• Date : 20 / 01 / 2017
    ข่าวล่าสุด
    สนพ.เสนอเปิดประมูลRE Hybrid 1,000เมกะวัตต์แบ่ง2รอบ

    สนพ.เสนอเปิดประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนรูปแบบไฮบริด สัญญา Firm  2 รอบรวม1,000เมกะวัตต์  ตั้งเป้าให้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปี 2562 และ 2563  โดย เอกชนที่อยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบที่ผสมผสานได้2เชื้อเพลิงขึ้นไป จะมีความได้เปรียบ  ส่งสัญญาณให้เอกชนรอโครงการผ่านมติ กพช. เดือน ก.พ. 2560 นี้ ทางกกพ.จะมีการออกประกาศหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน

    นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมกำหนดหลักเกณฑ์และพื้นที่สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนชนิดผสมผสานเชื้อเพลิง(RE Hybrid )ในรูปแบบสัญญาผลิตไฟฟ้าแบบเสถียร(Firm)ที่มี จำนวน 1,000 เมกะวัตต์ โดยจะเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ในการประชุมเดือน ก.พ. 2560 นี้ เพื่อออกเป็นนโยบายและให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)ประกาศเปิดประมูลต่อไป

    ทั้งนี้ตามแผนที่วางไว้จะให้เริ่มผลิตไฟฟ้าเพื่อจ่ายไฟเข้าระบบในปี 2562 และ ปี 2563 ดังนั้นการเปิดประมูลไฟฟ้า 1,000 เมกะวัตต์ดังกล่าว จะแบ่งเป็น 2 รอบ โดยรอบแรกเป็นการประมูลเพื่อผลิตไฟฟ้าในปี 2562 และอีกรอบเป็นการประมูลเพื่อผลิตไฟฟ้าเข้าระบบปี 2563 อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานจะพิจารณาพื้นที่การรับซื้อไฟฟ้าตามศักยภาพเชื้อเพลิงและระบบสายส่งไฟฟ้าที่รองรับได้เป็นหลัก ส่วนการประมูลผลิตไฟฟ้าแบบไฮบริดนี้จะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าของประชาชนลดลงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการประมูลแข่งขันเป็นหลัก

    สำหรับการผลิตไฟฟ้าไฮบริดนั้น จะกำหนดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก(SPP) ทำสัญญาผลิตไฟฟ้าแบบ Firm 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 25 ปี โดยกำลังพิจารณาว่าจะใช้รูปแบบเดียวกับสัญญาผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม(โคเจน) คือให้ผลิตไฟฟ้าแบบ ต่อเนื่อง 100% ในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค) แต่ในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ (off peak ) จะให้ผลิตต่อเนื่องเพียง 65% ส่วนผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก(VSPP) กำลังพิจารณารูปแบบสัญญาผลิตไฟฟ้ากึ่งเสถียร( Semi Firm) คือผลิตต่อเนื่องในระยะเวลาไม่กี่เดือน เป็นต้น

    “นโยบายผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบไฮบริดนี้ ถือว่าไทยก้าวหน้ามาก โดยในประเทศเอเชียยังทำกันน้อยมาก ปัจจุบันมีเพียงประเทศจีนที่ทำสัญญาผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบ Firm แต่ก็ยังไม่ใช่รูปแบบไฮบริด ทั้งนี้การผลิตไฟฟ้าไฮบริดจะช่วยให้ต้นค่าไฟฟ้าพลังงานทดแทนต่ำลงได้ ซึ่งการที่ภาครัฐจะประกาศนโยบายดังกล่าวถือว่าเป็นการส่งสัญญาณให้ภาคเอกชนเตรียมความพร้อมด้านการลงทุน โดยเฉพาะเรื่องเชื้อเพลิงที่ต้องผสมผสาน 2 เชื้อเพลิงขึ้นไป ดังนั้นแหล่งวัตถุดิบจะต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกันเพื่อให้การผลิตไฟฟ้าเกิดความต่อเนื่อง และหากผลิตไม่ได้ต่อเนื่องตามสัญญา ผู้ผลิตไฟฟ้าจะต้องเสียค่าปรับด้วย” นายทวารัฐ กล่าว

  • Date : 20 / 01 / 2017
    กระทรวงพลังงานรอผลจากคณะกรรมการของปตท.และปตท.สผ.ที่ตั้งขึ้นตรวจสอบกรณีสินบนโรลส์ รอยซ์

    กระทรวงพลังงาน รอ ปตท.และปตท.สผ.ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโรลส์ รอยซ์ให้สินบน เจ้าหน้าที่ของบริษัทพลังงานของรัฐโดยมีโครงการของปตท. 5 โครงการ ปตท.สผ. 1 โครงการ  ระบุระดับนโยบายยังไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ

    นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังาน (สนพ.)เปิดเผยถึงกรณีการสอบสวนของทางการสหรัฐ ว่า บริษัทโรลส์-รอยซ์ และโรลส์-รอยซ์ เอ็นเนอร์จี ซิสเต็ม ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับอากาศยานและเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมรายใหญ่ของประเทศอังกฤษ ได้เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่ของบริษัทพลังงานของรัฐในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยในช่วงปี 2543-2556 (ค.ศ.2000-2013) ว่า  เบื้องต้นทราบว่ากรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโครงการของ ปตท. 5 โครงการและ ปตท.สผ. 1 โครงการ ทั้งนี้ ปตท. อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง 

    ในส่วนกระทรวงพลังงานซึ่งเป็นผู้กำกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดนั้น ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายอะไรออกมาเป็นพิเศษในกรณีดังกล่าว โดยรอให้ทาง ปตท. และปตท.สผ. ดำเนินการตรวจสอบการบริหารงานภายในองค์กรกันเองก่อน

    อย่างไรก็ตาม ปตท.และ ปตท.สผ. เป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ดังนั้นการกำกับดูแลจะต้องใช้กลไกการตรวจสอบของ.ตลท.เป็นหลัก ขณะเดียวกันในฐานะที่ ปตท.และปตท.สผ.เป็นรัฐวิสาหกิจก็ต้องรายงานผลต่อกระทรวงพลังงานเช่นเดียวกัน

    “กระทรวงพลังงานส่งสัญญาณมาโดยตลาดให้รัฐวิสาหกิจในสังกัดต้องกำกับดูแลกิจการที่ดีและต้องมีธรรมาภิบาล ซึ่งเชื่อว่า ปตท.และปตท.สผ.ก็เน้นให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นกัน แต่กรณีที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทางผู้บริหารคงต้องตรวจสอบกันเป็นการภายในกันเองก่อน จึงค่อยรายงานให้กระทรวงพลังงานที่ฐานะที่กำกับดูแล รับทราบ ”นายทวารัฐ กล่าว 

    นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กล่าวว่า บริษัทได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โรลส์-รอยซ์ ในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อรายงานคณะกรรมการบริษัทภายใน 30 วัน และจะชี้แจงความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

      
     

  • Date : 20 / 01 / 2017
    บอร์ดบางจากอนุมัติ1,200ล้านบาทลุยธุรกิจลิเทียม

    บอร์ดบางจากฯ อนุมัติให้บริษัทย่อยคือ BCP Innovation Pte. Ltd. (BCPI) ) เข้าลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 50ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ1,200 ล้านบาท ใน Lithium Americas Corp. หรือ LAC  เพื่อขยายธุรกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติและนวัตกรรมพลังงาน โดยแร่ลิเธียม ถือเป็นหัวใจสำคัญในอุปกรณ์แบตเตอรี่ ที่มีแนวโน้มความต้องการใช้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีราคาแพง

    นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 มีมติอนุมัติให้บริษัทย่อยของบริษัทฯ คือ BCP Innovation Pte. Ltd. (BCPI) เข้าลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 50ล้านหุ้น ใน Lithium Americas Corp. หรือ LAC ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต ประเทศแคนาดา และดำเนินโครงการเหมืองลิเทียมที่ประเทศอาร์เจนตินาและประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้ลงนามใน Investment Agreement กับ LAC เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2560 ในฐานะที่ BCPI เป็นผู้ลงทุน และ LAC เป็นผู้ออกหลักทรัพย์ เพื่อขยายธุรกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติและนวัตกรรมพลังงาน

    โดยปัจจุบัน BCPI ถือหุ้นใน Lithium Americas Corp. จำนวน 20,286,757 หุ้น คิดเป็นประมาณร้อยละ 6.7 ของทุนชำระแล้ว และเมื่อลงทุนซื้อเพิ่มอีก50 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.85 ดอลลาร์แคนาดา รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 42.50 ล้านดอลลาร์แคนาดา จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของ BCPI เพิ่มเป็นร้อยละ16.4 และมีหุ้นเพิ่มเป็น 70,286,757 หุ้น โดยการซื้อขายดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า LAC จะต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อมีมติอนุมัติการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยเฉพาะเจาะจง ในจำนวนและราคาที่กำหนดเพื่อให้การซื้อขายหุ้นเสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 เมษายน 2560

    LAC เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 50 ใน Minera Exar ร่วมกับ Sociedad Quimica y Minera de Chile (SQM) จากประเทศชิลี โดย SQM เป็นผู้ประกอบธุรกิจเคมีภัณฑ์ขนาดใหญ่ และยังเป็นผู้ผลิตลิเทียมจากน้ำเกลือ (brine) รายใหญ่ที่สุดในโลกที่มีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุดด้วย โดย Minera Exar อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ Cauchari Olaroz ซึ่งเป็นเหมืองลิเทียมในจังหวัด Jujuy ประเทศอาร์เจนตินา มีกำลังการผลิต 25,000 ตันต่อปี ในระยะแรก และเพิ่มเป็น 50,000 ตันต่อปี ในระยะที่ 2 โครงการจะสามารถพัฒนาเป็นเหมืองลิเทียมจากน้ำเกลือได้ในปี 2562 คาดว่าเมื่อมีกำลังการผลิตเต็มที่จะมีกำลังการผลิตใหญ่กว่า SQM ในชิลี นอกจากนี้ LAC ยังมีการพัฒนาเหมืองลิเทียมอีกแห่งหนึ่งในรัฐ Nevada ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย

    เมื่อเข้าลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวแล้ว BCPI ตกลงที่จะให้เงินกู้ยืมแก่ LAC จำนวนไม่เกิน 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเป็นเงินกู้ยืม/เงินลงทุนให้Minera Exar ดำเนินการก่อสร้างและดำเนินการเกี่ยวกับเหมืองลิเทียม ซึ่ง Minera Exar S.A. เป็นบริษัทที่ LAC ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 50 และได้รับประทานบัตรในการสำรวจและทำเหมืองแร่ลิเทียมในประเทศอาร์เจนตินาเพื่อใช้ในการก่อสร้างและการดำเนินงานอื่นๆ ในโครงการ Cauchari Olaroz ตามสัดส่วนการลงทุนของLAC ใน Minera Exar โดย BCPI จะได้สิทธิการซื้อผลผลิตแร่ลิเทียมและผลผลิตปุ๋ยโปแตช ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต (By Product) จาก Minera Exar ในจำนวนที่ตกลงกันเป็นเวลา 20 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มต้นการจำหน่ายเชิงพาณิชย์

    ทั้งนี้ ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการให้กู้ยืมและการซื้อผลผลิตดังกล่าวจะเป็นไปตามทางการค้าปกติ โดยมีค่าตอบแทนที่เหมาะสมในลักษณะเดียวกันกับการทำธุรกรรมระหว่างผู้ค้าที่มีความเป็นอิสระ และไม่มีความเกี่ยวโยงกัน และการลงทุนในครั้งนี้มีเป็นขนาดรายการประมาณ 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ1,200 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าร้อยละ 15 ตามเกณฑ์การได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์

    ก่อนหน้านี้ นายพิชัย ชุณหวชิร ประธานกรรมการบริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน)ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว Energy News Center (ศูนย์ข่าวพลังงาน) ว่า การลงทุนในธุรกิจเหมืองลิเทียมที่ประเทศอาร์เจนตินาและประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นทิศทางธุรกิจในอนาคตในอีก20ปีข้างหน้าของบางจาก  ที่ทั่วโลกจะมีการพัฒนาระบบEnergy  Storage เพื่อใช้กักเก็บพลังงานที่ได้จากพลังงานทดแทนมากขึ้น  โดยแร่ลิเทียมถือเป็นหัวใจสำคัญที่อยู่ในอุปกรณ์แบตเตอรี่ ที่ยังไม่มีแร่ชนิดอื่นใดที่มีประสิทธิภาพดีกว่ามาทดแทน   ซึ่งปัจจุบันการผลิตแร่ลิเทียมออกสู่ตลาดยังมีออกมาน้อย เมื่อเทียบกับความต้องการใช้ของทั้งโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ทำให้ราคาของลิเทียมนั้นขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ  ดังนั้นการที่บริษัทบางจาก ขยายการลงทุนไปในธุรกิจต้นน้ำที่สามารถต่อยอดไปสู่สินค้าที่เป็นนวัตกรรมทางด้านพลังงานได้ จึงสอดคล้องกับทิศทางของโลกในอนาคต ที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของพลังงานทดแทนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ซึ่งจะมีระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานเป็นส่วนประกอบ  เพื่อมาทดแทนพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล 

    พิชัย ชุณหวชิร ประธานกรรมการบริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) 

บทความ อ่านบทความทั้งหมด

คลิปวิดีโอ ดูคลิปทั้งหมด

กิจกรรม ดูกิจกรรมทั้งหมด

  • Date : 16 / 01 / 2017
    กิจกรรมล่าสุด
    สนพ. เปิดตัวแอปฯ “ชีวิตหาร 2”

    สนพ. เปิดตัวแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ “ชีวิตหาร 2” เชิญชวนคนไทยแชร์ไอเดียประหยัดพลังงาน การใช้ชีวิตหาร 2 ลดครึ่ง ใช้ครึ่ง ดึง แสตมป์ อภิวัชร์ นักร้องร่วมแชร์ประสบการณ์ผ่านช่องทางสื่อสารที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่

    นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สนพ.เปิดตัวแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ “ชีวิตหาร 2” ตามโครงการรวมพลังหาร 2 เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด พร้อมทั้งสามารถแชร์ไอเดียวิธีการประหยัดพลังงานให้คนอื่นได้ทราบ พร้อมกันนี้ยังมีข้อมูลเทคนิคการประหยัดพลังงานที่อ่านง่ายและสะดวกต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

    ทั้งนี้การใช้งานแอปฯ สามารถทำได้ง่าย โดยถ่ายรูป หรือ Selfie หรือเลือกรูปจากโปรไฟล์ ผ่านแอปฯ “ชีวิตหาร 2” โดยนำรูปมาแมทช์กับไอเดียหาร 2 ที่มีคลังข้อความไว้ให้ หรือจะครีเอทไอเดียใหม่  ซึ่งแอปฯก็จะเตรียม Template ภาพไว้เรียบร้อย แค่ถ่ายรูป เขียนข้อความ ก็สามารถแชร์ให้ผู้ใช้แอปฯ “ชีวิตหาร 2” คนอื่นๆ ได้ หรือแชร์ขึ้น Facebook, Instagram ได้ง่ายๆ เพื่อให้คุณบ่งบอกความเป็นตัวคุณเองว่า มีไอเดียในการลดครึ่ง...ใช้ครึ่ง...อย่างไรเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน

    “โครงการพลังงานหาร 2 เป็นโครงการที่ สนพ.ทำมานานแล้ว และในปี 2560 นี้ สนพ.ก็จะนำกลับมาใช้รณรงค์การประหยัดพลังงานอีกครั้ง แต่จะนำเทคโนโลยี โดยเฉพาะมือถือเข้ามามีบทบาทมากขึ้นตามพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงของสังคม”  

    สำหรับโครงการรวมพลังหาร2 ป็นโครงการรณรงค์ให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด ด้วยการปลูกจิตสำนึก และสร้างความตระหนักรู้ในการใช้พลังงาน ผ่านสื่อสารในช่องทางต่างๆ และภาพยนตร์โฆษณาประชาสัมพันธ์ชุด “ชีวิตหาร 2” พร้อมทั้งผ่านเทคโนโลยีและระบบไอทีที่ทันสมัย เข้ากับคอนเซ็ปต์ “ลดครึ่ง ใช้ครึ่ง” เช่น ขณะนี้มีเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ที่บ้านเรือนได้ เมื่อถึงจุดที่พัฒนาไปในอนาคตก็จะช่วยให้เราประหยัด ผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ครึ่งหนึ่ง และพึ่งพาไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเพียงครึ่งเดียว ซึ่งการนำเทคโนโลยีมาผสมผสานดังกล่าวกำลังก้าวเข้ามาสู่ในชีวิตของคนไทยทุกคนในขณะนี้

    “การเปิดตัวแอปพลิเคชัน “ชีวิตหาร 2” ในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยทุกคนใช้ชีวิตอย่างประหยัด เพราะปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทมาก เราสามารถนำระบบไอทีมาช่วยผสมผสานทำให้เราใช้ชีวิตหาร 2 ได้ง่ายขึ้นรวมถึงแชร์การใช้ชีวิตแก่คนรอบข้าง ซึ่งเรื่องพลังงานเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน เริ่มได้ที่ตัวเราเอง ซึ่งลดครึ่งเท่ากับลดใช้พลังงานที่เกินจำเป็น ใช้ครึ่งเท่ากับใช้พลังงานแค่ที่ควรใช้ แนวคิดรวมพลังหาร 2 นั้นไม่ได้หมายความว่า การประหยัดคือการที่เราต้องอด ต้องลำบาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถลดครึ่ง ใช้ครึ่งอย่างประหยัดได้ โดยที่เราไม่รู้สึกลำบากอะไร”

    นายอภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข หรือ สแตมป์ นักร้องที่มีไลฟ์สไตล์เรียบง่ายในการใช้ชีวิตและได้เข้าร่วมแคมเปญภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ “ชีวิตหาร 2” กล่าวว่า ส่วนตัวชอบคำว่า “รวมพลังหาร 2”  เพราะว่าจะครอบคลุมหมดเลย เป็นการบอกว่าให้คุณทำเท่าที่คุณทำได้ เมื่อเราทำเท่าที่เราทำได้ ทุกคนก็ทำได้ ในเมื่อทุกคนร่วมกันทำก็จะเกิดผลลัพธ์ของการประหยัดพลังงานตามมา ฉะนั้น “ชีวิตหาร 2” จึงเป็นคำที่ดี เพราะผมเชื่อว่า เราจะทำอะไรต้องไม่ใช่เพราะคนอื่นบอก ชีวิตหาร 2 คือ ไลฟสไตล์ที่แค่บอกว่าคุณทำวันนี้สิ คุณต้องประหยัดพลังงาน แล้วประเทศชาติจะดี ถ้าคุณใช้ชีวิตหาร 2 ให้เหมาะกับคุณ ไลฟสไตล์คุณเป็นอย่างไร คุณลองปรับให้เป็นหาร 2 ดูครับ ซึ่งผมเชื่อว่า การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างแอปพลิเคชันที่อยู่ใกล้ตัวเรามาช่วยขยายผลและแชร์ไอเดียด้านการประหยัดพลังงานจะทำให้เกิดรูปธรรมที่เราสามารถนำไปใช้กับชีวิตประจำวันได้จริง เป็นการช่วยชาติด้านการประหยัดพลังงานซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของเราด้วย

  • Date : 16 / 01 / 2017
    ปตท.เป็นเจ้าภาพบวชพระ87รูปอุทิศเป็นพระราชกุศลในหลวงรัชกาลที่9

    ปตท. เป็นเจ้าภาพบรรพชา-อุปสมบท พระภิกษุสงฆ์จำนวน 87 รูปถวายเป็นพระราชกุศลอุทิศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

     เมื่อเร็วๆ นี้ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายกฤษณ์ อิ่มแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ทรัพยากรบุคคลและศักยภาพองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  พร้อมด้วยผู้บริหารกลุ่ม ปตท. เป็นประธานในพิธีบรรพชา-อุปสมบท น้อมถวายเป็นพระราชกุศลอุทิศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่ง ปตท. เป็นเจ้าภาพ ร่วมกับวัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก โดยมีพนักงานในกลุ่ม ปตท. และครอบครัว ตลอดจนประชาชนทั่วไปร่วมบรรพชา-อุปสมบท รวมทั้งสิ้น 87 รูป 

  • Date : 15 / 01 / 2017
    กลุ่มปตท.บริจาค20ล้านบาทให้โครงการ"ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้"

    กลุ่ม ปตท. มอบเงินผ่านกระทรวงพลังงานบริจาคในโครงการ "ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้" ให้กับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จำนวน 20ล้านบาท เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

    เมื่อวันที่15 ม.ค.2560 นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงในกลุ่มปตท. ประกอบด้วย บริษัท ปตท.สผ. ,ปตท.โกลบอล เคมิคอล, ไออาร์พีซี และ ไทยออยล์  ได้มอบเงินจำนวน20ล้านบาท ผ่านกระทรวงพลังงาน เพื่อบริจาคในโครงการ"ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้" โดยมีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน  ร่วมส่งมอบให้กับพลเอก  ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

    โดยในการเปิดตัวโครงการ"ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้"ของรัฐบาลในวันที่15ม.ค.มี มีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์NBT ซึ่งนายกรัฐมนตรีและ  คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล  ได้ร่วมนั่งรับโทรศัพท์จากผู้มีจิตศรัทธาที่โทรเข้ามาบริจาคเงินอย่างเป็นกันเองด้วย

    สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ครั้งนี้ กลุ่ม ปตท. ได้จัดเตรียมงบประมาณวงเงิน 30,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน  รวมทั้ง ผ่านโครงการ"ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้"ของรัฐบาลในครั้งนี้ ด้วย ซึ่งเมื่อวันที่  10 ม.ค.2559 ที่ผ่านมา ทาง ปตท.ก็ ได้จัดพิธีส่งมอบความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ โดยมี พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน   ที่ได้มีการมอบถุง ยังชีพจำนวน 2,000 ถุง เพื่อส่งไปยังคลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานี  จากเป้าบริจาคถุงยังชีพทั้งสิ้น 10,000 ถุง มูลค่ารวม 5,500,000 บาท  นอกจากนี้ยังบริจาคน้ำดื่มจำนวน 150,000 ขวด มูลค่ารวม 1,000,000 บาท และยังมีแผนที่จะซื้อข้าวจากชาวนาจำนวน 100 ตัน ส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ต้องการอีกด้วย

    ที่ผ่านมา ปตท. ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศในเหตุการณ์ภัยแล้ง อุทกภัย วาตภัย ภัยหนาวและภัยพิบัติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา ปตท. ได้ช่วยเหลือภัยพิบัติต่างๆ มูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท