• Date : 23 / 08 / 2016
    ข่าวล่าสุด
    FPTเดินหน้าลงทุนท่อส่งน้ำมันภาคเหนือ7,500ล้านบาท

    FPT เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3,400 ล้านบาท พร้อมได้รับอนุมัติเงินกู้จากธนาคารกรุงเทพฯ อีก 4,660 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าโครงการท่อส่งน้ำมันไปยังภาคเหนือระยะที่ 1 วงเงิน 4,000 ล้านบาท คาดเปิดใช้เชิงพาณิชย์ปี 2561  ระยะที่2อีก3,500 ล้าน ส่วนระยะที่ 3 ขยายท่อน้ำมันสู่อ.แม่สอด และอ.แม่สาย คาดใช้เงินลงทุนอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมเชื่อมการขนส่งน้ำมันเข้าประเทศเมียนมา 

    ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล ประธานกรรมการบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด(FPT) เปิดเผยภายหลังวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างคลังน้ำมันพิจิตร ที่อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ซึ่งมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี เมื่อวันที่23 ส.ค.2559 ว่า FPT ได้เริ่มเดินหน้าก่อสร้างโครงการวางท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือ ตามที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงพลังงานเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2558 โดยใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 7,500 ล้านบาท ซึ่ง FPT ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 200 ล้านบาท เป็นเงิน  3,400 ล้านบาท และกู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) จำนวน 4,660 ล้านบาท พร้อมเบิกจ่ายใช้ในโครงการดังกล่าวได้ทันที 

    ทั้งนี้ โครงการวางท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือระยะที่ 1 จะเริ่มดำเนินการด้วยการสร้างคลังน้ำมันที่จ.พิจิตรก่อน ส่วนท่อขนส่งน้ำมันนั้นจะเริ่มขยายจากระบบท่อขนส่งน้ำมันเดิมที่คลังน้ำมันบางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ไปสิ้นสุดที่คลังน้ำมันพิจิตร ระยะยทาง 367 กิโลเมตร ซึ่งจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการขนส่งน้ำมันเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2561 ใช้เงินลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท   

    ส่วนโครงการในระยะที่ 2 นั้น จะวางท่อจากสถานีเพิ่มแรงดันกำแพงเพชร ถึงคลังน้ำมันลำปาง อ.สบปราบ จ.ลำปาง ใช้เงินลงทุนประมาณ 3,500 ล้านบาท โดยมีระยะทาง 202 กิโลเมตร คาดสร้างเสร็จในปี 2562 

    "โครงการสร้างท่อส่งน้ำมันไปภาคเหนือนี้จะช่วยส่งเสริมความมั่นคงด้านการสำรองพลังงานของประเทศ และประชาชนจะมีน้ำมันใช้ไม่ขาดแคลนในยามฉุกเฉินและภัยพิบัติ รวมทั้งช่วยลดอุบัติเหตุจากการขนส่งน้ำมันทางรถยนต์ให้ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือมีโอกาสใช้น้ำมันในราคาที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ อีกทั้งช่วยลดภาระโลกร้อน ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ต่ำกว่า 3 หมื่นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศเพื่อรองรับการขยายตัวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคต"ม.ร.ว.ศุภดิศ กล่าว

    ด้านนายบุรี หวานชิด กรรมการผู้จัดการบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด(FPT) กล่าวเพิ่มเติมว่า FPT วางแผนจะขยายท่อส่งน้ำมันและคลังน้ำมันระยะที่ 3 วงเงินรวม2,000 ล้านบาท หลังจากสร้างท่อน้ำมันและคลังน้ำมันระยะที่2  ที่จ.ลำปางเสร็จแล้ว โดยแบ่งเป็นการขยายท่อน้ำมันจากจ.กำแพงเพชร ไปยังอ.แม่สอด จ.ตาก ระยะทาง 70 กิโลเมตร และสร้างคลังน้ำมันบริเวณพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตาก วงเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท  และการสร้างท่อน้ำมันจาก จ.ลำปางไปยัง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระยะทาง 80 กิโลเมตร วงเงินลงทุนอีก 1,000  ล้านบาท

     โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการก่อสร้างประมาณ 1 ปีในแต่ละเส้นทาง พร้อมกันนี้ FPT ยังมีแผนขยายท่อส่งน้ำมันไปประเทศเมียนมาต่อไป อย่างไรก็ตามโครงการขยายท่อส่งน้ำมันระยะที่ 3 ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษาด้านเงินลงทุน ด้านเทคนิคทั้งชนิดและขนาดของท่อน้ำมัน รวมถึงพื้นที่ตั้งคลังน้ำมัน

     

  • Date : 22 / 08 / 2016
    เลื่อนจ่ายไฟฟ้าขยะชุมชนไปปี 2562

    กบง. มีมติเลื่อนจ่ายไฟฟ้าจากขยะชุมชนเข้าระบบไปอีก 2 ปี เป็นปี 2562 เหตุต้องใช้เวลาผ่านกระบวนการประสานงานภาครัฐ และให้เวลาเอกชนจัดทำตามขั้นตอนสิ่งแวดล้อม พร้อมยืนยันเดินหน้า B3 ตามกำหนด 25 ส.ค. 2559 ด้านสถานการณ์ราคาน้ำมัน ชี้ช่วงนี้ยังผันผวน แต่ไม่น่าห่วง

    นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) และในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) มีมติเลื่อนกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน ในรูปแบบ Feed in Tariff (การใช้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง) จำนวน 100           เมกะวัตต์ ที่กำลังจะเปิดรับสมัครผู้ร่วมโครงการเร็วๆนี้ โดยจะเลื่อนกำหนดให้ไฟฟ้าเข้าระบบออกไป 2 ปี จากเดิมให้เข้าระบบปี 2560 เป็นปี 2562 แทน   

    ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) จำเป็นต้องใช้เวลาในการหารือร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการขยะให้เกิดความชัดเจน เช่น พื้นที่ที่มีศักยภาพ กฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับผู้ร่วมโครงการจะต้องทำตามข้อปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม( CoP) ที่ กกพ. ออกเป็นกฎระเบียบให้ปฏิบัติตาม ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลานานและกว่าจะลงมือก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะอีก 1-2 ปี ดังนั้น คาดว่าโรงไฟฟ้าจะสร้างเสร็จและเข้าระบบปี 2562 พอดี

    นอกจากนี้ กบง. ยังได้รับทราบรายงานการประกาศใช้ไบโอดีเซล B3 ที่จะเริ่มในวันที่ 25 ส.ค. 2559 นี้ โดยยืนยันว่ายังคงใช้ประกาศดังกล่าวต่อไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้เกษตรกรจะเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานยกเลิกประกาศ B3 และกลับมาใช้ไบโอดีเซล B5 เหมือนเดิมก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานสต๊อกน้ำมันปาล์มว่าอยู่ในระดับปกติที่ 2 แสนตัน จากปริมาณสต๊อกปกติที่ประเทศควรมี 2-2.5 แสนตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่จะสามารถรักษาระดับราคาน้ำมันปาล์มในประเทศให้อยู่ภาวะที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รวมถึงกระทรวงพาณิชย์จะเร่งตรวจสต๊อกปาล์มน้ำมันให้ถี่ขึ้นจากเดิมตรวจเดือนละครั้ง จะเปลี่ยนเป็นตรวจ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อดูปริมาณน้ำมันปาล์มที่จะเข้าสู่ระบบในเร็วๆนี้ ให้เกิดภาวะสมดุลทั้งด้านปริมาณและราคาต่อไป

    ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยอมรับว่าเกิดการผันผวนมาก โดยสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น 3 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล แต่เมื่อพิจารณาราคาน้ำมันช่วงก่อนสัปดาห์นี้พบว่าได้ปรับลดลง 4 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ซึ่งเท่ากับเป็นการดีดตัวกลับ แต่ยืนยันว่าราคาน้ำมันยังไม่น่าห่วง เพราะราคาน้ำมันดีเซลยังอยู่ระดับ 24.19 บาทต่อลิตร ยังไม่จำเป็นต้องนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปพยุงราคาแต่อย่างใด ทั้งนี้ ภาวะผันผวนของราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นไปตามกลไตตลาดโลกเป็นหลัก

    สำหรับการร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... นั้น ขณะนี้อยู่ในขึ้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา จากนั้นจะต้องผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ประมาณเดือน เม.ย. 2560

  • Date : 22 / 08 / 2016
    ไฟไหม้โรงฟีนอล พีทีที โกลบอล ดับแล้ว

    บริษัท พีทีที โกลบอลฯ แจงเหตุไฟไหม้ถังเก็บน้ำเสียโรงฟีนอล จ.ระยอง ชี้ระงับเหตุได้ภายใน 2 ชั่วโมง พร้อมนำพนักงานส่งโรงพยาบาล 1 ราย อาการปลอดภัยแล้ว เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุร่วมกับ กนอ. และชุมชน บ่ายวันนี้   

    รายงานข่าวจากบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ (22 ส.ค. 2559) เมื่อเวลา 02.17 น. ได้เกิดไฟไหม้ถังเก็บน้ำเสียที่โรงฟีนอล  ของบริษัท พีทีที ฟีนอล จำกัด จ.ระยอง ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ พีทีที โกลบอลฯ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก อ.มาบตาพุด จ.ระยอง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถระงับเหตุได้เรียบร้อยเมื่อเวลา 04.13 น. และประกาศยุติภาวะฉุกเฉินเวลาประมาณ 05.00 น.

    ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บริเวณที่เกิดเพลิงไหม้อยู่ที่ถังเก็บน้ำเสียขนาดสูง 13.1 เมตร  เส้นผ่าศูนย์กลาง 7.5 เมตร  ซึ่งเป็นระบบบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตตามปกติ โดยบริษัทฯได้เข้าระงับเหตุเพลิงลุกไหม้ในทันที ซึ่งเพลิงไม่ได้ลุกลามออกนอกบริเวณที่เกิดเหตุ และกระบวนการผลิตไม่ได้รับความเสียหายใดๆ  

    อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้หยุดเดินเครื่องทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย  และพบพนักงานที่เข้าระงับเหตุมีอาการแน่นหน้าอก 1 รายและได้นำส่งโรงพยาบาลทันที ขณะนี้ปลอดภัยและแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว  

    บริษัทฯได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพแวดล้อมในทันทีที่เกิดเหตุทั้งภายในและภายนอกโรงงาน  บริเวณทิศทางใต้ลมร่วมกับทีม สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (กนอ.) และบ่ายวันนี้(22 ส.ค. 2559 )จะลงพื้นที่พบกับชุมชนหนองแฟบ ชุมชนมาบชลูด และชุมชนมาบชลูด-ชากกลาง เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

บทความ อ่านบทความทั้งหมด

คลิปวิดีโอ ดูคลิปทั้งหมด

กิจกรรม ดูกิจกรรมทั้งหมด

  • Date : 22 / 08 / 2016
    กิจกรรมล่าสุด
    กฟผ. ต้อนรับอบอุ่น ฮีโร่นักยกน้ำหนักโอลิมปิก 2016 ริโอเกมส์

    กฟผ. เปิดบ้านต้อนรับฮีโร่ ริโอเกมส์ 2016 และทัพนักยกลูกเหล็กทีมชาติไทยอย่างอบอุ่น พร้อมตบรางวัลพิเศษเป็นขวัญกำลังใจนักกีฬา ยืนยันเตรียมหนุนหลังสมาคมยกน้ำหนักฯ ต่อเนื่อง ในการจัดทัพสู้ศึกโอลิมปิก 2020 ณ ประเทศญี่ปุ่น

    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้สนับสนุนหลักของสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เปิดบ้านให้การต้อนรับคณะนักกีฬายกน้ำหนัก สมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ กลับจากการแข่งขันโอลิมปิก 2016 “ริโอเกมส์” ที่ประเทศบราซิล ซึ่งนักยกลูกเหล็กไทยทำผลงานคว้า 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง สร้างความสุขให้คนไทยได้สำเร็จ โดยมี นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานคณะกรรมการ กฟผ. นายชลธี ยังตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. ส่วนราชการจังหวัดนนทบุรี ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. และประชาชนร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ สำนักงานใหญ่ กฟผ. บางกรวย นนทบุรี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา

     

    นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานคณะกรรมการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. เป็นผู้สนับสนุนหลักของสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ มาตั้งแต่ปี 2547 รวมงบประมาณสนับสนุนตลอด 12 ปี กว่า 154 ล้านบาท และในฐานะที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ กฟผ. ขอแสดงความยินดีกับนักกีฬายกน้ำหนักที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในเวทีโอลิมปิก 2016 ด้วยผลงาน 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง และความมุ่งมั่นตั้งใจของนักกีฬายกน้ำหนักทุกคนที่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ กฟผ. ขอขอบคุณนักกีฬาและผู้ฝึกสอนทุกคนที่ได้อดทนเสียสละฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อสร้างความสุขให้กับคนไทย

    นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. กล่าวว่า การก้าวขึ้นไปรับรางวัลระดับโลกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ก็ทำให้คนไทยมีความสุขเสมอมา โดยเฉพาะปีนี้ถือว่าเป็นปีทองของสมาคมฯ ในหลายด้าน เช่น การได้โควตาเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกสูงสุดถึง 9 คน และเป็นปีที่ประสบความสำเร็จในโอลิมปิกมากที่สุด คือได้ถึง 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง นับตั้งแต่เอเธนส์เกมส์ 2004 ซึ่งเป็นปีแรกที่ กฟผ. ให้การสนับสนุนสมาคมฯ ที่ไทยได้ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง ดังนั้น กฟผ. จึงภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันตั้งแต่ต้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้กีฬายกน้ำหนักเป็นความหวังและความสุขของคนไทย

     

    “กฟผ. พร้อมที่จะให้การสนับสนุนสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ต่อไป เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพ ความมุ่งมั่นทุ่มเทเต็มที่ของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และทีมงาน โดยต่อจากนี้จะได้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการ กฟผ. พิจารณาถึงแนวทางการสนับสนุน เพื่อพัฒนานักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติ และจัดเวทีการแข่งขันในประเทศเพื่อเฟ้นหานักกีฬาช้างเผือกมาประดับทีมชาติ เตรียมสู้ศึกโอลิมปิก 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นในอีก 4 ปีข้างหน้าต่อไป” รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. กล่าว

    โอกาสนี้ กฟผ. ได้มอบรางวัลพิเศษจำนวน 1,000,000 บาทแก่ น้องแนน โสภิตา ธนสาร เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก รุ่น 48 กิโลกรัมหญิง และน้องฝ้าย สุกัญญา ศรีสุราช เจ้าของเหรียญทองรุ่น 58 กิโลกรัมหญิง รวมถึงรางวัลพิเศษ 500,000 บาท ให้กับ น้องแต้ว พิมศิริ ศิริแก้ว เจ้าของเหรียญเงินรุ่น 58 กิโลกรัมหญิง และ 300,000 บาท ให้กับ เจ้าดุ่ย สินธุ์เพชร์ กรวยทอง ที่คว้าเหรียญทองแดงแรกของไทยจากนักยกน้ำหนักประเภทชายได้สำเร็จ สำหรับเจ้าก๊อต จตุภูมิ ชินวงค์ และเจ้าบอม ศรัท สุ่มประดิษฐ ที่คว้าลำดับที่ 4 กฟผ. มอบรางวัลพิเศษให้คนละ 100,000 บาท เป็นขวัญกำลังใจแม้จะพลาดเหรียญจากโอลิมปิกครั้งนี้ก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อแสดงความชื่นชมนักกีฬาทุกคนที่ได้ทุ่มเทจนทำให้ทัพนักยกน้ำหนักไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

     

  • Date : 18 / 08 / 2016
    IES kicks off new solar rooftop service with zero investment option

    Impact Electrons Siam Co., Ltd., or IES, started off its new business under Impact Solar Limited, or Impact Solar, that provides full service of solar rooftop solutions for industrial operations and organizations to generate clean solar power for domestic consumption and lower their electricity bills.  Impact Solar also offers to customers a unique package that requires zero investment cost and Kerry Siam Seaport Co., Ltd., or KSSP, is the first client under this scheme.

    Somboon Lertsuwannaroj, Executive Vice President, Business Development at IES, who oversees IES developing more than 180 MW solar projects in both Thailand and Japan, said that Impact Solar’s comprehensive services involve consultations, design, installation, maintenance and all through to financing and investment. Industrial operations and organizations will be able to save their expenses on electricity bills at the first day the solar rooftop system installed at their facilities by Impact Solar, he said.

    Commercial organizations interested in Impact Solar’s solar rooftop operation can opt for either Solar PPA (Power Purchase Agreement) or Solar Sale schemes. For Solar PPA, there is no initial investment cost required and only the actual amount of electricity consumed is paid. More importantly, Impact Solar guarantees a discount tariff rate of electricity for the entire project period, Mr Somboon said. He added that the ownership of the solar rooftop system will be transferred to the customers at the end of the project period for smooth continued use of the energy. Alternatively, customers can also request to purchase the system after the first year of operation.

    Regarding to Solar Sale option, customers make the investment for the ownership of the system while Impact Solar offers them turnkey solutions and full services including design and installation, insurance, application for permit and helping the customer to get financial support from local financial institutions, Mr Somboon said. Operation and maintenance services is provided free of charge for 2 years under this package, he added.  Business operations invest in solar rooftop installation also receive tax privileges under the Board of Investment’s criteria.

                         

     

    “Looking at an example case of a 500 kW installation capacity, the Solar PPA scheme will help business operators save up to around THB12-15 million along the project period. As for the Solar Sale package, the operators can save even more at an average of THB 5 million a year or THB125 million for the entirety of the project. The more capacity installation means the more saving on the bills,” Mr. Somboon comments. The assumption is based on the current government tariff and estimated escalation of electricity rate, he added.

    According to Mr Somboon, interested industrial manufacturers and operators can find out roughly how much electricity expense and the CO2 emission they can save by calculating via a user-friendly and easy application on www.impactsolar.co.th. They are required to identify few key data such as the monthly electricity bill, the daily operating hour and the roof area for receiving the result that shows average annual saving and the 25-year saving on electricity bills, CO2 saving in ton per year, recommended installation capacity as well as upfront cost and annual operation and maintenance cost, in case of Solar Sale scheme.

                                           

     

    “By operating our solar rooftop business we fully support the Ministry of Energy’s policy on solar rooftop project. Organizations that are interested to participate in the government’s solar rooftop plan can come to us for consultation and so on,” Mr Somboon said.

    Impact Solar has secured its first customer when it signed the first Private Power Purchase Agreement (PPA) or Solar PPA contract in February this year with Kerry Siam Seaport Limited (KSSP), a subsidiary of Kerry Logistics Network, providing ANYWHERE GMR (Greater Mekong Region) logistics solution including Terminals, Warehouses, and Multimodal Transportation services. Recently, Impact Solar has executed a Solar PPA with JAS Asset PCL, who is a leading property developer. A total of 1,000 kW solar rooftop system will be installed on both KSSP warehouse located in Sri Racha, Chonburi and JAS Urban Srinakarin, an upcoming shopping mall in Srinakarin, Bangkok. Impact Solar will provide the customer with clean solar energy at discounted tariff rate throughout the PPA lifetime of 25 years.

    “We are talking with several industrial manufacturers as potential customers and we believe that they are seeing the essential of energy saving while considering the importance of clean energy for their sustainable growth,” Mr Somboon concluded.

    IES has more than 8 years of international experiences in solar development in Thailand and Japan with renowned technology partners. This professional collaboration can confirm that IES has always developed the projects with high standards.

    “We believe that solar rooftop has currently reached the new level of being competitive to the government’s electricity tariff. However, some customers are concerned about some technical and maintenance issues or investment risk. Our Solar PPA will solve this all. Furthermore, our professional technology partner will be in charge of the whole process from installation to maintenance. Many leading international and local banks are also ready to lend financial support to the project,” added Mr Somboon.

  • Date : 10 / 08 / 2016
    นายกรัฐมนตรีร่วมทดสอบสมรรถนะยานยนต์ไฟฟ้า

    กระทรวงพลังงาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดโชว์ยานยนต์ไฟฟ้า หน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ให้นายกรัฐมนตรีลองขับ ทั้งรถยนต์ รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์  พร้อมสนับสนุนตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า 100 สถานี

     เมื่อวันที่10ส.ค.พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เยี่ยมชมบูธการแสดงยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ซึ่งกระทรวงพลังงาน ได้นำรถยนต์ BMW i3 (Fully EV) พร้อมแท่นประจุไฟฟ้ามาจัดแสดง นอกจากนี้ยังมีรถยนต์จากหน่วยงานต่างๆ มาจัดแสดงด้วย อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า Honda Jazz (ดัดแปลง) จาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รถยนต์ไฟฟ้า BYD จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) รถยนต์ Toyota Prius จาก บมจ.ปตท. พร้อมกันนี้ยังมีรถยนต์ไฟฟ้า จากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เช่น รถยนต์ BMW i8 รถยนต์ Tesla Model s รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า Limoจักรยานยนต์ไฟฟ้า รุ่น EV Neo, รุ่น EV Vino, รุ่น Big E-Bike

     พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมชมยานยนต์ไฟฟ้าว่า กระทรวงพลังงานได้วางกรอบแผนบูรณาการพลังงานแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายที่จะลดความเข้มการใช้พลังงาน (Energy Intensity) ลง 30% ในปี 2579 เมื่อเทียบกับปี 2553 ซึ่งมาตรการหลักของแผน คือ การใช้ลดใช้พลังงานในภาคขนส่ง เนื่องจากเป็นภาคที่ใช้พลังงานมากที่สุด ซึ่งการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาจัดแสดงในวันนี้ ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ภาครัฐได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และในการประชุม กพช. วันนี้(10ส.ค.) กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เสนอโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) เพื่อพิจารณาด้วย ทั้งนี้การสนับสนุนการลงทุนจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า จำนวน 100 สถานี โดยสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Quick Charge จะให้การสนับสนุน 1 ล้านบาท/สถานี และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Normal Charge จะให้การสนับสนุน 1 แสนบาท/สถานี

     พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานยังได้มีการจัดตั้งคณะทำงานและจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย โดยมีหน่วยงานภาครัฐและตัวแทนภาคเอกชนเป็นคณะทำงาน ซึ่งได้กำหนดแนวทางการจดทะเบียนผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า และการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าชั่วคราวเป็นเวลา 2 ปี โดยเน้นให้ราคาการอัดประจุไฟฟ้ากลางวันสูงกว่าการอัดประจุไฟฟ้าในช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้จะมีโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับภาครัฐและเอกชนซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์การสนับสนุนและจะประกาศให้ทราบประมาณภายในเดือนสิงหาคมต่อไป 

     “กระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อม ระบบไฟฟ้าพื้นฐานของประเทศ ให้สามารถรองรับจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งหากมีการชาร์จไฟรถยนต์แบบควิกชาร์จพร้อมๆ กัน ระบบไฟฟ้าพื้นฐานต้องสามารถรองรับได้ ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงพลังงานประมาณการเบื้องต้นจากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่คาดว่าจะมีถึง 1.2 ล้านคันในปี 2579 ณ ตอนนั้นประเทศไทยจะมีปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าตามแผนประมาณ 70,000 เมกะวัตต์ บวกกับกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่ 15-20% ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน” พลเอก อนันตพร กล่าวเพิ่มเติม