กิจกรรมทั้งหมด

Date : 17 / 07 / 2017

  • Date : 17 / 07 / 2017
    ปตท.เผย"ประดู่ป่า"ต้นไม้ทรงปลูก แปลงFPT 49 อายุครบ20ปี ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจปกป้องผืนป่า
    ปตท.จัดงาน"เมล็ดพันธุ์แห่งความภักดี..ใต้ร่มพระบารมี พลิกฟื้นคืนผืนป่า  เผย"ต้นประดู่ป่า"ต้นไม้ทรงปลูกอายุครบ 20ปี เติบใหญ่ แข็งแรง และเป็นศูนย์รวมใจในการปกป้องผืนป่า 
     
    งาน"เมล็ดพันธุ์แห่งความภักดี..ใต้ร่มพระบารมี พลิกฟื้นคืนผืนป่า" จัดขึ้นเมื่อวันที่17ก.ค.2560  ณ แปลงปลูกป่า FPT 49 ต.ลำนางแก้ว อ.ปักธงชัย  จ.นครราชสีมา โดยกิจกรรมสำคัญของงานในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา9.00 น.  มีการนำเสนอผลสำเร็จการฟื้นฟูป่าร่วมกับชุมชนอย่างบูรณาการและความหลากหลายทางชีวภาพ ของแปลงปลูกป่าFPT 49 โดยหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาภูหลวง  และ กิจกรรมฐานเรียนรู้"วัฏจักรธรรมชาติ"   พิธีทำบุญป่า(ต้นไม้ต้นที่100 ล้าน) เพื่อรำลึกถึงบุญคุณดิน น้ำ ป่า 
     
    ในขณะที่ในช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา14.00 น. ทางแม่ทัพภาคที่2 พลโทวิชัย แชจอหอ ประธานในพิธี ทำพิธีอัญเชิญธงพระราชทาน"พิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต"ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9 โดยทั้งแม่ทัพภาคที่2 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) จะร่วมรับมอบกล้าไม้"ประดู่ป่า"  ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์บดินทรเทพยวรางกูร จำนวน "ร้อย๖๕กล้า"   และร่วมกันสร้างโป่งเทียมบำรุงแหล่งน้ำเพื่อสัตว์ป่า 
     
    สำหรับพื้นที่แปลงปลูกป่าFPT 49 นั้นมีความสำคัญในต่อการพลิกฟื้นคืนผืนป่า และสร้างจิตสำนึกในการหวงแหนทรัพยากรป่าไม้   โดยมีต้นไม้ทรงปลูกคือ "ต้นประดู่ป่า"ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์บดินทรเทพยวรางกูร  ทรงปลูกเอาไว้ เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารและเสด็จพระราชดำเนินแทนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในหลวงรัชกาลที่9   เป็นองค์ประธานปลูกต้นไม้ต้นที่100 ล้านของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เมื่อวันที่14 กรกฎาคม 2540   ซึ่งปัจจุบันต้นประดู่ป่า ที่ทรงปลูกนั้นมีอายุครบ20ปี  จากต้นกล้าประดู่ป่าขนาดเล็ก กลายเป็นต้นประดู่ป่า ที่มีลำต้นเติบใหญ่ แข็งแรง แผ่กิ่งก้านสาขา สวยงาม ให้เห็น เป็นศูนย์รวมใจในการปกป้องผืนป่า ระหว่าง ปตท. กับชุมชนรอบพื้นที่ป่า นำมาสู่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในการตระหนักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ เป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดนครราชสีมา
     
    แปลงปลูกป่า FPT 49 นับการพลิกฟื้นคืนผืนป่าครั้งสำคัญของ ปตท. ทำให้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม 26,675 ไร่ กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ จนได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง ในปัจจุบัน
     
     
     
    "ต้นประดู่ป่า"ต้นไม้ทรงปลูก ครบอายุ20ปี
     
     

Date : 12 / 07 / 2017

  • Date : 12 / 07 / 2017
    อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเข้ารับรางวัลSAG awards 2017 สาขา Oil and Gasที่สหรัฐฯ

    อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นตัวแทนประเทศไทย  รับรางวัลผลงานดีเด่นด้านการบริหารจัดการระบบข้อมูลสาร สนเทศทางภูมิศาสตร์ “Special Achievement in GIS Awards (SAG awards 2017)” สาขา Oil and Gas ในงาน ESRI User Conference2017 ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองซานดิเอโก้ สหรัฐอเมริกา โดยรางวัลดังกล่าว คัดเลือกจากผู้ส่งผลงานกว่า 100,000 ผลงานทั่วโลก

    เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 (ตามเวลาประเทศไทย)มีพิธีมอบรางวัลผลงานดีเด่นด้านการบริหารจัดการระบบข้อมูลสาร สนเทศทางภูมิศาสตร์ “Special Achievement in GIS Awards (SAG awards 2017)” สาขา Oil and Gas ในงาน ESRI User Conference2017 ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองซานดิเอโก้ สหรัฐอเมริกา  โดยมี  นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เข้ารับรางวัล ด้วยความภาคภูมิใจ  ในฐานะที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  เป็น หน่วยงานราชการด้านพลังงานหน่วยงานแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ที่ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในเวทีระดับสากล

    นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวภายหลังรับมอบรางวัลว่า  รางวัลผลงานดีเด่นด้านการบริหารจัดการระบบข้อมูลสาร สนเทศทางภูมิศาสตร์ “Special Achievement in GIS Awards (SAG awards 2017)” สาขา Oil and Gas  ที่ได้รับนี้  เป็นรางวัลที่มีเกียรติ   อีกหนึ่งความสำเร็จของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  ถือเป็นความภาคภูมิใจของหน่วยงานในกระทรวงพลังงานและประเทศไทย  เนื่องจากรางวัลดังกล่าว คัดเลือกจากผู้ส่งผลงานระบบข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) จำนวนกว่า 100,000 ผลงานทั่วโลก

    โดยมีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกได้รับรางวัลในปีนี้ทั้งสิ้น 77 ผลงาน ซึ่งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ได้รับรางวัลและถือเป็นหน่วยงานราชการด้านพลังงานหน่วยงานแรกที่ได้รับรางวัลนี้ โดยการนำเทคโนโลยี GIS มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเพื่อให้มีระบบการบริหารจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล 

    นาย วีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน

Date : 08 / 07 / 2017

  • Date : 08 / 07 / 2017
    จากโตเกียวสู่กรุงเทพ ถอดบทเรียน"ป่าในกรุง"ของปตท.

    จากโตเกียวสู่กรุงเทพ ปตท.พาสื่อมวลชน ถอดบทเรียน การสร้างป่าในกรุง ตามแนวคิด ดร.อาคิระ มิยาวากิ ผู้เชี่ยวชาญในการคืนสภาพแวดล้อมคืนสู่ธรรมชาติ  โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเตือนให้คนเมืองหลวง สำนึกรักหวงแหนทรัพยากรป่า และหันมาปลูกต้นไม้กันมากขึ้น ตามแนวพระราชดำรัส"ปลูกป่าในใจคน"

    เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม2560 .ที่ผ่านมา ผู้บริหารบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) นำโดย นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม พาคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทย เยี่ยมชม สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิกาว่า(Koishikawa Botanical Gardens) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นป่าในกรุงต้นแบบ ที่ปตท.นำมาใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่ขนาด12 ไร่ย่านสุขาภิบาล2 ของปตท. ที่เป็นที่รกร้างว่างเปล่า และเป็นที่ทิ้งขยะ และปตท.เคยคิดจะสร้างปั๊มน้ำมัน ให้กลายเป็นป่าในกรุงแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

    นายประเสริฐ กล่าวว่า สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิกาว่า มีพื้นที่ประมาณ100ไร่ และถือเป็นสวนเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ก่อตั้งโดยโชกุนโทคุกาว่า(Tokugawa Shogunate)ในปีค.ศ.1684 และปัจจุบันอยู่ในการดูแลของมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งใช้เป็นแหล่งค้นคว้า วิจัยพืช ในด้านต่างๆ โดยเน้นไปที่พืชที่มีถิ่นกำเนิดในญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวันและจีน

    สวนแห่งนี้ ยังเป็นเหมือนแปลงทดลองแนวคิดของ ศาสตราจารย์ดร.อาคิระ มิยาวากิ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการคืนสภาพแวดล้อมสู่ธรรมชาติ  โดยใช้หลักการปลูกป่าโดยศึกษาโครงสร้างของป่า ประเภทของป่า จากนั้นก็ใช้วิธีเพาะพันธุ์กล้า ก่อนนำไปปลูกบนเนินดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุที่เตรียมไว้ จึงช่วยลดการตายของกล้าไม้ก่อนการเจริญเติบโตได้ถึงร้อยละ80

    นายประเสริฐ กล่าวว่า ปตท.ได้นำเอาแนวคิดของศาสตราจารย์ดร.อาคิระ มิยาวากิ มาใช้ในโครงการ ป่าในกรุง สุขาภิบาล2  โดยรวบรวมพันธุ์ไม้ดั้งเดิมของกรุงเทพฯและพันธุ์ไม้หายากกว่า270 ชนิด และกล้าไม้กว่า 40,000 ต้น มาปลูกในพื้นที่  และจัดเป็นสังคมพืชจำนวน11 กลุ่ม  ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 2ปี ก็สามารถสร้างป่ากรุงเทพแบบดั้งเดิมกลับคืนมาได้  กลายเป็นพื้นที่สีเขียว ปอดแห่งใหม่ คนคนกรุงเทพฯ

    โดยการปลูกป่านิเวศ ซึ่งหมายถึงป่าที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงสภาพป่าธรรมชาติ ตามแนวคิดของ ศาสตราจารย์ดร.อาคิระ มิยาวากิ นั้นมีหลักการสำคัญคือ การสร้างป่าธรรมชาติดั้งเดิมด้วยพันธุ์ไม้ดั้งเดิม  และจัดการโดยใช้แนวคิด”การจัดการที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้ป่าจัดการตัวเอง ร่วมกับองค์ความรู้ของปตทงในการวิเคราะห์ปรับปรุงคุณภาพดิน ศึกษาพันธุ์ไม้ดั้งเดิมของกรุงเทพฯ รวมถึงการเลือกใช้พันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับสภาพของดิน

    โครงการป่าในกรุง ของปตท. มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ2 เมษายน  2558  นับเป็นโครงการที่ให้คุณค่าในฐานะที่เป็นแหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำรัส”ปลูกป่าในใจคน” ของพระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

    ปัจจุบัน ป่าในกรุง สุขาภิบาล2 นั้นเปิดกว้างให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่าไม้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์  โดยปตท.หวังที่จะให้ป่าแห่งนี้ เป็นสื่อที่ช่วยกระตุ้นเตือนให้คนในเมืองหลวงมีความสำนึกรักหวงแหนในทรัพยากรป่าไม้ที่หลงเหลืออยู่ไม่มากนัก และหันมาปลูกต้นไม้กันมากขึ้น 

     

    บรรยากาศในสวนพฤกษศาสตร์โคอิชิกาว่า(Koishikawa Botanical Gardens) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 

    โครงการ"ป่าในกรุง"ของปตท.ถนนสุขาภิบาล2 ตามแนวคิดของ ศ.ดร.อาคิระ มิยาวากิ

  • Date : 08 / 07 / 2017
    TPTI ร่วมกับชมรมรวมพลคนน้ำมัน จัดกิจกรรม“ดอกไม้จันทน์ ..ดอกไม้ใจ ถวายพ่อหลวง “

    สถาบันฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านปิโตรเลียม (TPTI)ร่วมกับชมรมรวมพลคนน้ำมัน จัดกิจกรรมประเดิษฐ์ดอกไม้จันทน์  “ดอกไม้จันทน์ ..ดอกไม้ใจ ถวายพ่อหลวง “ เมื่อวันที่ 5-7 ก.ค.2560 ที่ผ่านมา  ณ ที่ทำการสถาบันฯ ชั้น11 อาคารเอ็นเนอยี คอมเพล็กซ์ บี โดยมี นายไกรฤทธิ์ นิลคูหา ประธานคณะกรรมการสถาบันฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านปิโตรเลียมและนางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันฯ  พร้อมด้วยพนักงานและ สมาชิกของชมรม  เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน

    กิจกรรมดังกล่าว ทางสถาบันฯจัดให้มีขึ้น เพื่อแสดงความอาลัยและแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย  ทาง สถาบันฯจะรวบรวมดอกไม้จันทน์ที่มีการจัดทำทั้งหมด ส่งมอบให้สำนักพระราชวัง  สำหรับใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ต่อไป

     

    (ซ้าย)นายไกรฤทธิ์ นิลคูหาประธานคณะกรรมการTPTI ( ขวา)นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ ผู้อำนวยการบริหาร TPTI

     

Date : 07 / 07 / 2017

  • Date : 07 / 07 / 2017
    ปั๊มชาร์จดอดคอม เครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในประเทศไทย

    บริษัทกริดวิซ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเทคสตาร์ตอัพคนไทย เปิดให้ทดสอบระบบปั๊มชาร์จดอดคอม(https://www.PumpCharge.com) สำหรับบุคคลทั่วไปแล้ว หลังจากผ่านขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาภายในบริษัทมาเป็นระยะเวลานาน

    นายทินกฤต งามดี ผู้จัดการโครงการปั๊มชาร์จดอดคอม กล่าวว่า “ปั๊มชาร์จดอดคอม เป็นโครงการพัฒนาลับๆที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ในช่วงที่ทีมกริดวิซเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการสร้างสถานีอัดประจุแบตเตอร์รี่รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเครื่องชาร์จไฟฟ้าชนิดรวดเร็วตามมาตรฐาน CHAdeMO ที่จัดสร้างขึ้นเองภายในประเทศ แห่งแรกในประเทศไทย ให้กับหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่ง จากการออกแบบและวางระบบโครงสร้าง IT และการสื่อสารคอมพิวเตอร์พื้นฐาน พร้อมการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์และโปรโตคอลการสื่อสารที่จำเป็นระหว่างเครื่องชาร์จไฟฟ้าชนิดรวดเร็วและส่วนควบคุมกลาง (Proprietary protocol) ขึ้นมาเองทั้งหมด”

    “โดยเมื่อโครงการดังกล่าวสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2556 ทีมกริดวิซได้จัดทำข้อเสนอโครงการตามแนวคิดใหม่ ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า การตกผลึกของแนวคิดการออกแบบเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีของผู้ใช้ (User-experience / User-centered design) ทีมกริดวิซได้ทำการ Brainstorming ภายในมาเป็นแรมเดือน โดยมีเป้าหมายหลักร่วมกันของทีม คือ เราต้องการเห็นโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องการให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้า ที่อำนวยความสะดวกสบายต่อเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ใช้งานง่าย มีข้อมูลครบ รองรับผู้ใช้หลายกลุ่มที่อาจมีความรู้พื้นฐานต่างกัน มีขั้นตอนรวดเร็ว สามารถใช้งานข้ามเครือข่าย ทุกพื้นที่ในประเทศไทย โดยใช้บัตรสมาชิกเพียงใบเดียว ซึ่งสามารถตอบสนองกลุ่มผู้ใช้งานในประเทศไทย ที่มีพฤติกรรมและลักษณะเฉพาะตัว”

    นายทินกฤต เล่าต่อไปว่า “ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะมีหลายปัจจัยที่ทำให้โครงการของเรา ไม่ได้รับการอนุมัติ และไม่มีการสานต่อใดๆทีมกริดวิซจึงได้ตัดสินใจพัฒนาระบบทั้งหมดขึ้นมาเองโดยใช้ทรัพยากรของบริษัทที่มีอยู่ในขณะนั้น การศึกษาและการพัฒนายังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพิ่มเติมด้วยการถกเถียงความคิดการออกแบบในเชิงบูรณาการที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ปลายปี พ.ศ. 2557 ทีมกริดวิซเริ่มออกสถาปัตยกรรมเบื้องต้น และออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้งาน (User interface development) และ แพลตฟอร์มสำหรับผู้ใช้งานพร้อมกัน (Multi-user platform) ต้นแบบในปี พ.ศ. 2558”

    “ต้นปี พ.ศ. 2560 เราเริ่มทดสอบและปรับปรุงระบบเป็นการภายในรวมรวมและจัดสร้างฐานข้อมูลสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะของหน่วยงานภาครัฐ และเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ เข้ามาทดลองใช้งาน เพื่อจัดเก็บผลลัพธ์เชิงพฤติกรรม ข้อคิดเห็น นำไปปรับปรุงระบบให้ดีขึ้นในรุ่นต่อๆไป”

    นายทินกฤต กล่าวโดยสรุปว่า “ปั๊มชาร์จดอดคอม ถูกออกแบบให้เป็นคลังข้อมูลและส่วนบริหารจัดการสถานีชาร์จไฟฟ้าทั้งหมดในประเทศไทย สำหรับผู้ใช้งาน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า เจ้าของสถานีชาร์จไฟฟ้า เจ้าของเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า และโอเปอร์เรเตอร์ผู้ปฏิบัติงานระบบชาร์จไฟฟ้า”

    “สำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ปั๊มชาร์จดอดคอมจะช่วยค้นหาและแนะนำข้อมูลสถานีชาร์จสำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท เบื้องต้นระบบจะแนะนําปั๊มชาร์จที่ใกล้ที่สุด มีหัวชาร์จตรงกับรุ่นรถของผู้ใช้ และแสดงสถานะความพร้อมในการให้บริการ ซึ่งผู้ใช้งานขั้นสูงยังสามารถปรับแต่งการค้นหาได้อย่างละเอียดพร้อมการเชื่อมต่อกับโปรแกรมแผนที่เดินทาง ถึงข้อมูลเชิงลึกในระดับตำแหน่งที่จอดรถ ณ. ตู้ชาร์จ ที่ผู้ใช้ได้ทำการจองไว้ก่อนล่วงหน้า”

    “ปั๊มชาร์จดอดคอม ยังให้บริการข้อมูลที่สำคัญเพิ่มเติมสำหรับเจ้าของสถานี เจ้าของเครือข่ายรวมถึงโอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการงานชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ช่วยให้การบริหารจัดการสถานีเป็นไปอย่างราบรื่น มีผลการดำเนินการโดยสรุป ประวัติงานบริการ การควบคุมระยะไกล และบทวิเคราะห์แสดงไว้ในรูปแบบของกราฟหรือแผนผังที่เข้าใจง่าย พร้อมการจัดพิมพ์รายงานรายวัน และรายเดือน อย่างอัตโนมัติ”

    นางสาว พราวแพร ฉันทวรลักษณ์ ปั๊มชาร์จ อิแวนเจลิส (Pumpcharge Evangelist) กล่าวว่า“ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลของ ปั๊มชาร์จดอดคอม ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือ อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย ทุกที่ทุกเวลา พร้อมข้อความแจ้งเตือนที่ส่งผ่านไปยังแอปพลิเคชัน โดยมีขั้นตอนการใช้งานที่สะดวกรวดเร็ว ทั้งการตรวจเช็คข้อมูล ประวัติการใช้งาน วิธีการนำรถเข้าชาร์จในสถานีชาร์จไฟฟ้า รายละเอียดของหัวชาร์จที่สามารถใช้งานได้กับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ และช่องทางการชำระเงิน นับว่าตอบโจทย์สำหรับผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอย่างดีเลยทีเดียว เพียงเท่านี้ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่ง ในการช่วยลดมลพิษบนท้องถนนได้แล้วค่ะ”

    “เนื่องจากระบบปั๊มชาร์จดอดคอม ให้ข้อมูล ณ เวลาจริง หรือใกล้เคียงเวลาจริง จากเครื่องชาร์จไฟฟ้าได้โดยตรง ทำให้ผู้ขับรถยนต์ไฟฟ้าสามารถตรวจเช็คสถานะ และสั่งจองเวลาเข้าใช้บริการได้อย่างถูกต้องแม่นยำ การเข้าใช้งานชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่สถานี ก็มีความรวดเร็วจากระบบอัตโนมัติและการสื่อสารข้อมูลในช่องทางต่างๆ มีรูปกราฟฟิกและข้อความช่วยเหลือในแต่ละขั้นตอน ง่ายต่อการทำความเข้าใจสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานมือใหม่”

    “แพรอยากเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ เข้ามาทดลองใช้งานกันค่ะ”

    นายฉันทกร จำศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กริดวิซ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ต่อไปในอนาคต ปั๊มชาร์จดอดคอม จะเป็นตัวช่วยวางแผนการเดินทางสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เมื่อสถานีชาร์จไฟฟ้ามีจำนวนมากขึ้นและกระจายตัว ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะมีความมั่นใจในการใช้รถเพื่อเดินทางระยะไกล ปั๊มชาร์จดอทคอมจะแนะนำแผนการเดินทาง จุดพักรถเพื่อชาร์จไฟฟ้า ประเมินเวลาการชาร์จในแต่ละช่วง คำนวณเวลาที่จะถึงที่หมายโดยประมาณ จนถึง ปลายทางที่ต้องการ อย่างไร้ความกังวล”

    “ผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ควรจะได้รับความสะดวกสบายในระดับสูงสุด ไม่มีข้อจำกัดในการนำรถเข้าชาร์จในสถานีที่อยู่ภายใต้เครือข่ายผู้ให้บริการรายอื่น ที่เจ้าของรถไม่ได้เป็นสมาชิกโดยตรง ปั๊มชาร์จดอดคอมจะเป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมต่อข้อมูลผู้ใช้ ดูแลเรื่องค่าบริการระหว่างโครงข่ายหรือโอเปอร์เรเตอร์ที่ต่างกันให้อย่างอัตโนมัติ”

    “ประเด็นเรื่องการติดตามรถยนต์ไฟฟ้าที่สูญหาย โดนขโมย จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้ยืนยันตัวตนและแจ้งเข้ามายังระบบ ปั๊มชาร์จดอดคอมจะประมวลผลประวัติการนำรถเข้าชาร์จ ประเมินเส้นทางการหลบหนี และเมื่อมิจฉาชีพนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้าชาร์จที่สถานีอีกครั้ง ระบบจะแจ้งเตือนเจ้าของสถานีอย่างอัตโนมัติเพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุมคนร้ายต่อไป ทั้งนี้ตัวระบบเองยังสามารถส่งคำสั่งเพื่อล๊อคหัวชาร์จไฟฟ้ากับรถยนต์ไฟฟ้าเอาไว้ ป้องกันการถอดหัวชาร์จเมื่อการชำระเงินยังไม่เสร็จสมบูรณ์ หรือกรณีการโจรกรรมข้างต้น”

    นายฉันทกร กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “สถานีชาร์จไฟฟ้าในบ้านเรา ในช่วงเริ่มต้น คงต้องยังมีผู้ช่วยหรือเด็กปั๊มอยู่ประจำก่อน เพื่ออำนวยความสะดวก ช่วยเหลือตามขั้นตอนการชาร์จที่บางท่านอาจจะยังไม่คล่องมากนัก อีกทั้งหัวชาร์จชนิดรวดเร็วและสายชาร์จ มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักสูง ผู้เข้าใช้บริการบางท่านอาจต้องให้เด็กปั๊มช่วยยก และเสียบเข้าช่องชาร์จของรถให้”

    "พฤติกรรมการนั่งรอในรถยนต์ในระหว่างรอเด็กปั๊มเติมน้ำมัน อาจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าใช้เวลาในการชาร์จไฟฟ้าแต่ละครั้งใช้เวลานาน (20 นาทีโดยประมาณ) โดยเมื่อผู้เข้าใช้บริการทำการเช็คอิน ต่อเชื่อมหัวชาร์จและเริ่มขบวนชาร์จแล้ว อาจจะเข้าไปนั่งรอในร้านชา-กาแฟ ดื่มน้ำ ทานขนมเบาๆ เลือกซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องควรต้องปรับตัวเพื่อรับรองลูกค้าในส่วนนี้”

    “ทีมกริดวิซหวังว่า ผู้ใช้งานปั๊มชาร์จดอดคอม จะได้รับความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน มีความมั่นใจในโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาล การไฟฟ้าทั้งสามการ และหน่วยงานเอกชน พยายามสนับสนุนให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย ส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเป็นรถยนต์คันใหม่กันมากขึ้น ทำให้มลพิษบนท้องถนนลดน้อยลง ลดเสียงดังรำคาญใจ เป็นเมืองสะอาดสีเขียวของพวกเราในอนาคตต่อไป”

     

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

    บริษัท กริดวิซ (ประเทศไทย) จำกัด (สำนักงานวิจัยและพัฒนา)

    850/14 โครงการพฤกษาวิลล์ 60/1 ถนนหลวงแพ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520

    โทรศัพท์ +66 2061 9519 โทรสาร +66 2061 9519

    โทรศัพท์สายด่วน +66 9 7185 0083 

    เว็ปไซต์ https://www.pumpcharge.com http://www.gridwhiz.com อีเมล์ info@gridwhiz.com, sales@gridwhiz.com

     

                                                                                                                                                                                      (ข่าวประชาสัมพันธ์)

  • Date : 07 / 07 / 2017
    สนพ. ส่ง "ฮีโร่พลังคิด" สร้างความเข้าใจทิศทางพลังงานใหม่

    สนพ.เปิดตัวคลิปวิดีโอ “Energy 4.0” ดึงมาสคอต ‘ฮีโร่พลังคิด’ มาเป็นตัวเอกเดินเรื่องสร้างการเข้าใจถึงทิศทางพลังงานยุคใหม่ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน

    นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สนพ.ได้จัดทำคลิปวิดีโอเรื่อง “Energy 4.0” ที่สรุปเนื้อหาของ Energy 4.0ในรูปแบบแอนิเมชั่นที่ให้ง่ายต่อการเข้าใจ โดยนำ "ฮีโร่พลังคิด” ซึ่งเป็นคาแร็กเตอร์ของ สนพ. มาเป็นตัวเอกเดินเรื่อง จัดทำในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชันความยาวประมาณ 3 นาที ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับทิศทางด้านพลังงานของไทยในอนาคตว่าจะมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนโฉมไปอย่างไรบ้างในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยสามารถติดตามคลิป Energy 4.0 ได้ที่เฟซบุ๊กเพจ EPPO Thailand : https://goo.gl/1fMk89

    สำหรับปัจจุบันมีโครงการที่กำลังดำเนินการภายใต้นโยบาย Energy 4.0 ที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรม ทำให้เกิดพลังงานฐานนวัตกรรมใหม่ๆ ประกอบด้วย 4 โครงการหลัก ได้แก่ กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) ซึ่งเป็นทางเลือกการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงและส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายภายในปี 2579 ประเทศไทยจะมีรถ EV 1.2 ล้านคัน และสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) 690 สถานี โดยตั้งเป้าหมายในปี 2560 จะสนับสนุนการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า 150 สถานี รวมถึงโครงการสนับสนุนเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเก่าเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ซึ่ง สนพ. โดยกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสนับสนุนงบประมาณปรับเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 20,000 คัน เป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าภายใน 5 ปี โดย 2 ปีแรกนำร่องจำนวน 100 คัน

    ในด้านเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Systems) ในระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาพลังงานทดแทนให้มีเสถียรภาพ โดยกองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้ให้ทุนวิจัยด้านนี้เป็นงบประมาณ 765 ล้านบาท มีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนรอบแรก 32 โครงการ และอยู่ระหว่างเตรียมจัดทำกรอบวิจัยเพื่อเปิดรับข้อเสนอระยะที่ 2 ต่อไป

    นอกจากนี้ยังมี โครงการ SPP Hybrid Firm เปิดให้มีการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานใช้เชื้อเพลิงได้มากกว่า 1 ประเภททั้งพลังงานจากธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ ลม กับพลังงานชีวภาพ เช่น ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ เพื่อลดความผันผวนของพลังงานทดแทน สร้างความมั่นคงต่อระบบไฟฟ้า และยังลดการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่โดยไม่จำเป็น มีเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าทั่วประเทศ 300 เมกะวัตต์ โดยเป็นโรงไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิต 10 – 50 เมกะวัตต์

    ทั้งนี้รวมถึง โครงการกลุ่ม Smart  ประกอบด้วย โครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid) เป็นการพัฒนาสายส่งไฟฟ้าเพื่อบริหารจัดการไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาระบบไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ อยู่ระหว่างการทำโครงการนำร่องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) เป้าหมาย คือ ส่งเสริมให้มีการออกแบบเมืองอัจฉริยะ เพื่อสร้างต้นแบบเมืองที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน และรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนอื่นๆ

    ซึ่งปัจจุบันได้คัดเลือกแผนงานโครงการสร้างเมืองอัจฉริยะต้นแบบ 7 แห่งเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ 1. นิด้า : มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ รู้รักษ์พลังงาน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 2. มช (เมือง) มหาวิทยาลัยอัจฉริยะพลังงานสะอาด 3. เมืองจุฬาฯ อัจฉริยะ 4. ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต : ต้นแบบเมืองมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ 5. วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน 6. ขอนแก่น Smart City (ระยะที่ 1) : ขนส่งสาธารณะเปลี่ยนเมือง 7. เมืองใหม่อัจฉริยะบ้านฉาง โดยขั้นตอนต่อไปผู้ได้รับคัดเลือกจะต้องจัดทำโมเดลธุรกิจ (Business Model) เพื่อให้สามารถนำไปใช้ และนำไปสู่การจัดหาผู้ร่วมทุนและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้เป็นรูปธรรมต่อไปได้