กิจกรรมทั้งหมด

Date : 09 / 04 / 2017

  • Date : 09 / 04 / 2017
    กระทรวงพลังงานลงนามกับNEA ของจีน เตรียมความพร้อมเรื่องพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ

    รัฐมนตรีพลังงานของไทยลงนามความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ กับNational  Energy Administration (NEA)ของจีน ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อเร็วๆนี้ โดยเน้นเรื่องการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาด้านบุคลากร เป็นหลัก

    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center –ENC) รายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ พลเอก อนันตพร  กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของไทย ได้เดินทางไปที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งมีการจัดประชุมคณะทำงานด้านพลังงานระหว่างไทยและจีน ครั้งที่3  โดยกระทรวงพลังงานของไทย ได้มีการลงนามความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ หรือ Peaceful Uses of Nuclear  Energy กับสำนักงานบริหารพลังงานแห่งชาติ หรือ National  Energy Administration (NEA) ของจีน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ในการนำพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์  การสาธารณสุข และพลังงาน ทั้งนี้ ไทยมีแผนที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์จำนวน 2 โรง กำลังการผลิตโรงละ1,000 เมกะวัตต์ ในช่วงท้ายแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า คือ 2578และ2579

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การเดินทางไปกรุงปักกิ่งของคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของไทยในครั้งนี้   ยังได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุดคือ  Ultra supercritical (USC)ซึ่งตั้งอยู่ ในเขตชานเมืองของกรุงปักกิ่ง ซึ่งได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านพลังงาน ของกรุงปักกิ่ง  ว่า ปักกิ่งยังมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมที่ปลดระวาง  เพียงแต่เป็นการเพิ่มขึ้นในจำนวนเมกะวัตต์ที่ลดลงจากเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้เดิม เท่านั้น 

Date : 08 / 04 / 2017

  • Date : 08 / 04 / 2017
    ปตท.ชวนแวะ"ร้านหนูณิชย์"ในปั๊ม661 ทั่วประเทศ

    ปตท. ร่วมกับ กรมการค้าภายใน เชิญชวนแวะร้านหนูณิชย์ในปั๊ม ปตท.661แห่ง ทั่วประเทศ เน้นคุณภาพ  อาหารอร่อย สะอาด ราคาประหยัด เพื่อร่วมสนองนโยบายรัฐบาลช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

    เมื่อเร็วๆนี้ นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการร้านอาหารหนูณิชย์ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. โดยมี นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมในพิธี ณ ศูนย์อาหารของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. หลักเมืองถาวรพาณิชย์ จ.สุพรรณบุรี

    นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการบรรเทาปัญหาค่าครองชีพประชาชน กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จึงได้ดำเนินมาตรการเพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน ผ่าน โครงการจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ “ร้านอาหารหนูณิชย์” ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแก่ประชาชนได้บริโภคอาหารปรุงสำเร็จ รสชาติอร่อย คุณภาพดี สะอาด ประหยัดในราคาไม่เกิน 35 บาท/จาน ซึ่งปัจจุบันมีร้านหนูณิชย์ จำนวน12,176 ร้านแล้ว (กรุงเทพฯ 3,780 ร้าน ภูมิภาค 8,012 ร้าน และร้านหนูณิชย์ในรูปแบบรถขายอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck) จำนวน 17 คัน) และจะมีการยกระดับร้านอาหารหนูณิชย์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน สะอาด อร่อย เป็นร้านหนูณิชย์ “ติดดาว” โดยร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งเป็นคณะกรรมการฯ คัดเลือกจากร้านหนูณิชย์ ซึ่งได้ประเมินคุณภาพ แบ่งเป็น เกรด A จำนวน 5,216 ร้าน เกรด Bจำนวน 2,799 ร้าน และเกรด C จำนวน 2,614 ร้าน

    นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีร้านอาหารในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. จำนวน 661 แห่งที่เข้าร่วมในโครงการ “ร้านอาหารหนูณิชย์”  โดยคาดว่าจะมีร้านอาหารในสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เดินทางท่องเที่ยว ให้ได้รับประทานอาหารที่อร่อย มีคุณภาพ สะอาดและประหยัด และเปิดโอกาสในการดำเนินธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ SME ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ปตท. ที่คำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของประชาชน ลูกค้าและผู้บริโภค ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เป็นองค์กรที่ดีของสังคม และมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีแก่สังคมและชุมชนไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป

Date : 07 / 04 / 2017

  • Date : 07 / 04 / 2017
    พพ.ลงนามMOUกับ5ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

    กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานลงนามMOUกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์  5 รายใหญ่ เพื่อส่งเสริมการออกแบบอาคาร-บ้านประหยัดพลังงาน  ในขณะที่ ดำเนินการร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ภายในปี 2560  โดยนำร่องใช้กับอาคารขนาดใหญ่พื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตร.ม.ขึ้นไปก่อน และทยอยบังคับใช้กับอาคารพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ภายในปี 2562  

    เมื่อวันที่7เม.ย.2560 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ “การส่งเสริมการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานตามกฏหมายและการส่งเสริมบ้านที่อยู่อาศัยเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน”ระหว่าง กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)  และภาคเอกชน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์  5 รายใหญ่ประกอบด้วย  บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน)บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท นารายณ์พร็อพเพอร์ตี้ จำกัดเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งเสริม ให้ภาคเอกชนมีการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมาย และส่งเสริมบ้านที่อยู่อาศัยเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ก่อให้เกิดการประหยัดพลังงานในอาคารและบ้านที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับ แผนบูรณาการพลังงานของประเทศ(TIEB)



    โดยพลเอกอนันตพร กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้  เป็นไปตามแนวทางส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน   ภายใต้แผนอนุรักษ์พลังงานของประเทศ(EEP2015 ) พ.ศ. 2558 -2579  ที่เห็นความสำคัญในการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  โดยเฉพาะสาขาที่มีการใช้พลังงานมาก ได้แก่ ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ภาคอาคารธุรกิจ และภาคบ้านอยู่อาศัย

    โดยที่ผ่านมา กระทรวงพลังงาน โดย พพ.ได้ดำเนินการร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ภายในปี 2560  โดยนำร่องใช้กับอาคารขนาดใหญ่พื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตร.ม.ขึ้นไปก่อน และทยอยบังคับใช้กับอาคารพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ภายในปี 2562  



    ด้าน นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.)กล่าวว่า  แนวทางที่ พพ. จะร่วมมือกับผู้ประกอบการจะครอบคลุมในเรื่องการจัดกิจกรรมให้ความรู้การประชาสัมพันธ์เรื่องอาคารและบ้านประหยัดพลังงานสู่ผู้บริโภค การส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในการออกแบบอาคารและบ้านประหยัดพลังงานการผลักดันและกระตุ้นตลาดการก่อสร้างอาคาร    และบ้านประหยัดพลังงานให้แพร่หลายตามแผน EEP 2015ที่จะต้องลดสัดส่วนการใช้พลังงานให้ได้30%ภายในปี2579

    ทั้งนี้ พพ.   มีแผนปฎิบัติการเชิงรุกใน 2รูปแบบ  ทั้งการจัดทำมาตรการบังคับใช้ในทางกฎหมาย และแผนการรณรงค์ส่งเสริมโดยเชิญชวนภาคเอกชนขนาดใหญ่เข้าร่วม เป็นเครือข่ายความร่วมมือ และขยายเครือข่ายไปยังผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นต่อไป
     
    สำหรับแผนการดำเนินงานที่ผ่านมา  พพ.ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานให้กับหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษาและหน่วยงานปกครองท้องถิ่น9แห่ง อาทิ กรุงเทพมหานคร เทศบาลนครราชสีมา และเมืองพัทยา เป็นต้น  ส่วนความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา6 องค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานลงไปในหลักสูตรการศึกษา  ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นต้น และภาคเอกชน1 แห่ง ได้แก่ บริษัท แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

    นอกจากนี้ พพ. ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว  โดยอยู่ระหว่างการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมในเรื่องการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน เตรียมความพร้อมบุคลากรผู้ออกแบบอาคาร สถาปนิก วิศวกร เจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่อนุญาตการก่อสร้าง รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ให้มีความรู้ความเข้าใจในนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของภาครัฐ ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2552





     

     

Date : 05 / 04 / 2017

  • Date : 05 / 04 / 2017
    ปตท.จับมือภาคี50องค์กรร่วมสานพลัง"ประชารัฐร่วมใจ ปลอดภัยทุกเส้นทาง"

    ปตท. จับมือภาคี50 องค์กร ร่วมสานพลัง “ประชารัฐร่วมใจ...ปลอดภัยทุกเส้นทาง” ปลุกจิตสำนึกความปลอดภัยให้แก่พนักงาน ผู้ขับขี่และผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวนี้

    เมื่อวันที่5 เมษายน 2560  พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางถนน “ประชารัฐร่วมใจ...ปลอดภัยทุกเส้นทาง” ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ อาคารซี ชั้น ๖ ถนนวิภาวดีรังสิต จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมี นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกับผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมกว่า 50 องค์กร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางถนน ในครั้งนี้

    โดยโครงการ “ประชารัฐร่วมใจ...ปลอดภัยทุกเส้นทาง” ภายใต้โครงการประชารัฐเพื่อสังคม เป็นความร่วมมือของคณะทำงานประชารัฐเพื่อสังคม ด้านความปลอดภัยทางถนน  ซึ่ง ปตท. ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภาคเอกชน อาทิ บริษัทในกลุ่ม ปตท.  บริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด  บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กลุ่มมิตรผล เป็นต้น และภาคประชาสังคม อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิเมาไม่ขับ สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย มูลนิธิเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิ ร่วมกตัญญู และมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง เป็นต้น เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการ “สร้างมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนน” โดยเน้นพัฒนาระบบการบริหารจัดการความปลอดภัยในการเดินทางของหน่วยงานและผู้รับจ้างขนส่ง สร้างความตระหนักและพัฒนาบุคลากรให้เกิดทักษะ แนวปฏิบัติด้านการขับขี่ปลอดภัย รวมทั้งส่งเสริมและถ่ายทอดให้กับสมาชิกครอบครัวเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันสู่สังคมรณรงค์และปลูกฝังจิตสำนึก เสริมสร้างพฤติกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนให้กับบุคลากรภายในและต่อสังคม กำหนดมาตรการให้ปฏิบัติตามกฎหมาย และแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยเพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนร่วมผลักดันให้การบังคับใช้กฎหมายเพื่อความปลอดภัยทางถนนมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งสนับสนุนส่งเสริมให้องค์กรมียานพาหนะที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ต่อพ่วง และการบำรุงรักษาที่ดีเพื่อความปลอดภัย

     นายเทวินทร์ฯ เปิดเผยว่า “ด้วยสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศไทยที่มีสถิติเป็นอับดับ 2 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ทำให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนอย่างเร่งด่วนถึงความรุนแรงและความสูญเสียของอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงปลุกจิตสำนึกการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่จะถึงนี้ เริ่มต้นจากตนเอง ครอบครัว องค์กรและทุกภาคส่วน โดย ปตท. พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความปลอดภัยให้กลับมาสู่ท้องถนนของเมืองไทย”

    ในส่วนของการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการขับขี่ ปตท. มีนโยบายด้านความปลอดภัยในการขับขี่อย่างต่อเนื่องเสมอมา ตั้งแต่ระดับพนักงานขององค์กร มีการจัดอบรม Defensive Drivingให้แก่พนักงานทุกระดับเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน  โดยเฉพาะพนักงานขับรถขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของ กลุ่ม ปตท. และบริษัทคู่ค้าทั่วประเทศ โดยมีการจัดอบรม Defensive Driving แบบเข้มข้น ให้แก่พนักงานขับรถขนส่งผลิตภัณฑ์ทุกคน อีกทั้งยังจัดตั้งศูนย์ควบคุมการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (Transportation Control Center : TCC) เพื่อตรวจสอบและติดตามพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขนส่งทุกเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง 

    สำหรับในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวสงกรานต์ปีนี้ ปตท. ได้จัดแคมเปญรณรงค์ “3 ดี 20 ไม่ ปลอดภัยถึงบ้าน” ชี้ให้เห็นถึง 20 สาเหตุ ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุด รวมทั้งจัดทำ TVC ชุด “สิ้นหวัง” เผยแพร่ทางสื่อต่างๆ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกความตระหนักรู้ของผู้ขับขี่และผู้ร่วมใช้รถใช้ถนนให้เห็นถึงอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินทั้งต่อตนเองและผู้ร่วมทาง

    นอกจากนี้ ขอเชิญชวนผู้ใช้รถร่วมตรวจเช็คเครื่องยนต์ก่อนออกเดินทางช่วงสงกรานต์ ฟรี 25 รายการที่ปั๊ม ปตท. 59 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งให้บริการตรวจเช็คเครื่องยนต์ฟรี 24 รายการที่ PTT Fit Auto จำนวน 26 แห่ง และตรวจเช็คมาตรฐานความปลอดภัย 15 ขั้นตอนที่ศูนย์บริการ ProCheck จำนวน 57 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันนี้ -10 เมษายนศกนี้  

     “เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยว ปตท. พร้อมจัดหาพลังงานอย่างเพียงพอต่อความต้องการ ไม่ขาดแคลน เพื่อความสะดวกในการเดินทาง และหากง่วง หรือเหนื่อยล้าจากการขับขี่สามารถแวะพักรถและเติมพลังได้ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ตลอดเส้นทางทั่วประเทศเพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยและความสุขให้แก่ผู้ใช้รถ ใช้ถนน ชุมชนและสังคมของเราอย่างยั่งยืนตลอดไป” นายเทวินทร์ฯ กล่าวในตอนท้าย

  • Date : 05 / 04 / 2017
    ปตท.เปิดตัวปั๊มน้ำมันFriendly Design 180 แห่ง

    ปตท. เปิดตัวสถานีบริการน้ำมันรูปแบบ Friendly Design จำนวน 180 แห่งเพื่อให้ผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย ให้สามารถใช้บริการในทุกพื้นที่ของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.

    เมื่อเร็วๆนี้  นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวเปิดตัวสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในรูปแบบ Friendly Design ที่ได้พัฒนาขึ้นด้วยแนวคิด Care & Safety For All ด้วยความห่วงใยผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย ให้สามารถใช้บริการในทุกพื้นที่ของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ด้วยความสะดวกและปลอดภัย โดยได้รับเกียรติจาก นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ร่วมพิธี

    ทั้งนี้ ในปีนี้มีสถานีบริการน้ำมัน ปตท. รูปแบบ Friendly Design จำนวน 180 แห่งบนถนนสายหลักและถนนสายรอง และจะเดินหน้าปรับปรุงสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ให้ครบทุกแห่ง ถือเป็นการยกระดับการบริการของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ต่อยอดจากแนวคิด PTT Life Station เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทุกคนได้อย่างครบครัน