• Date : 21 / 09 / 2017
    ข่าวล่าสุด
    ผู้ผลิตก๊าซแหล่งสินภูฮ่อมแจ้งหยุดซ่อมบำรุงประจำปีช่วง23-30ก.ย.2560นี้
    ผู้ผลิตก๊าซแหล่งสินภูฮ่อมแจ้งหยุดซ่อมบำรุงประจำปีช่วง 23-30 ก.ย. 2560 นี้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ ณ สถานีบริการเอ็นจีวีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวม 14 แห่ง ในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น อุดรธานี เลย มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร  ซึ่งมีปริมาณความต้องการใช้เอ็นจีวีปกติรวม 220 ตันต่อวัน  โดย ปตท. เตรียมจัดสรรเอ็นจีวี จากสถานีก๊าซธรรมชาติหลักแก่งคอย จ.สระบุรี มาช่วยได้บางส่วน 120ตันต่อวัน และจำเป็นต้องแจ้งปิดสถานีบริการเอ็นจีวีแนวท่อ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เป็นการชั่วคราว 
     
    นายศักดิ์เฉลิม สิทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้ผลิตแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม จ.อุดรธานี แจ้งแผนซ่อมบำรุงอุปกรณ์ประจำปี  ซึ่งจะส่งผลให้สถานีก๊าซธรรมชาติหลักน้ำพอง จ.ขอนแก่น จำเป็นต้องหยุดการผลิตก๊าซเอ็นจีวีชั่วคราว ระหว่างวันที่ 23-30 กันยายน 2560 รวม 8 วัน โดย ปตท. ได้เตรียมแผนการบริหารจัดสรรก๊าซเอ็นจีวีมาทดแทนให้กับสถานีบริการเอ็นจีวีในพื้นที่แล้ว ขออภัยผู้ใช้เอ็นจีวีทุกท่านในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้
     
    การหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ ณ สถานีบริการเอ็นจีวีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวม 14 แห่ง ในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น อุดรธานี เลย มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร  ซึ่งมีปริมาณความต้องการใช้เอ็นจีวีปกติรวม 220 ตันต่อวัน  โดย ปตท. สามารถจัดสรรก๊าซธรรมชาติจากสถานีก๊าซธรรมชาติหลักแก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อรองรับการให้บริการได้ประมาณ120 ตันต่อวัน และจำเป็นต้องปิดสถานีบริการเอ็นจีวีแนวท่อ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เป็นการชั่วคราว ซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป
     
    “ปตท. ขออภัยผู้ใช้เอ็นจีวีในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น โดยได้เร่งเตรียมความพร้อมในการจัดส่งเอ็นจีวีมาทดแทนแล้ว เพื่อให้มีผลกระทบต่อผู้ใช้น้อยที่สุด ทั้งนี้ จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากผู้ใช้รถเครื่องยนต์ 2 ระบบ โปรดพิจารณาวางแผนการใช้เชื้อเพลิงในช่วงเวลาดังกล่าว  โดยผู้ใช้รถฯ สามารถติดตามสถานการณ์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ PTT Contact Center โทรศัพท์ 1365 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายศักดิ์เฉลิม กล่าว
  • Date : 20 / 09 / 2017
    สนพ.เตรียมเสนอปรับแผนพีดีพี2015 เข้าที่ประชุมกพช.เดือนต.ค.นี้

    สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)เตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ในการประชุมวันที่18 ต.ค. 2560 นี้ เพื่อรับทราบการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(PDP2015) ซึ่งจะสอดรับกับพฤติกรรมความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตที่เปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น

    นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า การปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ พีดีพี 2015 ที่จะนำเสนอให้กพช.รับทราบ ในการประชุมวันที่18ต.ค.2560 ครั้งนี้  จะมีการนำปัจจัยซึ่งจะมีผลต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต เข้ามาพิจารณาด้วย  เช่นการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบไอที  การคาดการณ์การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต นโยบายรัฐบาลที่จะส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การเติบโตของสังคมเมืองที่ทำให้พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนไป การใช้ระบบไมโครกริด และสมาร์ทกริด รวมทั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage ) เข้ามาเป็นกลไกเสริม เป็นต้น

    อย่างไรก็ตามในส่วนของซัพพลาย คือการสร้างโรงไฟฟ้าให้รองรับกับความต้องการ ยังยืนยันในหลักการที่จะต้องมีการกระจายความเสี่ยงเรื่องของเชื้อเพลิงโดยลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติลง เหมือน แผนพีดีพี 2015 ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะมีการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนให้มากขึ้น  รวมทั้งการกระจายโรงไฟฟ้าไปตามภูมิภาคให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ในแต่ละพื้นที่  โดยคาดว่าการจัดทำแผนพีดีพีจะเสร็จภายใน 6 เดือน หลังจากที่มีการนำเสนอเรื่องเข้า กพช. รับทราบถึงแนวทางการปรับปรุงแผน จากนั้นกระทรวงพลังงาน ก็จะมีการปรับแผนพลังงานอื่นๆ เช่น แผนพัฒนาพลังงานทดแทน  แผนอนุรักษ์พลังงาน แผนก๊าซฯ และแผนน้ำมัน ให้มีความสอดคล้องกันกับแผนพีดีพีต่อไป

  • Date : 20 / 09 / 2017
    รัฐมนตรีพลังงานเผยการประมูลแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณ-บงกชอาจล่าช้าไป1-2เดือน

    รัฐมนตรีพลังงานเผยการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณและบงกช อาจจะมีความล่าช้าไปอีก1-2เดือน เพราะอยู่ที่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะรัฐมนตรี ในขณะที่ไม่ได้มีการสั่งการให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ออกเดินสายโรดโชว์ชักชวนให้นักลงทุนเข้ามาประมูลแข่งขัน แต่เป็นเรื่องที่กรมฯจะพิจารณาดำเนินการเอง

    พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความ  คืบหน้าการเปิดประมูลเพื่อให้สิทธิเอกชนเข้ามาดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ในแหล่งเอราวัณและบงกช ที่จะหมดอายุใน ปี 2565-2566 ว่า ในขั้นตอนของการจัดทำร่างทีโออาร์เพื่อเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมการประมูลนั้น ในส่วนของกระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด แต่ในขั้นตอนที่จะนำไปสู่การออกประกาศเชิญชวนได้นั้น จะต้องส่งเรื่องให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ตรวจร่างกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับสัญญาแบ่งปันผลผลิต(PSC) และร่างทีโออาร์  รวมทั้งเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ  ซึ่งต้องใช้เวลา  และอาจจะส่งผลให้การเปิดประมูลล่าช้าออกไป 1-2 เดือน จากเดิมที่คาดว่าจะสามารถเปิดขายทีโออารได้ในเดือน ต.ค.นี้ 

    สำหรับในส่วนของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ที่จะเดินสายโรดโชว์เชิญชวนนักลงทุนให้เข้าร่วมการประมูลแหล่งเอราวัณและบงกชนั้น  พลเอกอนันตพร กล่าวว่า ไม่ได้ให้นโยบายหรือมีการสั่งให้ดำเนินการ แต่เป็นเรื่องที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะพิจารณาเองตามความเหมาะสม

    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center –ENC) รายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่14ก.ย. 2560 ที่ผ่านมาทาง อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี ได้เดินทางไปพบกับรัฐมนตรีพลังงานสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี)  ที่อาบูดาบี เพื่อเชิญ Mubadala Petroleum(MP) ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ที่รัฐบาลยูเออี ถือหุ้น100% เข้าร่วมประมูลในแหล่งสัมปทานปิโตรเลียม ทั้งเอราวัณ และบงกช  โดยทาง Mubadala Petroleum แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลแข่งขัน ทั้งในส่วนของแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณ ที่มีกลุ่มเชฟรอน เป็นผู้รับสัมปทานอยู่เดิม และแหล่งบงกช ที่มีบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมจำกัด(มหาชน) หรือปตท.สผ. เป็นผู้รับสัมปทาน   

บทความ อ่านบทความทั้งหมด