• Date : 25 / 05 / 2017
    ข่าวล่าสุด
    กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติยันเปิดขายBidding TORเอราวัณ บงกช ช้าสุดเดือนส.ค.

    อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ยืนยันเปิดรับฟังความเห็นกฎหมายลูกของพ.ร.บ.ปิโตรเลียม 5 ฉบับ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ระบุดำเนินการเพราะเห็นเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องรับฟังข้อมูลรอบด้าน คาดอีก 2 เดือนกฎหมายเสร็จ เปิดขายTOR ช้าสุด ส.ค.นี้ ได้รายชื่อผู้ชนะประมูล ก.พ.ปี 2561 ด้านคปพ.บุกกระทรวงพลังงาน ยื่นหนังสือคัดค้านกฎกระทรวง 3 ฉบับ 

    นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) เปิดเผยว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวง 5 ฉบับ สำหรับผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต(PSC) และสำหรับผู้รับสัญญาจ้างผลิต(SC)  ตามร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ปิโตรเลียม พ.ศ.... ที่รอประกาศใช้ ไม่ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 
            
    เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็น แต่กรมฯ ต้องการรับฟังข้อมูลให้รอบด้าน เพราะกฎหมายดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย และตามมติคระรัฐมนตรี(ครม.) ได้สั่งการให้กรมฯเร่งดำเนินการออกกฎกระทรวงดังกล่าว ควบคู่ไปกับรอ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมประกาศใช้ เพื่อให้การเปิดประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 2 แหล่ง คือ เอราวัณและบงกช ที่จะหมดอายุในปี 2565-2566 สามารถดำเนินการได้ตามแผนภายในปี 2560 นี้ 
            
    สำหรับการรับฟังความคิดเห็นกฎกระทรวง 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับระบบ PSC จะปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 26พ.ค.2560 ส่วนกฎกระทรวง อีก 2 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ SC คาดว่าจะสามารถเปิดรับฟังความคิดเห็นได้ภายใน 2 เดือนนี้ ซึ่งจะทำให้การออกกฎกระทรวงทั้ง 5 ฉบับ เสร็จสิ้น และจะนำเสนอคณะกรรมการกฤษฎีกา กลั่นกรองข้อกฎหมาย ก่อนส่งให้ครม.ประกาศใช้ต่อไป แต่ทั้งนี้ การจะนำเสนอต่อครม.จะต้องดำเนินการหลัง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ประกาศใช้แล้วเท่านั้น 
            
    ขณะที่ร่างหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูล(Bidding TOR)เปิดประมูลแหล่งสัมปทานหมดอายุ มีความคืบหน้าไปมาก แต่ยังต้องปรับหลักเกณฑ์ในบางประเด็นให้ชัดเจน โดยเฉพาะแผนรักษาอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติ ที่อาจกำหนดให้ต้องรักษาอัตราการผลิตก๊าซไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปัจจุบันผู้รับสัมปทานเดิมผลิตได้ราว  2,160 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และหากดำเนินการไม่ได้ตามแผนจะมีบทลงโทษ โดยจ่ายค่าปรับให้รัฐ รวมถึงการกำหนดราคาเพดานรับซื้อก๊าซฯที่เหมาะสม ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ที่เป็นผู้รับซื้อก๊าซฯจาก 2 แหล่งสัมปทานหมดอายุ เป็นต้น
            
    นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า หาก พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้ว คาดว่า อย่างช้าที่สุดจะสามารถขายTOR เพื่อเปิดประมูลแหล่งสัมปทานหมดอายุได้ภายในเดือน ส.ค.นี้ และจะเสร็จสิ้นประกวด หรือได้รายชื่อผู้ชนะการประมูลภายในเดือน ก.พ.ปี 2561 
            
    ส่วนการจัดตั้งคณะกรรมการ ศึกษาข้อดีและข้อเสียในการจัดตั้ง "บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ" ตามคำสั่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ภายใน 60 วัน นั้น ในเร็วๆนี้ กรมฯเตรียมนำเสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณา เบื้องต้นกรรมการจะประกอบด้วยตัวแทนจากส่วนราชการ เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เป็นต้น โดยมองว่า สศช.เป็นหน่วยงานกลางที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นเจ้าภาพหลักรับดำเนินการในเรื่องนี้

    ขณะที่วันนี้(25 พ.ค. 2560 ) เมื่อเวลา 10.00 น.  กลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.)  ซึ่งนำโดยนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และน.ส.บุญยืน ศิริธรรม ได้เข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงพลังงาน เพื่อคัดค้านร่างกฎกระทรวง 3 ฉบับ ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทางเว็บไซต์ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยมีนายธีระศักดิ์ จรัสศรีวิสิษฐ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทนรับเรื่องร้องเรียนและเตรียมนำเสนอต่อพล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาข้อเท็จจริงตามข้อเรียกร้องดังกล่าวต่อไป 

    สำหรับร่างกฎกระทรวง 3 ฉบับที่ คปพ.คัดค้านได้แก่ 
    1. ร่างกฎกระทรวงหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาในการนำส่งค่าภาคหลวงให้แก่รัฐ สำหรับผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต พ.ศ. ....
    2.ร่างกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต พ.ศ. ....
    3.ร่างกฎกระทรวง กำหนดแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต พ.ศ. ....  

    สำหรับสาระสำคัญที่ คปพ. เรียกร้อง ได้แก่ ไม่เห็นด้วยกับการเปิดรับฟังความเห็นผ่านทางเว็บไซด์กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพราะเป็นการรับฟังความเห็นที่ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะประชาชนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์หรือมือถือ เป็นต้น 

    นอกจากนี้การกำหนดให้นำส่งอัตราค่าภาคหลวง 10% ของผลผลิตปิโตรเลียมที่ขาย
    นั้น เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะตามระบบแบ่งปันผลผลิต(PSC)ค่าภาคหลวงจะต้องได้รับเป็นปิโตรเลียม ดังนั้นการกำหนดให้เอกชนนำปิโตรเลียมไปขายแล้วมาจ่ายเงินค่าภาคหลวงให้กับรัฐในภายหลังเป็นการลอกแบบมาจากสัมปทานจึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง  

    รวมถึงสัมปทานปิโตรเลียมที่กำลังจะหมดอายุนั้น ไม่ควรเปิดประมูลด้วยระบบ PSC แต่ควรใช้ระบบสัญญาจ้างบริการ(SC) เพราะเป็นแหล่งที่คาดว่ามีปิโตรเลียมแน่นอน จึงไม่ควรนำมาแบ่งปันผลประโยชน์กับเอกชน  

  • Date : 24 / 05 / 2017
    GPSC เตรียมนำร่องโซล่าร์เซลล์บนหลังคาปั๊มใหม่ ปตท.

    GPSC เตรียมนำร่องติดตั้งโซล่าร์เซลล์บนหลังคาปั๊มน้ำมัน ปตท. 2 แห่งที่สร้างใหม่ในปี 2560 นี้  เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองขนาด 40-50 กิโลวัตต์ต่อแห่ง ชี้ช่วยประหยัดและสนองนโยบาย Green Portfolio ระบุหากประสบความสำเร็จเตรียมขยายไปยังปั๊มสร้างใหม่อื่นๆและปั๊มที่จะมีการปรับปรุงใหญ่

    นายเติมชัย บุนนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC บริษัทในกลุ่ม ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า GPSC ได้เจรจากับบริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด (PTTRM) เพื่อเตรียมนำร่องติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ผลิตไฟฟ้าบนหลังคาของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 2 แห่งที่จะสร้างใหม่ มีกำลังการผลิตติดตั้งขนาด 40-50 กิโลวัตต์ต่อแห่ง โดยเป็นการผลิตไฟฟ้าใช้ในปั๊มน้ำมันเอง ไม่มีการขายไฟฟ้าเข้าระบบแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนแล้ว และยังแสดงถึงว่ากลุ่มบริษัทในเครือ ปตท. มีความร่วมมือกันที่จะใช้พลังงานหมุนเวียนตามนโยบาย  Green Portfolio  ที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อน   

    ทั้งนี้ GPSC จะทดลองติดตั้งโซล่าร์เซลล์บนหลังคาเฉพาะสถานีบริการ 2 แห่งก่อน จากที่ ปตท.มีแผนจะขยายปั๊มน้ำมันเพิ่ม 30 แห่งในปี 2560 นี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกสถานที่ และหากประสบความสำเร็จ ก็จะไปติดตั้งในปั๊มน้ำมันที่สร้างใหม่แห่งอื่นๆ ต่อไป ส่วนปั๊มเดิมหรือปั๊มที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่มีแผนจะติดตั้งโซล่าร์เซลล์ เนื่องจากโครงสร้างหลังคาไม่ได้ออกแบบมารองรับแผงโซล่าร์เซลล์ไว้ อย่างไรก็ตาม ปกติปั๊มน้ำมันจะมีการลงทุนปรับปรุงใหม่เป็นประจำทุก 4-5 ปี ซึ่งสามารถใช้โอกาสนี้ออกแบบติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ได้เช่นกัน

    สำหรับปั๊มใหม่ที่จะติดตั้งโซล่าร์เซลล์นั้น เบื้องต้นต้องเป็นปั๊มใหม่ที่มีขนาดใหญ่ มีหัวจ่ายน้ำมันประมาณ 8  หัวจ่าย มีร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ศูนย์บริการ PROCheck และร้านการแฟอเมซอน เพราะมีการใช้ไฟฟ้ามาก โดยเฉพาะตู้แช่อาหาร ซึ่งจะคุ้มค่ากับการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าใช้เอง  

  • Date : 23 / 05 / 2017
    TPNจับมือแทปไลน์ลุยสร้างท่อน้ำมันภาคอีสาน

    TPN จับมือแทปไลน์ สร้างท่อส่งน้ำมันจากสระบุรีไปขอนแก่น รองรับความต้องการใช้ภาคอีสานโต 3,300 ล้านลิตรในอีก 10 ปีข้างหน้า พร้อมเตรียมขยายท่อต่อไปถึงหนองคาย เข้าสปป.ลาวและจีนตอนใต้ ชี้ทำสำเร็จก้าวขึ้นแท่นบริษัทท่อน้ำมันรายใหญ่สุดของอาเซียน  

    นายณัฐพงษ์ รัตนสุวรรณทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือ SC Group เปิดเผยว่า TPN  ได้ลงนามความร่วมมือ(MOU)กับบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด(แทปไลน์) เพื่อเชื่อมต่อท่อน้ำมันของแทปไลน์ที่สระบุรีไปยังคลังน้ำมันของTPN ที่จ.ขอนแก่น โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2562 และเสร็จในปี 2565 รวมระยะทาง 342 กิโลเมตร ใช้เงินลงทุน 12,000 ล้านบาท เพื่อสร้างคลังน้ำมัน 4,000 ล้านบาทและสร้างท่อน้ำมัน 8,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะคืนทุนใน 10 ปี โดยท่อส่งน้ำมันดังกล่าวจะช่วยรองรับความต้องการใช้น้ำมันภาคอีสาน 2,700 ล้านลิตรต่อปี และคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าความต้องการใช้จะสูงขึ้นถึง 3,300 ล้านลิตรต่อปี

    อย่างไรก็ตาม TPN มีแผนจะขยายท่อส่งน้ำมันจากจังหวัดขอนแก่น ขึ้นไปยังจังหวัดหนองคาย ผ่านไปถึงเวียงจันทร์ สปป.ลาว และส่งต่อไปถึงประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งขณะนี้ TPN ได้ลงนามกับ สปป.ลาวเพื่อศึกษาการลงทุนสร้างท่อน้ำมันแล้ว และคาดว่าจะมีความชัดเจนไตรมาส 3 ของปี 2560 นี้ 

    รวมทั้ง TPN ยังอยู่ระหว่างศึกษา MOUกับทางรัฐวิสาหกิจของประเทศจีน เพื่อลงทุนขยายท่อน้ำมันจากไทยไปประเทศจีนทางตอนใต้ ซึ่งทางจีนได้ส่งรายละเอียดของ MOU มาให้แล้ว แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันได้ โดยหากบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้จะส่งผลให้ TPN ก้าวขึ้นเป็นบริษัทขนส่งน้ำมันทางท่ออันดับ 1 ของอาเซียนได้

    ทั้งนี้ในส่วนของ สปป.ลาว นำเข้าน้ำมันจากไทย 1,900 ล้านลิตรต่อปี และส่งไปขายยังจีนตอนใต้ด้วย ซึ่งที่ผ่านมารเคยมีการศึกษาพบว่าความต้องการใช้น้ำมันใน สปป.ลาวจะทะลุถึง 6,000 ล้านลิตรต่อปี จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะขยายท่อส่งน้ำมันไปยังสปป.ลาวได้ ซึ่งจะทำให้ไทยเข้าสู่เป้าหมายการเป็นศูยย์กลางพลังงานอาเซียนได้ตามนโยบายรัฐบาลไทยด้วย     

บทความ อ่านบทความทั้งหมด