กิจกรรมทั้งหมด

Date : 11 / 05 / 2017

  • Date : 11 / 05 / 2017
    เปิดงานThailand Energy Efficiency Week 2017คาดเงินสะพัดในงานกว่าพันล้านบาท

    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเมนท์ จำกัด และ MEX Exhibitions จัดงาน “Thailand Energy Efficiency Week 2017” โชว์นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการประหยัดพลังงาน ผลิตภัณฑ์แอลอีดี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ระหว่างวันที่ 11-13 พฤษภาคม 2560 ณ อาคาร ชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีพลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยกฟผ.คาดว่าจะเกิดมูลค่าซื้อขายสินค้าด้านพลังงานภายในงานนี้กว่า 1,000 ล้านบาท

    งาน Thailand Energy Efficiency Week 2017 มีพลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2560  เป็นการรวม 3 งานใหญ่ไว้ในงานเดียวกัน ประกอบด้วย “Thailand Energy Saving Expo” รวบรวมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง รถยนต์ไฟฟ้าและสถานีประจุไฟฟ้า ระบบทำความร้อนและเย็น “LED Expo Thailand 2017” งานแสดงสินค้าด้านระบบไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ LED ป้ายและจอแสดงผล LED “PCB Expo Thailand 2017” งานด้านแผ่นวงจรพิมพ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรสำหรับผลิตและอุปกรณ์ทดสอบแผ่นวงจรพิมพ์

    พลเอกอนันตพร กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีความต้องการให้ผู้ประกอบการไทยผลิตอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า LED ได้ตั้งแต่ต้นน้ำยันถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม จนสามารถส่งออกไปตลาดต่างประเทศ และสร้างแบรนด์ไทยให้ติดตลาดโลก

    ด้าน นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. ระบุว่า งานดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าจากบริษัทชั้นนำกว่า 400 รายจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ เกาหลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน มาเลเซีย อินเดีย เป็นต้น คาดว่าจะมีการเจรจาธุรกิจจนเกิดมูลค่าซื้อขายสินค้าด้านพลังงานกว่า 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 800 ล้านบาท โดยปีนี้ยอดขายหลอดไฟประหยัดพลังงานแอลอีดีจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จากความนิยมของประชาชนที่ใช้เพิ่มขึ้น เพราะราคาปรับลดลงถึงร้อยละ 20 ต่อปี และเห็นผลประหยัดพลังงานที่เกิดขึ้นจริง

    ทั้งนี้ภายหลังการเปิดงาน พลเอกอนันตพร พร้อมด้วย นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ภายในงาน Thailand Energy Efficiency Week 2017 ซึ่งในครั้งนี้ ได้นำเสนอภายใต้แนวคิด Energy 4.0 โดยแสดงให้เห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานโดยนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาพัฒนาเพิ่มศักยภาพการใช้พลังงานในประเทศ เพื่อรองรับการเข้าสู่Thailand 4.0 ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) , การออกแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) และเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Systems)ซึ่ง สนพ. ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระบบกักเก็บพลังงานและการส่งเสริมให้เกิดการศึกษา ค้นคว้า วิจัย จนสามารถผลิตขึ้นใช้ได้เองภายในประเทศ

Date : 08 / 05 / 2017

  • Date : 08 / 05 / 2017
    "ยิ่งเจริญ"สู่เป้าหมายGreen Market ปี2563

    ตลาดยิ่งเจริญสู่เป้าหมายการเป็น Green Market ในปี2563  

    การพัฒนา”ตลาดยิ่งเจริญ” ให้กลายเป็นตลาดสีเขียวหรือGreen Market ของคนกรุงเทพฯ  ภายในปี2563 หรืออีก3 ปีข้างหน้านี้ นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายยิ่ง สำหรับนักบริหารรุ่นใหม่ ทายาทของตระกูล” ธรรมวัฒนะ” พร้อมประกาศเป็นตลาดอาหารปลอดภัย(Food Safety)ในวันที่11ส.ค.นี้ซึ่งเป็นวันครบรอบ62ปีของการก่อตั้งตลาดยิ่งเจริญ

    ทีมบริหารตลาดยิ่งเจริญ ซึ่งมี  ณฤมล ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการบริหาร เป็นหัวขบวน ตั้งแผนพัฒนาตลาดเอาไว้ 5ปี(2558-2563) สู่การเป็น Green Market  ถ้านับจนถึงขณะนี้ ก็ถือว่าเดินทางมาเกือบถึงครึ่งทางของแผนแล้ว   

    เว็บไซต์ศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) มีโอกาสได้นั่งคุยกับ “อริยะ ธรรมวัฒนะ”  หรือ “แบงก์”กรรมการบริหาร ของตลาดยิ่งเจริญ ซึ่งมาพร้อมกับ สายชล สวัสดิชัย “ไอซ์” ผจก.ฝ่ายบริหารกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ เพื่อถอดรหัสการทำงาน ว่าคนหนุ่มรุ่นใหม่ หนึ่งในทีมบริหารตลาดยิ่งเจริญ จะต้องทำอะไรอีกมากน้อยแค่ไหน เพื่อบรรลุเป้าหมายGreen Market ที่เห็นเป็นรูปธรรม ให้ผู้บริโภคสัมผัสได้

     อริยะ บอกว่า  งานที่ทีมบริหารจะต้องบริหารจัดการเพื่อก้าวสู่การเป็น Green Market  มี4 ด้านที่สำคัญคือ1.การพัฒนาด้านกายภาพของตลาด ให้รองรับเส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายสีเขียว ที่ผ่านด้านหน้าของตลาด  การมีที่จอดรถที่เพียงพอ มีแผงร้านค้าที่สะอาด มีสินค้าที่ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแบบ  “ได้ของครบจบในที่เดียว”  2. การแบ่งปันโอกาสให้กับสังคม ภายใต้แนวคิด Y Together โดยY ย่อมาจาก Yingcharoen  ที่จะเติบโตและอยู่ร่วมไปกับชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน  โดยมีโครงการความร่วมมือต่างๆ กับทั้งส่วนราชการสังกัดกรุงเทพมหานคร  กระทรวงสาธารณสุข  กองทัพอากาศ  และชุมชนใกล้เคียง  มาอย่างต่อเนื่อง

    3การฝึกอบรมให้ความรู้ กับพ่อค้า แม่ค้า ให้เข้าใจถึงระเบียบวิธีปฎิบัติ ที่จะก้าวไปสู่การเป็น Green Market  ที่ทุกคนจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน   และ4 การให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการอนุรักษ์พลังงาน

    ตลาดยิ่งเจริญ  มีพื้นที่ทั้งหมด 35 ไร่ 3 งาน ตั้งอยู่ในเขตสามเหลี่ยมทองคำของกรุงเทพ คืออยู่ติดพื้นที่เขตสายไหม บางเขน และดอนเมือง  และติดลำคลองสาธารณะ ทั้งคลองลำผักชี และคลองบางบัว   กิจกรรมที่ทางทีมผู้บริหารของตลาดให้ความสำคัญคือการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ลำคลองทั้งสองแห่งกลับมาสะอาด  ไม่มีวัชพืชและสิ่งปฏิกูล  โดยตั้งเป้าว่าจะดำเนินการให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้

    อริยะ ธรรมวัฒนะ กรรมการบริหารตลาดยิ่งเจริญ

    ในขบวนการขับเคลื่อนการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม มีการตั้งเป็นกลุ่มพันธมิตรหัวใจสีเขียว (Green @Heart )เพื่อรณรงค์และปลุกจิตสำนึกให้ทุกคนที่มาใช้พื้นที่ของตลาดยิ่งเจริญ ช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม   การคัดแยกขยะ

     การมีโครงการความร่วมมือกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินโครงการ “ ลด ละ เลิก” การใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร โดยรณรงค์ให้ผู้ค้าในตลาดยิ่งเจริญ ใช้ผลิตภัณฑ์อื่นทดแทน เช่น ภาชีวะ วัสดุธรรมชาติ หรือพลาสติกเกรดดีที่บรรจุอาหารได้ แทน จนการใช้โฟมในปัจจุบันลดเหลือเพียงประมาณ5%

    อริยะ บอกด้วยว่า  ทีมผู้บริหารยัง  ตระหนักถึงมาตรฐานของอาหารปลอดภัย โดยมีการกำหนดมาตรการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ สินค้า เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้  และจัดตั้งห้องปฏิบัติงานตรวจสารปนเปื้อน เพื่อเป็นการเฝ้าระวังสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ระบบการจัดจำหน่าย

    “เรื่องของอาหารปลอดภัย เป็นนโยบายที่ทีมผู้บริหารให้ความสำคัญ  เพราะต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค  ซึ่งถ้ามีการสุ่มตรวจแล้วพบ ก็จะมีการแจ้งเตือนร้านค้า โดยถ้าหากร้านค้าไม่ปฎิบัติตามแล้วสุ่มตรวจเจออีกเป็นครั้งที่สอง ทีมผู้บริหารตลาดก็จะสั่งพักการขาย “

    ที่ตลาดยิ่งเจริญ มีแผงค้าประจำ 1,512 แผงค้า  และ แผงตลาดนัด 400-500 แผง ลานจอดรถแบ่งออกเป็น 3 ส่วน มีรถเข้าออกหมุนเวียนประมาณ 8,000-9,000คันต่อวัน  โดยแบ่งเป็น โซนจำหน่ายอุปกรณ์ไอที เกมส์ โทรศัพท์มือถือ  โซน สินค้าแฟชั่น   โซน ดอกไม้สด ดอกไม้สวยงาม  โซน ร้านค้าประเภทเครื่องครัว,เครื่องสังฆภัณฑ์,ร้านขายยา,ร้านทองรูปพรรณ  โซนจำหน่ายสินค้าสด เพื่อประกอบอาหาร หมู เนื้อ ไก่ และสินค้าแปรรูป ทั้งแบบปลีกและราคาส่ง   โซนจำหน่ายผลไม้ ในประเทศ, ต่างประเทศ  โซนร้านค้าประเภทผักสดและของชำทั้งชำเปียกและชำแห้ง   

    “วันที่11ส.ค.2560 นี้ซึ่งจะครบรอบการก่อตั้งตลาดยิ่งเจริญ 62 ปี จะเป็นวันที่ทีมผู้บริหารตั้งใจจะประกาศว่ายิ่งเจริญ เป็นตลาดที่มีอาหารปลอดภัย หรือFood Safety   ทั้งหมด “ อริยะ กล่าว

    นอกเหนือจากเรื่องอาหารปลอดภัย ทีมผู้บริหารยังให้ความสำคัญกับการล้างตลาดที่ไม่ใช้สารเคมี ประเภทโซดาไฟ ซึ่งสร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม  ลำคลองสาธารณะทั้งสองสายที่อยู่ติดกับตลาด  โดยการล้างตลาดยิ่งเจริญ ซึ่งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต้องล้างทุกวัน นั้น จะใช้จุลินทรีย์ ที่ไม่เป็นอันตรายแทน  ซึ่งทำให้เกิดปัญหาความหมักหมม   ในส่วนของปัญหาเรื่องของขยะสด ที่เกิดขึ้นทุกๆ วันละประมาณ13-14 ตัน นั้น นอกจากที่ให้ทางกรุงเทพมหานครมารับเหมาจัดเก็บแล้ว ยังมีการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะผลิตเป็นปุ๋ยหรือ แปรรูปเป็นเชื้อเพลิงRDF

    ต้องติดตามว่า แผนการพัฒนาตลาดยิ่งเจริญ สู่ Green Market  จะสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ อีก3ปี คงได้คำตอบ 

    กิจการกำจัดวัชพืชคลองลำผักชี  ที่ทีมบริหารตลาดยิ่งเจริญร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ

    การล้างตลาดโดยใช้จุลินทรีย์แทนสารเคมี(โซดาไฟ)เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

    ตลาดยิ่งเจริญในปัจจุบัน

Date : 02 / 05 / 2017

  • Date : 02 / 05 / 2017
    สนพ.เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทางwww.eppo.go.th

    สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทางเว็บไซต์ สนพ. www.eppo.go.th ตั้งแต่วันที่2พ.ค. จนถึง 1 มิ.ย. 2560 ตามมติกบง.เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการจัดทำและการเสนอร่างกฎหมายตามบทบัญญัติ มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

    นาย.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ ผ่านทางเว็บไซต์ www.eppo.go.th จะเริ่มตั้งแต่วันที่2พ.ค2560 ไปจนถึงวันที่ 1 มิ.ย. 2560  โดยวัตถุประสงค์สำคัญในการจัดทำ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของระดับราคาน้ำมัน ไม่ผันผวนมากจนเกินไป รวมทั้งเป็นกลไกหลักของประเทศในการป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง สนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และช่วยแบ่งเบาภาระผลกระทบกับประชาชน

    ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานหรือ กบง.ที่มีพลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ซึ่งมีการประชุมเมื่อวันที่1 พ.ค.2560 ที่ผ่านมาได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560  และเห็นว่า เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการจัดทำและการเสนอร่างกฎหมายตามบทบัญญัติ มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ประชุม กบง. จึงได้มอบหมายให้ สนพ. และสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน ไปจัดทำรายละเอียดการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย (Regulatory Impact Assessment: RIA) ตามหลักเกณฑ์การตรวจสอบความจำเป็นในการตราพระราชบัญญัติ (Checklist) พร้อมทั้งจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันฯ ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา และเผยแพร่ผลการรับฟังความคิดเห็นฯ สู่สาธารณชน ตลอดจนจัดทำกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง

    โดย เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ ให้นำเสนอต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะรัฐมนตรี และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ. ตามลำดับต่อไป

     

     

     

Date : 28 / 04 / 2017

  • Date : 28 / 04 / 2017
    รัฐมนตรีพลังงานร่วมยินดีนักศึกษาไทยคว้าชัยชนะ เชลล์ อีโค มาราธอน2017

    รัฐมนตรีพลังงานร่วมยินดีนักศึกษาไทย ผู้คว้าชัยชนะจากการแข่งขันค้นหาสุดยอดนักขับรถประหยัดน้ำมันระดับเอเชีย เชลล์ อีโค มาราธอน 2017 ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 7 ปี

    เมื่อวันที่28เม.ย.2560 ที่เอ็นเนอยี คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมกับ บริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด โดย นายอัษฎา หะรินสุต ประธานกรรมการ จัดงานต้อนรับและแสดงความยินดีกับนักศึกษาไทย ฮีโร่รุ่นเยาว์ ผู้คว้าชัยชนะจากการแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย 2017 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 16 – 19 มีนาคมที่ผ่านมา สนับสนุนเยาวชนด้านการพัฒนานวัตกรรมประหยัดพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    โดย พลเอก อนันตพร  กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของกระทรวงพลังงาน มีความยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จของนักศึกษาไทยจากการแข่งขันเชลล์ อีโค มาราธอน เอเชีย ในปีนี้ ที่ส่งเสริมให้นักศึกษาได้แสดงความสามารถด้านการพัฒนานวัตกรรมประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพลังงาน ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการแสวงหาพลังงานด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    กิจกรรมนี้ได้เปิดเวทีให้เยาวชนไทยคิดสร้างสรรค์ผลงานอย่างจริงจัง เกิดผลงานใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อวงการพลังงานและประเทศไทยในอนาคต ที่สำคัญเยาวชนของชาติยังมีโอกาสได้ออกไปเรียนรู้และหาประสบการณ์กับเพื่อนต่างชาติ นับว่าเป็นกิจกรรมที่ควรสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง 

     นายอัษฎา หะรินสุต ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ทีมไทยคว้าขัยขนะมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แล้ว และจากความสามารถของนักเรียนนักศึกษานี้ จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่วิศวกรรุ่นต่อไปในการตอบสนองต่อความต้องการด้านพลังงานในอนาคตอย่างแน่นอน เชลล์จะยังคงจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ที่ช่วยสนับสนุนเยาวชนของชาติในการพัฒนาต่อยอดความรู้ มาเป็นการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อไป”

    การแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย ประจำปี 2017 จัดขึ้นวันที่ 16-19 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นเวทีการแข่งขันระดับโลกที่เปิดโอกาสให้แก่เยาวชนที่มีอายุตั้งแต่ 16-28 ปี ได้พัฒนาความคิด สร้างสรรค์นวัตกรรมและส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี พร้อมกับสนับสนุนให้นักเรียนนักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อทำให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการแข่งขันจะแบ่งเป็น     2 ประเภท คือ ประเภท Prototype เป็นการออกแบบและสร้างสรรค์รถต้นแบบแห่งอนาคต มุ่งเน้นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ทางด้านเทคนิค เพื่อให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและ ประเภท Urban concept มุ่งเน้นการออกแบบรถประหยัดเชื้อเพลิงโดยคำนึงการใช้งานจริงบนท้องถนน     ตัวรถยนต์จะมีลักษณะใกล้เคียงกับรถยนต์ในปัจจุบัน

    ในปีนี้ทีมจากประเทศไทย 2 ทีมได้รับรางวัลมาจากการแข่งขันประเภท Prototype คือ         ทีม Virgin จาก วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร คว้ารางวัลชนะเลิศ จากประเภท Internal Combustion Engine หรือ เชื้อเพลิง เบนซิน ดีเซล ทำสถิติวิ่งได้ไกลทีสุดด้วยความเร็วที่ 2,288 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร และ ทีม NSTRU Eco-Racing จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 จากเชื้อเพลิงประเภท Battery Electric ด้วยความเร็วที่ 391.2 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร

     เกี่ยวกับการแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน

     การแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอนเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2482 ที่ห้องปฏิบัติการด้านการวิจัยในสหรัฐอเมริกาโดยเป็นการแข่งขันระหว่างเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ด้วยกัน เพื่อดูว่ารถของใครจะวิ่งไปได้ไกลที่สุดด้วยน้ำมันหนึ่งแกลลอน พ.ศ. 2528 การแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอนที่เรารู้จักกันในวันนี้ได้ถือกำเนิดขึ้น ครั้งแรก ที่ประเทศฝรั่งเศส ต่อมาในเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2550 ปฐมฤกษ์ของการแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน อเมริกา ได้เริ่มขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและในปี พ.ศ. 2553 การแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชียได้เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพการแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอนจนถึงปี พ.ศ. 2556 และในปีพ.ศ. 2557 - 2559 การแข่งขันจัดขึ้นขึ้นที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์เป็นครั้งแรกเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Make the Future ในปี พ.ศ. 2560

  • Date : 28 / 04 / 2017
    ปตท.ร่วมมือกองทัพเรือ ซ้อมป้องกันภัยทางทะเล

    ปตท. ร่วมกับกองทัพเรือ ซ้อมป้องกันภัยทางทะเลท่าเรือแหลมฉบัง ภายใต้รหัสการฝึก NASSREX 2017  เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อภัยคุกคาม ปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติด้านการรักษาความปลอดภัยเรือและท่าเรือระหว่างประเทศ (ISPS Code)

    เมื่อเร็วๆนี้ พล.ร.ท.สุรศักดิ์ เมธยาภา ผู้บังคับการกองทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีฝึกซ้อมป้องกันภัยทางทะเล โดยมีนายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายวิชิตพงศ์ ชื่นวรทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายคลังปิโตรเลียมภาคตะวันออก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิดการฝึกป้องกันท่าเรือแหลมฉบัง ภายใต้รหัสการฝึก NASSREX 2017 ณ ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อภัยคุกคาม ปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติด้านการรักษาความปลอดภัยเรือและท่าเรือระหว่างประเทศ (ISPS Code) รวมทั้งสร้างความปลอดภัยให้แก่ชุมชนโดยรอบอีกด้วย