ่านมาโครงการ PTT Engine Tune Up ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างดี  มีผู้สนใจมารับบริการตรวจเช็คเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นทุกปี และสำหรับปีนี้ตั้งเป้าว่าจะมีผู้นำรถยนต์มาเข้ารับบริการไม่น้อยกว่า 135,000 คัน ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้ถึง 9.8 ล้านลิตร และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลงได้กว่า 21,000ตัน/ปี  

    สำหรับกิจกรรม PTT Engine Tune Up ในปีนี้ ปตท. และ สอศ. จะร่วมกันเปิดให้บริการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ ระบบเครื่องยนต์ ระบบไฟสัญญาณ ระบบห้ามล้อ และระบบส่งกำลัง รวม 25 รายการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ  ตั้งแต่วันนี้ - 10 เมษายน2560 ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. 59 แห่งบนถนนสายหลักทั่วประเทศ รวมทั้งให้บริการตรวจเช็คเครื่องยนต์ฟรี 24 รายการที่ PTT Fit Auto 26 แห่ง และตรวจเช็คมาตรฐานความปลอดภัย 15 ขั้นตอนที่ศูนย์บริการ ProCheck57 แห่งทั่วประเทศที่ร่วมโครงการ นอกจากนี้ ยังจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ปตท. ในราคาพิเศษ ตลอดระยะเวลาโครงการด้วย  ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pttplc.com และ PTT Contact Center โทร.1365

     

Date : 28 / 03 / 2017

  • Date : 28 / 03 / 2017
    ปตท.สนับสนุนโครงการ"ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง"อย่างต่อเนื่อง

    ปตท. จับมือ 4 หน่วยงานสนับสนุนโครงการ  “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ปี 2560 โดยสนับสนุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2542 รวมยอดเงินช่วยเหลือถึง 77.4 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนที่ประสบปัญหา ภัยแล้ง เกิดการขาดแคลนน้ำในการอุปโภค –บริโภค โดยเฉพาะเขตทุรกันดารและพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งเกษตรกรประสบปัญหาภัยแล้ง ซ้ำซากในหลายพื้นที่

    วันที่28 มี.ค.2560พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก  และนายเทวินทร์  วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ จาก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล การประปาส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมแถลงข่าวและเปิดโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2560  ณ กองบัญชาการกองทัพบก โดย ปตท. ได้ให้การสนับสนุนโครงการนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2542 รวมยอดเงินช่วยเหลือถึง 77.4 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหา ภัยแล้ง เกิดการขาดแคลนน้ำในการอุปโภค –บริโภค โดยเฉพาะเขตทุรกันดารและพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งเกษตรกรที่มักจะประสบปัญหาภัยแล้ง ซ้ำซากในหลายพื้นที่

    นายเทวินทร์ กล่าวว่า  ปี 2560 คาดว่าจะเป็นอีกปีที่พี่น้องประชาชนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ ซึ่งปตท.และหน่วยงานภาคีดังกล่าว ล้วนตระหนักถึงปัญหาภัยแล้งที่จะมาถึง จึงได้ร่วมดำเนินโครงการ “ราษฎร์ รัฐ  ร่วมใจช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2560 โดย ปตท.บริจาคเงินสนับสนุนผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิง ถังบรรจุน้ำ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์และดำเนินงานโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งในปีนี้เป็นจำนวนเงิน 5,600,000 บาท  นอกเหนือจากการสนับสนุนน้ำแข็งแห้งแก่โครงการฝนหลวงเพื่อทำฝนเทียมบรรเทาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง

    การสนับสนุนโครงการ  “ราษฎร์  รัฐ  ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจหลักของ ปตท. นอกเหนือไปจากการจัดหาและสำรองความมั่นคงทางด้านพลังงานให้แก่ประเทศชาติ

Date : 27 / 03 / 2017

  • Date : 27 / 03 / 2017
    ปตท.นำชม"เครื่องตะบันน้ำ"แหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดจิ๋ว เติมแสงสว่างบ้านขนุนคลี่

    ปตท.นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่แนวท่อก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตก ดูความสำเร็จ “ โครงการพลังธรรมชาติ พลังงานสะอาดเพื่อชุมชน"ที่นำความรู้ด้านวิศวกรรมของพนักงาน มาพัฒนา“เครื่องตะบันน้ำ” หรือ “ไฮดรอลิคแรมปั๊ม” (Hydraulic Ram Pump) ซึ่งอาศัย “พลังงานน้ำ” ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มาผลิตกระแสไฟฟ้า ให้แสงสว่าง และทำเป็นระบบน้ำประปาหมู่บ้าน

    เมื่อวันที่23-24 มี.ค.2560 ที่ผ่านมาบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) ซึ่งนำโดย นายยุทธนา วิญญูพงศ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ พาคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่หมู่บ้านขนุนคลี่ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อเยี่ยมชมการผลิตไฟฟ้าและน้ำประปาให้กับชุมชนภายใต้“ โครงการพลังธรรมชาติ พลังงานสะอาดเพื่อชุมชน"

    หลักการสำคัญของ “เครื่องตะบันน้ำ” หรือ “ไฮดรอลิคแรมปั๊ม” (Hydraulic Ram Pump) คืออุปกรณ์ที่ใช้แรงดันจากพลังน้ำในธรรมชาติ ในการส่งน้ำจากที่ต่ำไปที่สูง เพื่อกักเก็บเอาไว้คล้ายเขื่อนขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อต้องการจะผลิตกระแสไฟฟ้า ก็จะเปิดกลไกประตูระบายน้ำ ให้น้ำไหลจากที่สูง ลงตามช่อง เข้าไปดันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด1และ2กิโลวัตต์  เช่นเดียวกับระบบน้ำประปา ที่อาศัยแรงด้นน้ำผ่านท่อประปาส่งต่อไปยังชุมชน   โดยในช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณน้ำจำนวนมาก เครื่องตะบันน้ำดังกล่าว สามารถที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตลอด24 ชั่วโมง แต่ในช่วงฤดูร้อนที่ปริมาณน้ำตามธรรมชาติมีเหลือไม่มาก  กรรมการหมู่บ้าน จะเปิดเครื่องตะบันน้ำเฉพาะช่วงเวลาหัวค่ำถึงสี่ทุ่ม  เพื่อเสริมแสงสว่างให้แต่ละครัวเรือน  โดยส่วนใหญ่ บ้านแต่ละหลังในหมูบ้านขนุนคลี่ จะมีการติดตั้งระบบแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กบนหลังคา และระบบแบตเตอรี่กักเก็บไฟ เป็นของตัวเอง

    ชุมชนบ้านขนุนคลี่ มีจำนวนที่อยู่อาศัย 80หลังคาเรือน ซึ่งโครงการผลิตไฟฟ้าจากเครื่องตะบันน้ำ ที่ปตท.มาดำเนินการให้ตั้งแต่ปี2557 นั้น สามารถที่จะส่งกระแสไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งขนาดเล็ก ไปครอบคลุมได้ 50 หลังคาเรือน  ซึ่งจะได้เฉพาะไฟฟ้าผ่านหลอดไฟLED ครัวเรือนละ20 วัตต์  ส่วนไฟฟ้าที่เหลือจะส่ง ไปยังโรงเรียน บ้านอูล่อง(ขนุนคลี่)ที่เป็นโรงเรียนสาขา  และวัดขนุนคลี่

     

    บุษราภรณ์ เจริญเกียรติ กรรมการหมู่บ้านขนุนคลี่ เล่าว่า ชุมชนได้มีการตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อบริหารจัดการเครื่องตะบันน้ำ โดยในช่วงแรกจะมีเจ้าหน้าที่ของปตท.มาสอนวิธีการเปิดปิดเครื่องและวิธีการบำรุงรักษาเบื้องต้นให้ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อชุมชนบ้านขนุนคลี่มาก  จากเดิมที่เป็นแต่เพียงแหล่งลำธารตามธรรมชาติที่ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์เฉพาะการอุปโภคบริโภค แต่เมื่อมีการนำเครื่องตะบันน้ำมาติดตั้ง และยกระดับขึ้นเป็นเขื่อนกักน้ำขนาดเล็ก ก็กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าของชุมชน ที่ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าเชื้อเพลิงอีก

    ไฟฟ้าจากเครื่องตะบันน้ำดังกล่าว เพียงพอสำหรับให้แสงสว่างในแต่ละครัวเรือน โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย  แต่หากชาวบ้านต้องการที่จะมีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เช่น ทีวี  แต่ละครัวเรือนก็จะไปติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็ก และระบบแบตเตอรี่กักเก็บไฟฟ้าเอง

    นายยุทธนา วิญญูพงศ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า "โครงการพลังธรรมชาติ พลังงานสะอาดเพื่อชุมชน" โดยการเข้าไปช่วยติดตั้งเครื่องตะบันน้ำให้กับชุมชนนั้น ได้ดำเนินการสำเร็จกว่า 4 โครงการแล้ว ได้แก่ หมู่บ้านขนุนคลี่ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี (ระยะที่ 1 และ ระยะที่ 2) หมู่บ้านภูเตย ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และ หมู่บ้านต้นผึ้ง ต.สามหมื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก ถือเป็นการนำ “พลังงานน้ำ” ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มาใช้ทดแทนปั๊มน้ำไฟฟ้าหรือน้ำมันที่มีต้นทุนสูง ทำให้ชุมชนที่มีรายได้น้อยในพื้นที่ห่างไกลหรืออยู่สูงจากแหล่งน้ำ ได้มีระบบส่งน้ำและประปาหมู่บ้านจากพลังงานสะอาด เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคภายในชุมชน

    ทั้งนี้จะมีการขยายผลโครงการไปยังพื้นที่ที่ต้องการน้ำสำหรับการเกษตรหรือพื้นที่ป่าไม้ในอนาคต ซึ่งปัจจุบัน โครงการฯ ได้นำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศและทรัพยากรในพื้นที่ต่างๆ 4 รูปแบบ ได้แก่
     1. การใช้เครื่องตะบันน้ำกับลำห้วยเดิมที่ไม่มีฝายหรืออ่างเก็บน้ำ
    2. การใช้เครื่องตะบันน้ำกับฝาย อ่างเก็บน้ำ หรือเขื่อน
    3. การใช้เครื่องตะบันน้ำกับแหล่งน้ำซับขนาดเล็ก
    4. การใช้เครื่องตะบันน้ำกับแม่น้ำสายหลัก
    นายยุทธนา  กล่าวด้วยว่า ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท. ได้ก้าวสู่ปีที่ 36 แล้วโดยมีการพัฒนาและขยายโครงข่ายเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซฯ รวมความยาวกว่า 4,000 กิโลเมตรแล้วในปัจจุบัน  ซึ่ง ในการบริหารโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อขึ้นในส่วนภูมิภาครวม 11 แห่ง โดย ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 8 จ.กาญจนบุรี  มีขอบเขตความรับผิดชอบดูแลระบบท่อส่งก๊าซฯ ตะวันตก ตั้งแต่จุดส่งมอบก๊าซฯ ชายแดนไทย-สหภาพเมียนมา ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ ถึงสถานีควบคุมความดันก๊าซฯ ฝั่งตะวันตกที่ 9 อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี  ซึ่งนอกจากภารกิจหลักในการดูแลบำรุงรักษาระบบท่อส่งก๊าซฯ แล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนอีกด้วย

    ลำน้ำตามธรรมชาติในชุมชนบ้านขนุนคลี่

    เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านอูล่อง(ขนุนคลี่)  สาธิตการใช้น้ำประปาชุมชน จากเครื่องตะบันน้ำ ที่ปตท.ติดตั้ง